xs
xsm
sm
md
lg

“เสธ.หิ” ชี้ รปภ.ห้ามตำรวจเข้าระงับเหตุทำร้ายร่างกายในหมู่บ้าน เข้าข่ายขัดขวาง จนท. - ช่วยเหลือผู้กระทำความผิด แนะผู้เสียหายฟ้อง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ดร.หิมาลัย” ชี้ รปภ.ห้ามตำรวจเข้าหมู่บ้านระงับเหตุทำร้ายร่างกาย อาจเข้าข่ายขัดขวางเจ้าพนักงาน และช่วยเหลือผู้กระทำความผิด ชี้ผู้เสียหายสามารถฟ้อง รปภ.หรือนิติบุคคลหมู่บ้านฐานกระทำละเมิดได้

วันที่ 9 มี.ค. ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ แสดงความคิดเห็นกรณีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ของหมู่บ้านแห่งหนึ่งห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าพื้นที่ หลังได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายภายในบ้านพัก โดยอ้างว่าเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล

ดร.หิมาลัย ระบุว่า ในกรณีดังกล่าวพนักงาน รปภ. หรือนิติบุคคลของหมู่บ้าน อาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับข้อกฎหมาย โดยหากมีการกระทำความผิดเกิดขึ้น และมีการแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าระงับเหตุ เพื่อป้องกันอันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สิน หรือเป็นการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งหน้า เช่น ผู้ต้องหาวิ่งหลบหนีเข้าไปในพื้นที่หมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าปฏิบัติการได้โดยไม่จำเป็นต้องมีหมายค้น

ทั้งนี้ ในกรณีที่ลูกบ้านถูกทำร้ายร่างกาย และมีการแจ้งตำรวจให้เข้าระงับเหตุเพื่อป้องกันความเสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมีสิทธิ์เข้าพื้นที่ตามกฎหมาย การที่ รปภ. สั่งห้ามไม่ให้ตำรวจเข้าพื้นที่ อาจเข้าข่ายเป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีได้

นอกจากนี้ หากผู้เสียหายได้แจ้งเหตุแก่ รปภ. แล้ว แต่ยังปล่อยให้ผู้ก่อเหตุเข้าไปทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย รวมทั้งขัดขวางการทำงานของตำรวจ อาจเข้าข่ายเป็นการช่วยเหลือหรืออำนวยความสะดวกต่อการกระทำความผิด และหากมีหลักฐานว่ารู้เห็นเป็นใจกับผู้กระทำผิด ก็อาจเข้าข่ายเป็นตัวการร่วมหรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิดได้เช่นกัน

ดร.หิมาลัย ยังมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากความเข้าใจผิดเกี่ยวกับข้อกฎหมาย รวมถึงการได้รับข้อมูลทางกฎหมายที่คลาดเคลื่อนจากบางกลุ่ม จนทำให้เกิดการต่อต้านการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกันที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากมักไม่เอาความกับประชาชนในลักษณะดังกล่าว เนื่องจากไม่ต้องการมีปัญหากับประชาชนและไม่ต้องการเสียเวลาเป็นพยานในคดี ทำให้บางคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม นอกจากข้อกฎหมายแล้ว ยังมีเรื่องของสามัญสำนึก โดยในสถานการณ์เช่นนี้ รปภ.ควรทำหน้าที่ระงับเหตุเบื้องต้น และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการระงับเหตุ ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้อง
ทั้งนี้ นอกจากการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุแล้ว ยังแนะนำให้ผู้เสียหายพิจารณาฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากการละเมิดต่อพนักงาน รปภ. และนิติบุคคลของหมู่บ้าน หากพบว่าไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเหมาะสม

พร้อมกันนี้ ดร.หิมาลัย ยังกล่าวชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุ โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่มีความสุภาพ ใจเย็น และพยายามปฏิบัติหน้าที่เพื่อระงับเหตุ แม้จะถูกขัดขวาง แต่ก็ไม่ละทิ้งหน้าที่ สมกับเป็นที่พึ่งของประชาชน.