xs
xsm
sm
md
lg

เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง “หมอเกศ” 10 ปี เซ่นใช้ศาสตราจารย์สมัคร สว. ศาลฎีกาชี้ทำให้การเลือกไม่สุจริต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง “หมอเกศ” 10 ปี ปมใช้ ศาสตราจารย์ ในการแนะนำตัวสมัคร สว. ชี้ ทำให้การเลือก สว.ไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมตามกฎหมาย

วันนี้ (4 มี.ค.) ศาลฎีกา เผยแพร่คำพิพากษาในคดีที่ กกต.ยื่นฟ้อ งนางสาวเกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา กรณีการใช้วุฒิการศึกษา “ศาสตราจารย์” ในการแนะนำตัวในการสมัครเจ้านับการคัดเลือกเป็น สว. ซึ่งออกโดยแคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี สหรัฐอเมริกา โดย กกต.เห็นว่า อาจจะไม่ตรงกับความจริงเป็นการหลอกลวงหรือจูงใจให้บุคคลอื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติความรู้ความสามารถหรือเกียรติคุณของนางสาวเกศกมล เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภามาตรา 77(4) และมีผู้ยื่นคำร้องคัดค้าน เกี่ยวกับการใช้ศาสตราจารย์ในการแนะนำตัวของนางสาวเกศกมลด้วย

ด้าน นางสาวเกศกมล ได้คัดค้าน อ้างว่า ศาสตราจารย์เป็นตำแหน่งทางวิชาการไม่ใช่วิชาชีพหรืออาชีพอิสระในกลุ่มที่สมัคร ซึ่งตนลงสมัครในกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระกลุ่ม 19 จึงไม่ต้องสอนหนังสือหรือเทียบตำแหน่งกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยศาลเห็นว่า ประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานเป็นการระบุถึงงานที่นางสาวเกศกมลกำลังทำอยู่หรือเคยทำมาแล้วในอดีต เมื่อนางสาวเกศกมล ผู้คัดค้านระบุว่า “ศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิงเกศกมล เปลี่ยนสมัย” จึงต้องมีประสบการณ์การสอนหนังสือหรือประวัติการทำงานสอนหนังสือมาก่อน หากไม่เคยทำการสอนหนังสือมาก่อนก็ไม่อาจระบุว่าเป็นศาสตราจารย์ในเอกสารข้อมูลแนะนำตัวผู้สมัคร สว. และจากการที่นางสาวเกศกมลได้ทำหนังสือหารือไปยัง กกต. และได้รับคำตอบว่าไม่สามารถใส่ตำแหน่งทางวิชาการได้เนื่องจากเป็นข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร แต่หากประสงค์จะใส่ตำแหน่งทางวิชาการสามารถนำไปใส่ในส่วนของประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัคร เมื่อพิจารณาจากหนังสือตอบข้อหารือแล้ว เห็นว่านางสาวเกศกมลสามารถนำตำแหน่งทางวิชาการไปใส่ไว้ในประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครได้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการรับรองตำแหน่งทางวิชาการว่ามีความถูกต้องหรือไม่ เพราะเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งไม่มีหน้าที่ตรวจสอบความมีอยู่หรือความถูกต้องของตำแหน่งทางวิชาการของนางสาวเกศกมล ส่วนที่อ้างว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2561 ไม่มีบทบัญญัติห้ามไม่ให้ผู้สมัครที่ได้รับคุณวุฒิทางการศึกษาหรือได้รับตำแหน่งทางวิชาการจากต่างประเทศระบุในเอกสารแนะนำตัวตามแบบ สว. 3 นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าแม้กฎหมายดังกล่าวไม่มีบทบัญญัติห้ามไม่ให้ผู้สมัครที่ได้รับคุณวุฒิทางการศึกษา หรือได้รับตำแหน่งทางวิชาการจากต่างประเทศระบุในเอกสารแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร สว. หรือ สว. 3 แต่ นางสาวเกศกมล ก็ยังคงมีหน้าที่ต้องระบุข้อมูลด้วยความถูกต้องไม่แอบอ้างตนเองว่ามีประสบการณ์ทำงานหรือประสบการณ์ทำงานในตำแหน่งศาสตราจารย์เพื่อให้ผู้สมัครอื่นเข้าใจผิดในสาระสำคัญของประวัติการทำงานของตน การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำอันเป็นการทุจริตด้วยการให้ข้อมูลแนะนำตัวในส่วนประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครไม่ตรงต่อความจริง เพื่อให้ผู้สมัครอื่นลงคะแนนให้แก่ตนเอง ทำให้การเลือกที่ต้องเป็นไปตามวิธีการที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. 2561 ไม่เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรมและเสมอภาคกันบนพื้นฐานของการนำเสนอข้อมูลประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานที่ตรงต่อความเป็นจริงของผู้สมัครแต่ละราย ทำให้เจตนารมณ์ของการเลือก สว.ที่กำหนดให้ผู้สมัครเลือกกันเองภายในกลุ่มและเลือกผู้สมัครในกลุ่มอื่นที่อยู่สายเดียวกันของผู้สมัครรับเลือกเป็น สว.ตามวิธีการที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2561 ที่ต้องหาบุคคลที่มีความซื่อสัตย์สุจริตมีความรู้ความสามารถความเชี่ยวชาญประสบการณ์อาชีพหรือการทำงานด้านต่างๆ ที่หลากหลายของสังคมเพื่อเข้าไปทำหน้าที่ให้วุฒิสภาเสียไป การกระทำของนางสาวเกศกมล

จึงเป็นการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมตามรัฐธรรมนูญมาตรา 226 และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.พ.ศ 2561 มาตรา 62 พิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนางสาวเกศกมล เปลี่ยนสมัย ผู้คัดค้านเป็นเวลา 10 ปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษา

ทั้งนี้ ในคำพิพากษาของศาลฎีกาได้ประทับตราลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569