xs
xsm
sm
md
lg

ลุ้นเก้าอี้รองประธานสภาฯ “กรวีร์” ชื่อโผล่ นั่งคุมเกมนิติบัญญัติ พร้อมดันสภาทันสมัย- โปร่งใส

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



จับตาเก้าอี้รองประธานสภาฯ หลังภท.จ่อส่ง “กรวีร์” นั่งคุมเกมในสภา เจ้าตัวลั่นพร้อมทำสภาทันสมัย ใช้เทคโนโลยี เปิดพื้นที่ให้ประชาชนตรวจสอบกฎหมาย-โปร่งใส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้การเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ใกล้งวดเข้ามา โดยค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าบุคคลที่จะมานั่งตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรคือ นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขณะที่ตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 และคนที่ 2 ยังคงมีการช่วงชิงกันฝุ่นตลบระหว่างโควตาพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย

ทั้งนี้มีกระแสชื่อของนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ว่าอาจจะเป็นผู้ที่จะเข้ามานั่งในตำแหน่งนี้เพื่อคุมเกมในสภา ช่วยงานด้านนิติบัญญัติสายตรงให้กับบุรีรัมย์

นายกรวีร์ให้สัมภาษณ์ว่าขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันในพรรค แต่เชื่อว่าทางพรรคจะคัดสรรและนำเสนอคนที่มีความรู้มีความสามารถ มีประสบการณ์เข้าไปทำหน้าที่ประธาน และรองประธานฯ แต่สิ่งที่เราอยากเห็นคือสภาที่สมาร์ท โปร่งใส่ เชื่อมต่อประชาชนเข้ากับฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารได้ อยากให้เอาเทคโนโลยีมาช่วยสมาชิกทำงาน และช่วยให้ใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น

นายกรวีรฺกล่าวว่า การทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติคือการเชื่อมโยงประชาชน เข้ากับสภา และฝ่ายบริหาร พร้อมทั้งพิจารณาเขียนกฎหมาย และติดตามตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารเพื่อให้นโยบายสำคัญของรัฐบาลนำไปสู่การแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้จริง ที่ผ่านมาตนทำงานในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งในระดับท้องถิ่นที่ ได้เอาความเดือดร้อนของประชาชนไปหารือในสภา อาทิ ปัญหาราคาข้าว น้ำท่วม โครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ฝ่ายบริหารเอาข้อมูลจากเสียงสะท้อนเหล่านี้ไปแก้ปัญหา ในระดับชาติ กฎหมายหลายฉบับก็สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตคนได้ เช่น พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือกฎหมายที่ผลักดันและเสนอโดยพรรคภูมิใจไทยอย่างเช่น พ.ร.บ. กยศ. ที่ปลดภาระผู้ค้ำประกัน ยกเลิกเบี้ยปรับ ลดดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อการศึกษา เป็นต้น

แต่ในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล บทบาทไม่เหมือนกับการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในอดีต เราต้องเอานโยบายที่ให้ไว้กับประชาชนไปผลักดันให้ได้ เช่น ผลักดันราคาสินค้าเกษตร ผลักดันการกระจายอำนาจผ่านนโยบายภาษีบ้านเกิดเมืองนอน และการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียม-เรียนฟรี ทุกที่ทุกวัย ผ่านแพล็ตฟอร์มออนไลน์ เป็นต้น ดังนั้นอยากเห็นการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้ทันสมัยและสามารถนำไปเป็นเครื่องมือเพื่อผลักดันนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลให้เกิดผลขึ้นได้จริง


นายกรวีร์กล่าวว่า ตนโชคดีที่ได้ทำงานร่วมกับนักการเมืองรุ่นใหญ่ ตั้งแต่สมัยสภาอู่ทอง จนถึงช่วงเปลี่ยนผ่านสภาเกียกกาย ได้เห็นความเก่งของคนรุ่นก่อนและรุ่นใหม่ที่เข้ามามากขึ้น มีความหลากหลายทางความคิดของแต่ละช่วงวัย และหลากหลายอาชีพและเพศ ทำให้มีการเขียนกฎหมายรอบด้านมากขึ้น แต่ที่อยากผลักดันให้ดีกว่านี้ คือ อยากให้สภาทันสมัย เอา AI มาใช้นำเสนอผลงานให้ประชาชนเข้าใจมากขึ้น และประชาชนมีช่องทางติดตามเรื่องร้องเรียน หรือเห็นขั้นตอนการเขียนกฎหมายว่าตอนนี้อยู่ขั้นไหน กฎหมายหรือการอภิปรายมีสาระสำคัญอย่างไร ใครแสดงความเห็นอย่างไร ทั้งเห็นด้วยและคัดค้านเพื่อให้ประชาชนเห็นภาพรวมของกฎหมายที่จะส่งผลกระทบต่อพวกเขาในอนาคต รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ ม. 77 ซึ่งที่ผ่านมาประชาชนเข้าถึงยาก และยังไม่เข้าใจเนื้อหากฎหมายอย่างลึกซึ้ง กลายเป็นการทำให้ครบตามขั้นตอนเฉยๆ แต่หากปรับปรุงให้เข้าถึงง่าย ย่อยให้เข้าใจง่ายว่ามันจะมีผลอย่างไรกับชีวิต รวมถึงรวบรวมและสรุปความเห็นของประชาชนมาให้ฝ่ายนิติบัญญัติได้ทราบอย่างละเอียดด้วย

” ผมคิดว่าตำแหน่ง สส. หรือการเป็นนักการเมืองมีความท้าทายอย่างมาก เพราะต้องให้ประชาชนเลือก เราจะทำอย่างไรให้ประชาชนเชื่อมั่นใจตัวคุณและได้รับการเลือกตั้งหลายสมัยติดต่อกัน เราต้องเป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชนได้จริงๆ ไม่เช่นนั้นรอบต่อไปก็จะยากที่เขาจะเลือกคุณเข้ามาอีก บทบาทของเราในการขับเคลื่อนกฎหมายที่มีผลต่อชีวิตของคนทั้งประเทศสำคัญจริงๆ ทำให้มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับปากท้องประชาชน ให้พวกเขากินดีอยู่ดี ลดภาระของประชาชน เป็นเป้าหมายสำคัญในการทำงานเพื่อประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน ถ้าพรรคให้ความไว้วางใจ เราก็สามารถใช้ประสบการณ์และความรู้ของเราทำงานได้อย่างเต็มที่” นายกรวีวร์ กล่าว

ทั้งนี้ที่ผ่านมานายกรวีร์ ได้ช่วยงานสายตรงกับกลุ่มบุรีรัมย์ เพราะด้วยช่วงวัยที่ถือว่าเป็นแกนนำคนรุ่นใหม่ของพรรคร่วมกับ นายไชยชนก ชิดชอบ นายภราดร ปริศนานันทกุล และนายศิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ จึงสามารถลดช่องว่างระหว่างวัยของสภาได้ และยังมีแบ็กอัพที่มั่นคงจากบิดา คือ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล บ้านใหญ่จังหวัดอ่างทอง อดีต สส. 9 สมัย และอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง ทั้งยังเคยนั่งเก้าอี้รองาฯ จนได้รับฉายาจากสื่อมวลชนว่า “คนดีศรีสภา”


นายกรวีร์ เป็นลูกชายคนที่สองของบ้านปริศนานันทกุล และเป็น สส. คนที่ 4 ของครอบครัวต่อจากนายสมศักดิ์ และพี่ชายนายภราดร และน้องชายนายภคิน ถือเป็นครอบครัวนักกิจกรรมที่สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อแบบลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น เพราะนายสมศักดิ์เองก็เคยเป็นนักศึกษาร่วมเดินขบวนเรียกร้องประชาธิปไตยในเหตุการณ์ 14 ตุลา ส่วนนายภราดร เคยนั่งประธานสภานักศึกษาม.ธรรมศาสตร์ และอดีตรองประธานสภาฯ ส่วนนายกรวีร์ก็เคยเป็นนายกองค์การนักศึกษาม.ธรรมศาสตร์เช่นเดียวกัน

ส่วนบทบาททางการเมือง นายกรวีร์ เป็น สส. อ่างทอง เขต2 มาแล้ว 4 สมัยในนามพรรคชาติไทยพัฒนา ต่อมาย้ายไปพรรคภูมิใจไทยและได้เป็นสส.ปาร์ตี้ลิสต์ ปี 2562 และเป็นสส. อ่างทอง เขต 2 ในปี 2566 โดยล่าสุดปี 2569 ชนะการเลือกตั้งมีคะแนนนำทิ้งห่างคู่แข่งถึง 60,611 คะแนน

สำหรับผลงานในสภาชุดที่แล้ว นายกรวีร์ ถือเป็นกำลังสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติ อาทิ ดำรงตำแหน่งประธานกมธ.การปกครอง ผลักดัน กฎหมายหลายฉบับ เช่นพ.ร.บ.ลักษณะการปกครองท้องที่ พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ร.บ.เทศบาล ฯลฯ อีกทั้งยังร่วมคณะกมธ.วิสามัญเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และการแก้ไขผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 รวมถึงผลงานอื่นๆ เช่นเสนอรัฐบาลจัดทำแพลทฟอร์มรวมคลังปัญญาของชาติให้ประชาชนเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต จัดระบบธนาคารหน่วยกิต เชื่อมกับทุกสถาบันของอุดมศึกษาเพื่อให้ง่ายต่อการเทียบโอนเรียน และจัดระบบฟอร์ดฟอลิโอ โปรไฟล์ บ่งบอกทักษะของแต่ละคน เพื่อช่วยเลือกคนให้ตรงกับตลาดแรงงาน