KPI Poll เปิดสเปก “ครม.ในฝันคนไทย” ชี้ชัดเกือบครึ่งประเทศไม่เอารัฐมนตรีที่เคยมีคดีทุจริต ประชาชนต้องการผู้นำมือสะอาด ฟังเสียงประชาชน และมีความเชี่ยวชาญมากกว่านักการเมืองอาชีพ เตือนชัด “คอร์รัปชันคือเส้นแดง” หากตั้งคนมีมลทิน เสี่ยงแรงเสียดทานการเมือง–วิกฤตศรัทธารัฐบาลทันที
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ KPI Poll เรื่อง “สเปก ครม.ชุดใหม่ ในฝันของคนไทย” สำรวจระหว่างวันที่ 27 ก.พ.–2 มี.ค. 2569 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน 1,908 ตัวอย่าง สะท้อนความคาดหวังต่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ โดยเน้นหนักเรื่องคุณสมบัติของบุคคล ความสุจริต และการทำงานที่ตอบโจทย์ประชาชน
ผลสำรวจพบว่า คุณสมบัติของรัฐมนตรีที่ประชาชน “ไม่ต้องการ” มากที่สุด คือ ผู้ที่เคยมีประวัติคดีทุจริตหรือคดีร้ายแรงเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ โดยมีสัดส่วนสูงถึง 48.9% ทิ้งห่างจากปัจจัยอื่นอย่างชัดเจน รองลงมา 17.9% ไม่ต้องการคนที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับกระทรวงที่ดูแล 15.3% ไม่ต้องการคนที่ขาดอุดมการณ์ทางการเมือง เช่น ย้ายพรรคหรือข้ามขั้วเพื่อหวังตำแหน่ง 14.9% ไม่ต้องการคนที่ไม่มีประสบการณ์หรือความรู้ในกระทรวงที่รับผิดชอบ และ 3.0% ไม่ต้องการคนที่เคยบริหารงานผิดพลาดจนเกิดความเสียหาย
ผลสำรวจดังกล่าวสะท้อนว่า “คอร์รัปชัน” ไม่ใช่เพียงข้อเสีย แต่เป็นเส้นแดงสำคัญที่ประชาชนต้องการให้ใช้เป็นเกณฑ์ตัดสิทธิ์บุคคลในการเป็นรัฐมนตรี โดยสังคมไทยเริ่มให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาลเชิงระบบ และต้องการเห็นการคัดเลือกรัฐมนตรีจาก “คุณสมบัติ” มากกว่าการจัดสรรตำแหน่งทางการเมือง
ในส่วนของคุณสมบัติรัฐมนตรีที่ประชาชน “ต้องการ” มากที่สุด พบว่า 32.1% ต้องการคนที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ รองลงมา 28.7% ต้องการคนที่รับฟังและนำปัญหาของประชาชนไปแก้ไข 24.6% ต้องการคนที่มีความเชี่ยวชาญและมีผลงานในตำแหน่งที่รับผิดชอบ 11.5% ต้องการคนที่กล้าตัดสินใจและรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ และมีเพียง 3.1% เท่านั้นที่ให้ความสำคัญกับการเคยเป็น สส.หรือรัฐมนตรีมาก่อน
ผลดังกล่าวสะท้อนว่าประชาชนไม่ได้ให้ความสำคัญกับสถานะ “นักการเมืองอาชีพ” เท่ากับความน่าเชื่อถือและผลงาน โดยเน้นคุณสมบัติหลักคือ ความซื่อสัตย์ การรับฟังประชาชน และความเชี่ยวชาญในการทำงาน ขณะที่ประสบการณ์ทางการเมืองไม่ถือเป็นแต้มต่อ หากไม่ได้มาพร้อมกับความโปร่งใสและผลงานที่เป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ความต้องการคณะรัฐมนตรีใหม่ยังมีความแตกต่างตามพื้นที่ โดยประชาชนในกรุงเทพมหานคร ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้น้ำหนักสูงสุดกับ “การรับฟังและนำปัญหาไปแก้ไข” ขณะที่ประชาชนในภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ให้น้ำหนักสูงสุดกับ “ความซื่อสัตย์สุจริต”
ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าในบางพื้นที่ ประชาชนเผชิญปัญหาปากท้องที่ต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน จึงต้องการรัฐบาลที่ตอบสนองเร็ว ขณะที่อีกหลายพื้นที่ยังมองว่าปัญหาความน่าเชื่อถือของการเมืองเป็นโจทย์ใหญ่ จึงต้องการ “การเมืองที่สะอาด” เป็นเงื่อนไขตั้งต้นของการบริหารประเทศ
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจยังพบว่า สังคมไทยไม่ยึดติดกับโควตาทางการเมืองมากนัก และเปิดรับทั้งมืออาชีพจากนอกการเมืองและผู้หญิงในคณะรัฐมนตรี โดย 26.4% ระบุว่า การมีมืออาชีพจากนอกการเมืองจะมีหรือไม่มีก็ได้ แล้วแต่นายกรัฐมนตรีตัดสินใจ รองลงมา 22.2% ต้องการให้มีประมาณ 10% ขณะที่ 18.4% ต้องการให้มี 30% ขึ้นไป และ 14.7% ต้องการให้มีประมาณ 20%
ส่วนสัดส่วนรัฐมนตรีผู้หญิงนั้น 31.2% ระบุว่า มีหรือไม่มีก็ได้แล้วแต่นายกรัฐมนตรี รองลงมา 21.5% ต้องการให้มีประมาณ 10% 16.6% ต้องการให้มี 20% และ 14.0% ต้องการให้มี 30% ขึ้นไป
ผลสำรวจสะท้อนว่า ประชาชนเปิดรับผู้เชี่ยวชาญจากนอกการเมืองในระดับหนึ่ง และไม่ยึดติดกับโควตาเพศมากนัก โดยมองว่าเป็นดุลยพินิจของผู้นำรัฐบาล แต่โดยรวมยังคาดหวังให้มี “มืออาชีพ” และ “ผู้หญิง” เข้ามามีบทบาทในระดับหนึ่ง โดยเน้นการคัดเลือกจากความเหมาะสมมากกว่าการกำหนดโควตา
ทั้งนี้ บทสรุปของ KPI Poll ครั้งที่ 11 ชี้ว่า ประชาชนให้น้ำหนักกับ “คุณสมบัติของบุคคล” มากกว่าที่มาทางการเมืองหรือโควตาพรรค โดยต้องการผู้นำที่มีมาตรฐานจริยธรรมสูง เริ่มจากความสุจริต โปร่งใส ปลอดผลประโยชน์ทับซ้อน และสามารถรับฟังปัญหาเพื่อแก้ไขได้จริง
ผลสำรวจยังเสนอว่า การเปิดตัวคณะรัฐมนตรีไม่ควรสื่อสารเพียงรายชื่อและตำแหน่งเท่านั้น แต่ควรชี้แจงเหตุผลของการคัดเลือก โดยเชื่อมโยงกับคุณสมบัติที่ประชาชนให้ความสำคัญ เช่น ประวัติการทำงานที่โปร่งใส กลไกป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน และผลงานการแก้ปัญหาในอดีต
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเกือบ 50% ที่ปฏิเสธรัฐมนตรีซึ่งมีประวัติด่างพร้อยด้านทุจริต สะท้อนว่าเป็น “เส้นแดง” ที่ประชาชนให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้น การแต่งตั้งบุคคลที่มีข้อร้องเรียนหรือประวัติด้านความซื่อสัตย์สุจริต อาจเพิ่มแรงเสียดทานทางการเมือง และกระทบความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล จนนำไปสู่ภาวะวิกฤตศรัทธาได้อย่างรวดเร็ว


