รองนายกฯ พิพัฒน์ นั่งเป็นประธานประชุม ศบก. ครั้งที่ 2 ยืนยันลูกเรือไทยจากเหตุเรือสินค้าถูกระเบิดใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ปลอดภัย ขณะที่อีก 3 คน ยังอยู่ระหว่างการค้นหา ศบก.ติดตามสถานการณ์พลังงาน ราคาสินค้า และการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่อง
วันพุธที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 16.30 น. ณ ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เป็นประธานการประชุม ศบก. ครั้งที่ 2/2569 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทยในมิติต่างๆ
การประชุมครั้งนี้ ยังมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนายวิชาวัฒน์ อิสรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคง การท่องเที่ยว แรงงาน และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของ ศบก. ในการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมในการรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ทั้งในด้านการช่วยเหลือดูแลคนไทยในพื้นที่เสี่ยง การประเมินผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ ตลอดจนสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง
กระทรวงการต่างประเทศ รายงานสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า ยังคงมีความไม่แน่นอน และไม่สามารถประเมินได้ว่าจะยุติลงเมื่อใด โดยกระทรวงจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อรวบรวมข้อมูลและประเมินแนวโน้ม พร้อมกำหนดมาตรการรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นต่อไป สำหรับพัฒนาการล่าสุด อิหร่านได้ตั้งผู้นำคนใหม่ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังคงดำเนินการช่วยเหลือดูแลคนไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งคนไทยที่อพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้ว และการประสานช่วยเหลือคนไทยที่ยังตกค้างในพื้นที่ โดยสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลไทยได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้ข้อมูลและคำแนะนำแก่คนไทยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และเนื่องจากสายการบินบางแห่งเริ่มปรับตารางการบิน จึงช่วยอำนวยความสะดวกให้คนไทยสามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้มากขึ้น โดยในวันพรุ่งนี้จะมีการนำคนไทยที่ประสงค์เดินทางกลับประเทศจากอิหร่านเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าการอพยพจะแล้วเสร็จในระยะเวลาอันใกล้ ขณะเดียวกันสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่จะยังคงให้ข้อมูล คำแนะนำ และการดูแลคนไทยที่ยังคงพำนักอยู่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ด้านพลังงาน กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งประสานหาแหล่งพลังงานทางเลือกจากต่างประเทศ เพื่อรองรับผลกระทบด้านพลังงาน โดยให้สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลไทยในประเทศนอกภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น ในภูมิภาคละตินอเมริกาและเอเชียกลาง เร่งรวบรวมข้อมูลและประสานความร่วมมือ เพื่อสนับสนุนการจัดหาแหล่งพลังงานสำรองให้แก่ประเทศไทย
สำหรับสถานการณ์ราคาพลังงานนั้น มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย แม้ยังคงผันผวนตามสถานการณ์ความขัดแย้งที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยปัจจุบันประเทศไทยยังคงมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับการใช้งานประมาณ 96 วัน ขณะที่ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) อยู่ระหว่างการจัดหาแหล่งทดแทนเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือนพฤษภาคม
โดยในระยะต่อไป กระทรวงพลังงานเตรียมมาตรการรณรงค์การประหยัดพลังงาน อาทิ การส่งเสริมการตรวจสภาพเครื่องยนต์เพื่อลดการใช้น้ำมัน การรณรงค์การประหยัดพลังงานไฟฟ้า ตลอดจนขอความร่วมมือประชาชนและภาคธุรกิจไม่ให้มีการกักตุนหรือจำหน่ายพลังงานในราคาที่สูงเกินควร รวมทั้งส่งเสริมการใช้น้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มภายในประเทศ
โอกาสนี้ กระทรวงพาณิชย์ ได้รายงานว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการอย่างใกล้ชิด โดยตรวจสอบทั้งตลาด ร้านค้าปลีก และร้านจำหน่ายปุ๋ย พบว่า สินค้าอุปโภคบริโภคและปุ๋ยยังมีปริมาณเพียงพอ และยังไม่พบการกักตุนสินค้า ขณะที่น้ำมันเชื้อเพลิงยังมีปริมาณเพียงพอเช่นกัน ทั้งนี้ มีบางจังหวัดที่ตรวจพบการจำหน่ายสินค้าโดยไม่ติดป้ายแสดงราคา หรือมีการปรับราคาโดยไม่เหมาะสม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว สำหรับสถานการณ์ราคาปุ๋ยโดยรวมยังคงทรงตัวและมีปริมาณเพียงพอ แม้บางจังหวัดจะมีการปรับราคาขึ้นในบางสูตรและบางยี่ห้อ โดยจะยังคงกำกับดูแลอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา
ในด้านการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้หารือกับภาคเอกชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์การขนส่งสินค้าอย่างใกล้ชิด ขณะที่สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ท่าเรือและเส้นทางการขนส่ง เพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์และเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์
ที่ประชุมยังได้รับรายงานการประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงภายในประเทศจากสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งได้เฝ้าระวังสถานการณ์ใน 2 มิติหลัก ได้แก่ 1. การดูแลความปลอดภัยทางกายภาพของบุคคลและสถานที่สำคัญของประเทศคู่ขัดแย้ง เช่น สถานเอกอัครราชทูตและศาสนสถาน รวมถึงการติดตามบุคคลต้องสงสัยที่อาจมีแนวโน้มก่อความไม่สงบ และ 2. การเฝ้าระวังสื่อสังคมออนไลน์ในด้านไซเบอร์ เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนที่อาจนำไปสู่ความเกลียดชังหรือความรุนแรง
ทั้งนี้ รอง นรม. และ รมว.คค. กำชับให้หน่วยงานด้านความมั่นคงดูแลความปลอดภัยของชุมชนที่เกี่ยวข้องกับประเทศคู่ขัดแย้ง รวมทั้งดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทยอย่างใกล้ชิด
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รายงานว่า ได้ให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ผ่านช่องทางต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยได้ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวแล้วประมาณ 4,525 ราย ทั้งในด้านการจัดหาที่พัก การอำนวยความสะดวกที่สนามบิน และการประสานแก้ไขปัญหาด้านวีซ่า ขณะที่สถานการณ์นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทยในช่วงวันที่ 1-10 มีนาคม พบว่านักท่องเที่ยวจากภูมิภาคตะวันออกกลางลดลง โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้เร่งส่งเสริมตลาดนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และอาเซียน เพื่อทดแทนนักท่องเที่ยวจากตลาดที่ได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้รับรายงานจากกรมเจ้าท่าเกี่ยวกับกรณีเรือสินค้าสัญชาติไทยที่ถูกระเบิดระหว่างการเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากเรือลำดังกล่าวได้เข้าไปขนถ่ายสินค้าในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ก่อนเกิดเหตุ โดยระหว่างการเดินเรือออกจากพื้นที่ตามคำร้องขอจาก UAE ได้มีระเบิดตกใกล้ห้องเครื่อง ทำให้เกิดเพลิงไหม้และไม่สามารถควบคุมการเดินเรือได้ แม้ตัวเรือยังคงลอยลำอยู่ ลูกเรือจำนวน 20 คนได้รับการช่วยเหลือขึ้นฝั่งที่ประเทศโอมานแล้ว ขณะที่ยังมีลูกเรืออีก 3 คนอยู่ระหว่างการค้นหา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยได้ประสานกับทางการโอมานและหน่วยงานในพื้นที่เพื่อเร่งดำเนินการค้นหาและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่
อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันแหล่งที่มาของแรงระเบิดได้อย่างชัดเจนว่าเกิดจากฝ่ายใด โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยอยู่ระหว่างประสานงานกับทางการของประเทศในพื้นที่ เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและติดตามผลการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดต่อไป


