xs
xsm
sm
md
lg

"สว.ภิญญาพัชญ์ ส่งมอบวีลแชร์ช่วยกลุ่มเปราะบางจังหวัดน่าน จี้รัฐทบทวนเบี้ยพิการ เหตุไม่พอกับค่าครองชีพ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วันนี้ (5 มี.ค.) น.ส.ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) นำคณะส่งมอบรถเข็นวีลแชร์ เพื่อนำไปสนับสนุนภารกิจในการให้สาธารณะ ให้กับกลุ่มเปราะบางในเขตเทศบาลเมืองน่านได้ใช้ประโยชน์ ภายใต้การกำกับดูแลโดย นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน

โดย น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวว่า ในขณะที่เรากำลังพูดถึงการพัฒนาประเทศไปสู่ความทันสมัยและนวัตกรรม แต่ในซอกหลืบของชุมชนหรือในห้องเช่าแคบๆ ยังมีผู้พิการและผู้สูงอายุที่ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเพียงลำพัง หลายคนเข้าไม่ถึงแม้กระทั่งสิทธิพื้นฐานที่รัฐจัดให้ เพียงเพราะข้อจำกัดทางกายภาพและโอกาสที่เหลื่อมล้ำ เงินเบี้ยยังชีพผู้พิการ 800 - 1,000 บาทต่อเดือน ในยุคที่ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นเช่นนี้ ตนตั้งข้อสงสัยมาตลอดว่าเพียงพอต่อการมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หรือไม่

“กลุ่มเปราะบางไม่ใช่แค่ตัวเลขในทะเบียนราษฎร์ แต่คือชีวิตที่มีความรู้สึก ความหิว และความหวัง ดิฉันมีความเป็นห่วงอย่างยิ่งต่อระบบการดูแลที่ไม่ครอบคลุม ทั้งเรื่องกายอุปกรณ์ที่ไม่ทันสมัย ระบบขนส่งมวลชนที่ไม่เอื้อต่อการเดินทาง และการเข้าถึงสวัสดิการที่ยังเต็มไปด้วยขั้นตอนที่ยุ่งยาก ซึ่งกลายเป็นกำแพงกั้นคนเหล่านี้ออกจากสังคม" น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าว

น.ส.ภิญญาพัชญ์ ระบุว่า ตนขอเสนอแนะต่อรัฐบาลใน 3 ประเด็นเร่งด่วน คือการปรับปรุงสวัสดิการแบบถ้วนหน้า ต้องมีการพิจารณาปรับเพิ่มเบี้ยความพิการและเงินอุดหนุนกลุ่มเป้าหมายให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ ไม่ใช่แค่การสงเคราะห์ แต่เป็นการสร้างหลักประกันทางสังคม นอกจากนี้ รัฐต้องส่งเสริมการจ้างงานผู้พิการในภาคเอกชนและภาครัฐอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแค่การจ่ายเงินเข้ากองทุนเพื่อเลี่ยงการรับเข้าทำงาน เพื่อให้เขาสามารถยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตนเอง และประการสุดท้าย เมืองทุกเมืองต้องถูกออกแบบมาให้คนทุกกลุ่มเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นทางลาด ลิฟต์ หรือระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อให้ ความพิการไม่ใช่อุปสรรคในการใช้ชีวิต

น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า นอกจากเรื่องสิทธิกลุ่มเปราะบางแล้ว วันนี้ยังเป็นวันดี เนื่องจากเป็นวันนักข่าว ตนในฐานะ สว.ที่มาจากสายสื่อสารมวลชนและวรรณกรรม มองว่านักข่าวภาคสนาม ช่างภาพ บรรณาธิการ หรือคนทำงานเบื้องหลัง ต่างต้องแบกรับความกดดันและการทำงานที่แข่งกับเวลา เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้าน ตนจึงขอเป็นกำลังใจให้คนทำสื่อทุกท่านที่ยังยึดมั่นในจริยธรรม ไม่หวั่นเกรงต่ออิทธิพล และพร้อมจะยืนหยัดเคียงข้างความถูกต้อง แม้ในวันที่พายุข่าวปลอมจะถาโถม แต่ท่านคือแสงสว่างที่ช่วยนำทางสังคมไทยเสมอมา

“ในขณะที่เราเรียกร้องให้สื่อมวลชนทำหน้าที่อย่างกล้าหาญ สังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องไม่ลืมเหลียวมองคุณภาพชีวิตของคนทำงานสื่อด้วยเช่นกัน ดิฉันขอถือโอกาสเรียกร้องให้มีการทบทวนและยกระดับสวัสดิการสื่อมวลชนอย่างจริงจังค่ะ เพราะหากคนทำสื่อมีความมั่นคงในชีวิต พวกเขาก็จะมีพลังในการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนได้อย่างเต็มภาคภูมิ” น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าว