xs
xsm
sm
md
lg

กกต.รับรอง 100 ปาร์ตี้ลิสต์พร้อม สส. 3 เขต เว้นสุพรรณ จ่อฟันอาญา “หมอเกศ” พร้อมให้ข้อมูลฟ้อง 6 บุคคล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กกต.รับรอง 100 สส.ปาร์ตี้ลิสต์แล้ว พร้อม สส. 3 เขต ยกเว้นสุพรรณบุรี เหตุพบ กปน.ส่อทำเลือกตั้งไม่สุจริต เผย ร้องเรียนเลือกตั้ง 246 ซื้อเสียงมากสุด ประชามติมี 6 คำร้อง จ่อฟันอาญา “หมอเกศ” เพิ่ม พร้อมให้ข้อมูลหลักฐานปมดำเนินคดี 6 บุคคลขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กปน.

วันนี้ (4 มี.ค.) ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. แถลงว่า กกต.มีมติประกาศรับรอง สส.แบบแบ่งเขตเพิ่มอีก 3 เขต คือ พะเยา เขตเลือกตั้งที่ 1 และจันทบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 และเขต 2 ส่วน จ.สุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 2 กกต.ยังไม่ประกาศรับรอง เนื่องจากพบว่าการปฎิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ส่อให้เห็นถึงความไม่สุจริตเที่ยงธรรม ซึ่งจะนำไปสู่การสืบสวนไต่สวนต่อไป ซึ่งกรณีนี้เป็นความปรากฏต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งว่ามีผลการนับคะแนนที่เปลี่ยนแปลงฉะนั้นขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนของการสืบสวนไต่สวนของคณะกรรมการและผู้ที่เกี่ยวข้องส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็จะได้มีการสรุปให้กับ กกต.ได้พิจารณาโดยตามกฎหมายแล้ว กกต.มีเวลาในการสอบสวน 60 วัน

อย่างไรก็ตาม ตามที่มีกระแสข่าวว่า กกต. โยนบาปหรือลอยแพ กปน.นั้น ขอชี้แจงว่า การทำหน้าที่ของ กปน.ซึ่งอาสาเข้ามาทำหน้าที่ ทาง กกต. และสำนักงานฯ ได้ให้ความสำคัญกับ กปน. เพราะฉะนั้นแล้ว กปน.เมื่อได้รับการแต่งตั้งเขาถือว่าเป็นพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา เขาจึงมีศักดิ์มีสิทธิ์ตามอำนาจหน้าที่ ฉะนั้น ถ้าเขาเดินไปตามระเบียบที่กฎหมายให้แบบนี้กฎหมายจะคุ้มครองเขา แต่ถ้าดำเนินไปเพื่อประโยชน์ หรือช่วยเหลือพรรคการเมืองใดแบบนี้ก็ต้องเป็นการรับผิดชอบต่อกฎหมาย

นอกจากนี้ กกต.มีมติประกาศผล สส.แบบบัญชีรายชื่อครบ 100 คน โดยคำนวณจากคะแนนเสียงเลือกตั้งที่ลงให้กับทุกพรรคจำนวน 35,030,579 หารด้วยจำนวน สส.แบบบัญชีรายชื่อที่พึงมีได้ค่าเฉลี่ย 350,305.79 คะแนน ต่อ 1 คน จึงพบว่า เมื่อคำนวณตามค่าเฉลี่ยตามค่ากฎหมาย แบ่งจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ ได้แก่ ลำดับที่ 1 พรรคประชาชน 32 คน พรรคภูมิใจไทย 19 คน พรรคเพื่อไทย 16 คน พรรคประชาธิปัตย์ 11 คน พรรคเศรษฐกิจ 3 คน พรรครวมไทยสร้างชาติ 2 คน พรรคเพื่อชาติไทย 2 คน พรรคกล้าธรรม 2 คน และอีก 13 พรรคการเมือง พรรคละ 1 คน ได้แก่ พรรครวมใจไทย พรรคประชาชาติ พรรคใหม่ พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคมิติใหม่ พรรคไทยภักดี พรรคไทยสร้างไทย พรรครวมพลังประชาชน พรรคเสรีรวมไทย พรรคทางเลือกใหม่ พรรคไทรวมพลัง และพรรคพลังประชารัฐ รวมแล้ว จำนวน 100 คน

ส่วนจำนวน สส.แบบแบ่งเขต พรรคภูมิใจไทย 172 คน (ขาดสุพรรณบุรี 1 เขต) พรรคประชาชน 88 คน พรรคเพื่อไทย 58 คน พรรคกล้าธรรม 56 คน พรรคประชาธิปัตย์ 10 คน พรรคไทรวมพลัง 5 คน พรรคพลังประชารัฐ 4 คน พรรคประชาชาติ 4 คน พรรคไทยสร้างไทย 1 คน และพรรคโอกาสใหม่ 1 คน

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ยืนยันว่า ระยะเวลาในการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งและกระบวนการจัดการเลือกตั้ง เป็นไปตามระเบียบขั้นตอนของกฎหมายกรณีที่พบว่ามีจำนวนบัตรไม่ตรงกับผู้มาใช้สิทธิก็ได้สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่หรือสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ไปไหนหลายหน่วยเลือกตั้ง ดังนั้น การรับรองสส.แบบบัญชีรายชื่อ และ สส.แบบแบ่งเขตจึงดำเนินการตามขั้นตอนทุกอย่าง

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ ผู้มีสิทธิจำนวน 52,933,610 คน มาใช้สิทธิ 37,807,816 คน คิดเป็นร้อยละ 71.43 บัตรดี 35,030,579 ใบ คิดเป็นร้อยละ 92.65 บัตรเสีย 1,669,106 ใบ คิดเป็นร้อยละ 4.42 บัตรไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด 1,108,123 ใบ คือ เป็นร้อยละ 2.93

ส่วนการใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิจำนวน 52,933,610 คน มาใช้สิทธิ 37,807,812 คน คิดเป็นร้อยละ 71.43 บัตรดี บัตรดี 34,862,091 ใบ คิดเป็นร้อยละ 92.21 บัตรเสีย 1,337,452 ใบ คิดเป็นร้อยละ 3.54 บัตรไม่เลือกผู้ใด 1,608,250 ใบ คือเป็นร้อย 4.25 ทั้งนี้ ผลต่างของผู้มาใช้สิทธิ สส.ทั้งสองแบบ มีความแตกต่างกัน เป็นผลมาจากรณีดังต่อไปนี้ เช่น กรณีบัตรเลือกตั้งนอกเขต นอกราชอาณาจักร มีการส่งบัตรกลับมาไม่ครบ 2 ใบ และกรณี กปน.ขอเพิ่มชื่อที่หน่วยเลือกตั้งที่ไปปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งตามกฎหมายเขียนไว้ชัดเจน ว่าเขามีสิทธิเลือกตั้งคนละเขตที่ปฎิบัติหน้าที่ จะมีสิทธิเพิ่มเฉพาะแบบบัญชีรายชื่อเท่านั้น และกรณีผู้มาใช้สิทธิกับบัตรไม่ตรงกัน ที่ กกต.สั่งให้ลงคะแนน หรือ นับคะแนนใหม่

สำหรับ 10 ลำดับ ของผู้มาใช้สิทธิมากที่สุด ได้แต่ อันดับ 1 จ. พัทลุง 2. จ. ลำพูน 3.จ. นครนายก 4. จ. นครปฐม 5. จ. สงขลา 6.จ.พระนครศรีอยุธยา 7.จ. ราชบุรี 8. จ.สระบุรี 9.จ.เชียงใหม่ และ 10. จ.เพชรบุรี

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ยังประกาศการออกเสียงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยผู้มีสิทธิออกเสียงมีจำนวน 52,933,610 คน ผู้มาใช้สิทธิ จำนวน 36,870,266 คน คือ เป็นร้อยละ 69.65 เห็นชอบประเด็นที่ออกเสียงประชามติ 21,621,638 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 58.64 ไม่เห็นชอบประเด็นออกเสียงประชามติ 11,241,653 คะแนน คือเป็นร้อยละ 30.49 และไม่แสดงความคิดเห็นออกเสียงประชามติ 3,074,330 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 8.34 มีบัตรเสียอยู่ที่ 932,583 ใบ คิดเป็นร้อยละ 2.43

ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ยังยืนยันว่า กกต. มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งโดยสุจริตและเที่ยงธรรม มีหน้าที่ปกป้องและคุ้มครองผู้มาใช้สิทธิ พร้อมกับจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเป็นไปโดยตรงและรับตามเจตนาของรัฐธรรมนูญ และยืนยันเคารพในการแสดงความคิดเห็น แต่การตั้งข้อสงสัยหรือการตั้งข้อสังเกต ต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริง ไม่บ่อนทำลายต่อความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย


ด้าน นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ในส่วนเรื่องร้องเรียน ร้องคัดค้านการเลือกตั้งมีทั้งสิ้น 246 เรื่องในจำนวนนี้ร้อยละ 30 เป็นการร้องเรื่องซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งเรื่องร้องทุจริตทุกเรื่องอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนชั้นของสำนักงานฯซึ่งมีขั้นตอนในการดำเนินการ ต้องเปิดโอกาสผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจง จึงต้องใช้เวลา กกต.จึงเห็นว่าการพิจารณาภายในระยะเวลา 60 วันดำเนินการไม่ทันจึงประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไปก่อน แต่ทั้งนี้ไม่ตัดอำนาจกกต.ในการสืบสวนสอบสวนในภายหลัง

ส่วนคำร้องกรณีการกระทำผิดในการออกเสียงประชามติมีทั้งสิ้น 6 คำร้อง ก็อยู่ระหว่างการดำเนินการโดยระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดนั้นน้อยกว่าเรื่องร้องเรียนส.ส.กกต.จึงต้องประกาศผลการออกเสียงประชามติไปก่อน

นอกจากนี้ ในวันนี้ศาลฎีกาก็มีคำพิพากษาให้มีการเพิกถอนสิทธิสมัคร น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สว.หลังจากนี้กกต.ก็จะต้องพิจารณาด้วยเรื่องของการดำเนินคดีอาญาฐานรู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่มีสิทธิ์สมัครแต่ยังลงสมัคร

นายครรชิต ยังกล่าวด้วยว่า ในส่วนกรณีที่พบเอกสารการเลือกตั้งถูกทิ้งที่บ่อขยะในจังหวัดสมุทรปราการ และมีข้อสงสัยว่ากรรมการประจำหน่วยกระทำทุจริตหรือไม่ กกต.รับเป็นความปรากฏอยู่ในระหว่างดำเนินการโดยกกต.มีมติให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสมุทรปราการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนและอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าใครเอาวัสดุอุปกรณ์ต่างๆไปทิ้ง เช่นเดียวกับกรณีที่จ.พะเยาที่พบกปน.เตรียมนำบัตรที่ลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว 7 ใบใส่ลงในหีบบัตรเลือกตั้งก็อยู่ระหว่างการสอบสวนว่าเกี่ยวข้องกับผู้สมัครหรือไม่ หรือที่อ.พาน จ.เชียงราย ที่มีการจับเงินซื้อเสียงคณะกรรมการสอบสวนก็กำลังดำเนินการอยู่

ส่วนกรณีแจ้งความดำเนินคดี 6 บุคคลที่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยในการออกเสียงลงคะแนนใหม่ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขต 15 คันนายาวกรุงเทพมหานคร ขณะนี้พนักงานสอบสวนให้กกต. ไปให้ถ้อยคำและยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมตนในฐานะผู้ได้รับมอบหมายจากกกต.ก็อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน

เมื่อถามว่า มีข้อสงสัยว่าในวันดังกล่าวสื่อมวลชนปฏิบัติหน้าที่หลายสำนักก็มีการถ่ายรูปเหตุใดจึงดำเนินคดีกับสื่อมวลชนเพียงรายเดียว นายครรชิต กล่าวว่าที่แจ้งความดำเนินคดีไปเป็นการดูเบื้องต้นและขณะนี้เรามีการเอาวงจรปิดรวมถึงคลิปต่างๆมาดูเพิ่มเติมอยู่ ส่วนที่จะให้มีการถอนแจ้งความในส่วนของสื่อ ก็ต้องอยู่ กกต.พิจารณา เมื่อพยายามถามถึงเหตุผลที่แจ้งความสื่อฯ นายครรชิตก็ตัดบทว่าจะขอไปอธิบายเหตุผลกับพนักงานสอบสวน

ส่วนความคืบหน้าเกี่ยวกับข้อร้องเรียนกรณีบริษัทสเปคเตอร์ซี จำกัด ที่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาชน นายครรชิต กล่าวว่าอยู่ระหว่างดำเนินการ ก็เหมือนกับที่ร้องเรียนอื่น เพียงแต่เรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง ส่วนจะมีความเชื่อมโยงกับความวุ่นวายในหลายพื้นที่ เช่น ปทุมธานี เขต 7 ชลบุรี เขต 1 กทม.เขตคันนายาว หรือไม่นั้น ตรงนี้สเปคเตอร์ซีก็เป็นจุดเริ่มต้น ต้องไปดูว่ามีวิธีการดำเนินการอย่างไร