xs
xsm
sm
md
lg

"มาร์ค" นำ สส.ปชป.รายงานตัวต่อสภา บอกไร้สัญญาณเชิญร่วมรัฐบาล แต่ขอรักษามารยาทยังไม่ประกาศเป็นฝ่ายค้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“อภิสิทธิ์” นำทีม สส.รายงานตัว พร้อมเดินชมอาคารรัฐสภา เผยยังไร้สัญญาณร่วมรัฐบาลอ้างมารยาททางการเมืองยังไม่ประกาศเป็นฝ่ายค้าน แต่พร้อมทำงานเต็มที่ ย้ำต้องเร่งตั้งรัฐบาลให้เร็ว รับมือเศรษฐกิจ–พลังงาน–สถานการณ์โลก ชี้โหวตประธานสภาฯ ไม่ได้ผูกกับการโหวตนายกฯ การตัดสินใจเป็นรายเรื่อง

วันนี้(6 มีนาคม 2569 )นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังนำ สส.ของพรรคเข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมพา สส.ใหม่ของพรรคเดินชมอาคารรัฐสภาและสำรวจห้องทำงาน ว่า การเดินทัวร์สภาฯ ครั้งนี้เป็นการพา สส.หน้าใหม่ รวมถึงตนเองที่ยังไม่เคยทำงานที่อาคารรัฐสภาแห่งนี้ มาทำความคุ้นเคยกับสถานที่ทำงาน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ความรู้สึกที่ได้กลับมาสภาฯอีกครั้ง หลังจากห่างหายไป ก็ต้องยอมรับว่าเมื่อปีที่แล้วไม่คิดว่าจะได้กลับมาทำงานในบรรยากาศแบบนี้ แต่วันนี้ตั้งใจทำงานเต็มที่ เพราะการทำงานในสภาเป็นสิ่งที่ตนทำมาตลอดชีวิต และเป็นงานทางการเมืองที่ชอบที่สุด

ส่วนสัญญาณการเทียบเชิญให้พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีอะไร โดยทางพรรคได้ฟังจากนายกรัฐมนตรีว่าต้องรอกระบวนการต่างๆให้เรียบร้อยก่อน ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ก็เดินหน้าเตรียมงานในฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เพราะหน้าที่สำคัญคือการผลักดันกฎหมายต่างๆ โดยเฉพาะกฎหมายตามนโยบายที่พรรคได้หาเสียงไว้กับประชาชน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลควรดำเนินการให้กระชับ เพราะสถานการณ์โลกและสถานการณ์ของประเทศมีหลายเรื่องที่ต้องรับมือ จึงอยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาล การแถลงนโยบาย และการเริ่มบริหารราชการแผ่นดินเกิดขึ้นโดยเร็ว
“กระบวนการทั้งหลายอยากให้กระชับด้วยสถานการณ์ของโลก สถานการณ์ของบ้านเมือง อยากให้การจัดตั้งรัฐบาล แถลงนโยบาย และเข้าบริหารราชการแผ่นดินเกิดขึ้นได้โดยเร็ว เพราะขณะนี้มีเรื่องที่ประเทศต้องรับมือกับภาวะของโลกที่เกิดขึ้น แม้ว่ารัฐบาลรักษาการจะทำได้ แต่ในเรื่องของความเชื่อมั่น ให้ประชาชนได้เห็นทิศทางเศรษฐกิจ การบริหารพลังงาน ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสินค้าเกษตร ถ้าเรามีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม ก็จะสามารถคลี่คลายปัญหา และสร้างความเชื่อมั่นได้มากกว่า” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่าขณะนี้รัฐบาลยังไม่มีอำนาจเต็ม จุดยืนของไทยต่อสถานการณ์โลกมีความเหมาะสมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในเรื่องการต่างประเทศไม่มีปัญหาอะไร เพราะสิ่งที่นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเคยแสดงท่าที ถือว่าเหมาะสมแล้ว โดยพรรคประชาธิปัตย์ก็สนับสนุนแนวทางที่ไม่ต้องการเห็นความขัดแย้ง และอยากให้ทุกฝ่ายหาทางกลับเข้าสู่สันติภาพ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยหรือภูมิภาคอื่นๆ ไม่ประสงค์จะถูกดึงเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการขยายวงความขัดแย้ง เพราะไม่เป็นผลดีกับใคร แต่สิ่งที่ต้องเร่งทำมากกว่าคือการสร้างความชัดเจนให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ โดยเฉพาะในเรื่องพลังงานและแนวทางรับมือทางเศรษฐกิจ แม้ว่าจะยังไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล แต่ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีได้ระบุชัดว่า มีรัฐมนตรีหลักบางส่วนที่ต้องทำงานต่อเนื่อง ซึ่งก็ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับสังคมได้ระดับหนึ่ง

เมื่อถามว่าเหตุใดพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านเต็มตัว เพราะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของมารยาททางการเมือง ไม่ได้ถึงขั้นต้องปฏิเสธอะไร เพียงแต่พรรคภูมิใจไทยทราบจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้วว่า หากจะเข้าร่วมรัฐบาลต้องยึดถือเงื่อนไขที่ได้พูดไว้กับประชาชน

เมื่อถามถึงกระแสความคิดเห็นของกองเชียร์พรรคประชาธิปัตย์ที่แบ่งออกเป็นสองฝ่าย ระหว่างการร่วมรัฐบาลกับการเป็นฝ่ายค้าน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ความคิดเห็นที่หลากหลายถือเป็นเรื่องปกติของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะหากสมาชิกหรือผู้สนับสนุนไม่มีความเห็นที่หลากหลาย ก็ไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในฐานะ สส. ก็ต้องรับฟังเหตุผลของทุกฝ่าย ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นพรรคที่มีกระบวนการตัดสินใจชัดเจนที่สุด เมื่อมีเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณา ก็ต้องเป็นมติของคณะกรรมการบริหารพรรค

เมื่อถามถึงสถานการณ์การเมืองหลังจากนี้ว่าจะราบรื่นมากน้อยเพียงใด เนื่องจากขณะนี้มีการยื่นเรื่องตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนอยากเห็นรัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหาของประเทศ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา มีความไม่เรียบร้อยเกิดขึ้นหลายประเด็น จึงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบและวางบรรทัดฐานที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต โดยทั้งสองเรื่องต้องเดินควบคู่กันไปตามกระบวนการ

เมื่อถามถึงกระแสข่าวการวางตัวประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีชื่อของนายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ถูกเสนอให้ดำรงตำแหน่ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตามมารยาททางการเมือง พรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลมักเป็นผู้พิจารณาเสนอชื่อ เมื่อมีการเสนอชื่อมา พรรคประชาธิปัตย์ก็จะทำหน้าที่ลงคะแนนตามบทบาทของ สส.

เมื่อถามว่าหากพรรคประชาธิปัตย์โหวตสนับสนุนนายโสภณ เป็นประธานสภาฯ จะหมายถึงการสนับสนุนนายกรัฐมนตรีด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เพราะการลงมติในสภาแต่ละครั้ง เป็นเรื่องที่ สส. ต้องประชุมและตัดสินใจเป็นรายกรณี