“เต้-มงคลกิตติ์” ขอตั้งพรรคก้าวล้ำแล้ว ยันนโยบายเดิมยังคงอยู่ ไล่บี้ “อนุทิน”รับรองเงินผดุงเกียรติทหารผ่านศึก ไม่ได้เจอด่าทุกแพลตฟอร์มเช้ายันเย็น
วันนี้(4 มี.ค. )นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ อดีตผู้สมัคร สส.พร้อมคณะ เข้ายื่นจองขอจดแจ้งชื่อพรรคก้าวล้ำ พร้อมเป็นหัวหน้าพรรค โดยนายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า พรรคมีอดีตทหารผ่านศึกที่เคยอยู่พรรคทางเลือกใหม่มาร่วมด้วย ฉะนั้นแล้วพรรคก้าวล้ำจะมีสมาชิกมีคนทุกเจน ตั้งแต่เจน Z เจน Y เจน X และเบบี้บูมเมอร์ ส่วน “กรุงเทพฯ บินได้” ก็จะอยู่ภายใต้สังกัดนี้ ซึ่งพรรคก้าวล้ำดูแค่ชื่อก็รู้ว่าล้ำสมัย ชีวิตของคนในประเทศต้องล้ำสมัย แบบ AI อยู่แบบปัญญาประดิษฐ์ นโยบายก็ยังเหมือนเดิมคือนโยบายอวกาศ ทั้งการท่องเที่ยวอวกาศ นโยบายศัลยกรรม และเงินผดุงเกียรติของทหารผ่านศึกเหมือนเดิม ซึ่งตอนนี้อยู่ที่สภาผู้แทนราษฎรรอนายอนุทิน ชาญวีรกูล เซ็นรับรอง แล้วเราก็ผลักดันเหมือนเดิม ถ้าไม่เซ็นเราก็จะด่าเช้า ด่าเย็นด่าทุกแพลตฟอร์ม ฉะนั้นเงินผดุงเกียรติของทหารผ่านศึก 3,000 บาทรัฐบาลยังจะต้องดำเนินต่อไป
นายมงคลกิตติ์ กล่าวอีกว่า พรรคก้าวล้ำเมื่อขอจดแจ้งชื่อพรรคจะต้องเตรียมประชุมพรรคภายใน 30 วันเราจะทำให้เร็วเผื่อการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ อย่างไรก็ตามเมื่อวาน(3 มี.ค.) มีการประชุมกลุ่มกรุงเทพบินได้ เราได้ชื่อรองผู้ว่าฯกทม.หลายคนแล้ว ตนจึงขอเชิญชวนคนรุ่นใหม่ และคิดนอกกรอบต้องการที่จะทำให้กรุงเทพบินได้แบบ 360 องศา เราไม่ต้องการนักการเมืองจ๋าแล้วเข้ามาเอาค่าผลประโยชน์ 25-30 เปอร์เซ็นต์
นายมงคลกิตติ์ ยังกล่าวถึวประเด็นน้ำมันว่า ประเทศไทยสั่งน้ำมันนำเข้าประมาณ 80,000 ล้านลิตรต่อปี ใช้ในประเทศประมาณ 40,000 ล้านลิตร และส่งออก 40,000 ล้านลิตร ดังนั้นถ้าสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ประเทศเราจะวิกฤตเรื่องน้ำมัน ซึ่งในอนาคตถ้าเราต้องการน้ำมันโดยไม่ต้องผ่านประเทศยูเออี ซาอุดีอาระเบีย หรือกาตาร์นั้น นายกฯ ควรตัดสินใจควรขุดเจาะน้ำมันที่อ่าวไทยโดยที่ไม่ต้องแบ่งนายฮุน เซน ที่เคยอ้างว่ามีส่วนแบ่ง 50 เปอร์เซ็นต์ เราจะมีน้ำมันใช้ 2 ปีจากนี้แบยไม่ต้องนำเข้า แต่ ณ ตอนนี้เราจำเป็นต้องกักตุนน้ำมัน ตอนนี้สถานการณ์สงครามอิหร่านไม่ได้ขนาดนั้นยาวขนาดนั้นจึงจำเป็นต้องตุน


