“อนุทิน” ถก “วันนอร์” รับมือผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง ยันไทยวางตัวเป็นกลาง มั่นใจมุสลิมไทยแม้ต่างนิกาย แต่ไร้ขัดแย้ง พร้อมหนุนภูมิใจไทยจัดตั้งรัฐบาล ชี้ ต้องรีบมีรัฐบาลตัวจริง เพื่อความเชื่อมั่นในการเจรจาระดับโลก
วันที่ 5 มี.ค.เมื่อเวลา 08.47 น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ยังทำเนียบรัฐบาล โดยทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงได้สักการะองค์นรสิงห์จำลอง ซึ่งปฏิบัติเป็นปกติทุกวัน
จากนั้น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้พา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา เข้าพบนายกรัฐมนตรี บนตึกไทยคู่ฟ้า โดยภายหลังการเข้าพบ นายวันนอร์ เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีเชิญตนเองมาหารือถึงสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในภาวะสงคราม แต่อาจจะมีผลกระทบ ในฐานะที่ตนพอจะรู้เรื่อง ประเทศมุสลิม นายกฯ จึงเชิญมาหารือว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวด้วยว่า ชาวมุสลิมในประเทศไทยไม่ต้องกังวลอะไร เนื่องจากประเทศเรามีท่าทีที่เป็นกลาง และเราพร้อมที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงของสหประชาชาติและอาเซียน ไม่มีปัญหา เพราะสนับสนุนการการเจรจา เพื่อให้เกิดสันติภาพ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเมินสถานการณ์การสู้รบจะยืดเยื้อหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ไม่มีใครทราบได้ เพราะเป็นเรื่องของ 2-3 ประเทศ ที่เกี่ยวข้อง แต่การกำหนดท่าทีของรัฐบาลในการดูแลประชาชนในประเทศเหล่านั้นให้มีความปลอดภัย หรือประชาชนมีความประสงค์จะเดินทางกลับไทย ก็ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงกระทรวงที่เกี่ยวข้องต้องรีบดูแล พร้อมมองว่าขณะนี้ทางอาเซียนมีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศแล้ว โดยมีการวางท่าทีและบทบาทที่เหมาะสม เป็นประโยชน์ต่ออาเซียน
นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวอีกว่า หลายประเทศพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับประเทศไทยในการให้ความช่วยเหลือคนไทย เพราะทุกครั้งที่เกิดปัญหาทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง เห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่สันติสุขสันติภาพ และเราไม่มีปัญหากับประเทศใด เขาก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
ทั้งนี้ คนไทยส่วนใหญ่ที่ตกค้างอยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง 80% เป็นนิกายซุนนี แต่อิหร่านเป็นนิกายชีอะฮ์ กว่า 90% นั้น แม้ความเห็นในด้านศาสนาจะแตกต่าง แต่ความเป็นอยู่ก็ใกล้เคียง ไม่ได้มีความขัดแย้งในทางนิกาย ที่จะนำไปสู่ความไม่สงบสุขได้ อยู่ด้วยกันได้ ไม่มีปัญหา ซึ่งในประเทศไทยเองนิกายชีอะฮ์มีอยู่ประมาณ 10%
เมื่อถามว่า จะมีการหารือเรื่องงานสภาด้วยหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้ กกต.รับรอง สส.ทั้งเขตและบัญชีรายชื่อครบแล้ว นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ตนเองยังไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้มีการพูดคุย เพียงคุยกับนายกรัฐมนตรี แต่คิดว่างานสภาฯ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะขณะนี้ กกต.รับรอง สส.ครบถ้วน และพร้อมที่จะเปิดสภาแล้ว ซึ่งตามขั้นตอนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จะทำหนังสือถึงเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อกราบบังคมทูลฯ เปิดสมัยประชุม โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนจะต้องปฏิญาณตนก่อนปฎิบัติหน้าที่
เมื่อถามว่า พรรคประชาชาติ เข้าร่วมรัฐบาล จะมีการพูดคุยเรื่องตำแหน่งอย่างไร นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า เราฟังเสียงประชาชน และเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่ประชาชนเลือกมากที่สุดมาเป็นอันดับหนึ่ง จึงเป็นหน้าที่พรรคภูมิใจไทยในการจัดตั้งรัฐบาล และมองว่าการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ และเมื่อภาวะสงครามตะวันออกกลาง ยิ่งต้องจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จโดยเร็ว เพราะการเจรจาในช่วงที่เป็นรัฐบาลรักษาการอาจจะลดความเชื่อถือลง
เมื่อถามถึงไทม์ไลน์การเปิดประชุมสภา นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของสภาฯ กับรัฐบาลเนื่องจากต้องมีการกราบบังคมทูลฯ ไม่สามารถกำหนดเองได้


