xs
xsm
sm
md
lg

สว.สำรอง ยื่น กกต.พิจารณาคดีฮั้ว ไม่กังวล “เจี๊ยบ พิสุทธิ์” ถูกกลืนเป็น สว.สีน้ำเงิน ยันคงมีเอกภาพ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สว.สำรอง” ยื่น กกต.พิจารณาคดีฮั้ว สว. ระบุ ไม่กังวล “เจี๊ยบ พิสุทธิ์” ถูกกลืนเป็น สว.สีน้ำเงิน หลังเข้าสภา ยืนยันสว.สำรอง ยังมีเอกภาพ เชื่อ หากหัวใจไม่มี ปชช. เดินไปไม่กี่ก้าวก็ละลายเป็นอย่างอื่น

วันนี้ (10 มี.ค.) นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต.ขอให้พิจารณาอย่างรอบคอบในคดีที่เกี่ยวกับการฮั้ว สว. หลังจากข้อสรุปของกรรมการสอบฯ ชุดที่ 36 จะเสนอเข้าที่ประชุม กกต.พิจารณา

นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ตนในนาม สว.สำรอง อยากเห็นคดีนี้ได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ ด้วยพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นก็อยากเห็นการตัดสินคดีนี้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่ให้ถูกครอบงำ หรือมีผู้หนึ่งผู้ใดสั่งการ ขอให้ กกต.ยืนหยัดบนหลักการที่ถูกต้อง เป็นที่พึ่งของประชาชน ทำงานด้วยความตรงไปตรงมา ตามกรอบกฎหมายเป็นธรรมเท่าเทียม คำพูดต่างๆ ที่ผ่านมา หากเป็นการล่วงเกิน เราต้องกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ แต่เป็นเพราะเราติ ชมท่าน ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ในตำแหน่งหน้าที่ของ กกต.ไม่ได้เป็นการกล่าวโทษ ให้ร้าย เป็นการส่วนตัว ซึ่งเรื่องต่างๆ น่าจะพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นแล้วว่า สิ่งที่ สว.สำรองต่อสู้มา 1 ปี 9 เดือน เราไม่ได้ท้อถอย แต่อยากเห็นความยุติธรรมเกิดขึ้น

เมื่อถามว่า ที่ออกมาสื่อสารวันนี้ หมายความว่า สุดท้ายคดีฮั้ว สว.อาจไม่เป็นไปตามที่ สว.สำรอง เรียกร้องหรือไม่ เพราะระบุว่าไม่ได้มีการไปก้าวล่วง นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ไม่ได้กังวลตรงนั้น ขอชี้แจงว่า สิ่งที่เราต่อสู้ สุดท้ายแล้ว ทุกอย่างต้องไปจบที่กระบวนการยุติธรรม ที่ตนเป็นผู้ฟ้องกกต.ทั้ง 7 คน ตั้งแต่สมัย นายอิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน เพราะทำคดีล่าช้าเกิน 1 ปี ดังนั้น อยากขอให้ กกต.ชุดปัจจุบันทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา

เมื่อถามว่า สิ่งที่เคยฟ้องดำเนินคดีก่อนหน้านี้ต้องยุติลงหรือไม่ นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของศาล ซึ่งข้อมูลหลักฐาน หากผลออกมาเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับศาล สรุปคือ รอศาล แต่เชื่อว่า พอถึงมือ กกต.ทั้ง 7 คนแล้ว จะเร่งพิจารณาโดยเร็ว เพื่อประกอบการพิจารณาเรื่องที่ตนร้องต่อศาลว่าทำงานล่าช้า

เมื่อถามถึง ความเป็นเอกภาพของกลุ่ม สว.สำรอง ภายหลังที่ นายพิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร ได้เลื่อนลำดับเป็น สว. ตัวจริง จะไม่ทิ้งเพื่อนไว้กลางทางใช่หรือไม่ นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ยืนยันว่า เรามีความเป็นเอกภาพ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพราะต่อสู้ขับเคลื่อนกันมา ไม่ใช่แค่เพียง สว. สำรอง แต่รวมถึงผู้สมัคร สว.ปี 2567 ทั้งหมด มีกำลังใจที่เข้มแข็งอยากเห็นบ้านเมืองสุจริตเที่ยงธรรม อะไรที่ผิดก็ว่าไปตามผิด อะไรที่ถูกก็ว่าไปตามถูก ไม่ได้แตกแยกจากกัน ยังมีเอกภาพที่ดีต่อกันอยู่

เมื่อถามว่า จะเห็น นายพิสุทธิ์ ออกมาเรียกร้องช่วยเหลือเพื่อนเพื่อน สว. สำรอง ใช่หรือไม่ นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ตนมั่นใจว่า นายพิสุทธิ์ ที่เข้าสภาไปแล้ว ก็ยังเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แต่ก็คงจะต้องดูกรอบกฎหมายอะไรทำได้ทำไม่ได้

เมื่อถามย้ำว่า กังวลหรือไม่ว่าจะถูกกลืนเป็น สว. สีน้ำเงิน นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ไม่กังวล คนเรา ถ้าหัวใจไม่มีประชาชน ไม่มีประชาธิปไตย เดินไปไม่กี่ก้าวก็ละลายเป็นอย่างอื่น แต่ถ้ายึดมั่นในหลักการอุดมการณ์ รักในที่ตนเองต่อสู้มาเต็มที่วันหนึ่งจะเปลี่ยนสีเปลี่ยนข้าง โดยไม่ยึดหลักการของความถูกต้องสุจริตเที่ยงธรรมเห็นแก่อามิสสินจ้าง คงต้องให้เจ้าตัวพิสูจน์ตนเอง