xs
xsm
sm
md
lg

ร้าวรึเปล่า? หรือ ทางใครทางมัน!...เมื่อ "ปิยบุตร" ประกาศปลดพันธะพรรคส้ม! ** “ขิง เอกนัฏ - ท็อป วราวุธ” ลุ้นเก้าอี้ พลังงาน-อุตสาหกรรม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ปิยบุตร แสงกนกกุล - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ - วราวุธ ศิลปอาชา
ข่าวปนคน คนปนข่าว




++ ร้าวรึเปล่า? หรือ ทางใครทางมัน!...เมื่อ "ปิยบุตร" ประกาศปลดพันธะพรรคส้ม!

กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในหมู่ "ด้อมส้ม" เมื่อ “อาจารย์ป๊อก” ปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ก่อร่างสร้างพรรคอนาคตใหม่ ร่วมหัวจมท้ายมากับ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" ส้มตัวพ่อ มาประกาศผ่านเฟซบุ๊กตัวเอง "ปลดเปลื้อง" พันธะผูกพันกับพรรคประชาชน และจะขอกลับไปใช้ความรู้ที่พอมีอยู่บ้าง คิด พูด และเขียน อย่างอิสระ ไม่ได้เกี่ยวกับ หรือกระทำในนามของพรรค อีกต่อไป

เล่นเอา "ด้อมส้ม" ถึงกับต้องขยี้ตา พากันรีเฟรชหน้าจอเช็กไม่แน่ใจว่า นี่คือเรื่องจริงหรือ เฟกนิวส์กันแน่!

และแล้วก็เข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมากแตกเป็นสองสาย ทั้งให้กำลังใจและจะรอการกลับมา ขณะที่บางส่วน "ทับถม" แซะว่า "ตัดช่องน้อยแต่พอตัว”... ปิยบุตร รู้เอาตัวรอดเป็นยอดดี

ปิยบุตร แสงกนกกุล
งานนี้เหตุและผลของ "ปิยบุตร" ระบุอีกว่า ตัวเองยังมีงานเขียนที่ค้างไว้อยู่ ได้แก่ กำเนิดพรรคอนาคตใหม่ , ทฤษฎีที่นำมาประยุกต์ใช้ในการตั้งพรรค , ทฤษฎีพรรคการเมืองแบบมาร์กซิสต์ และแบบซ้าย , รวมคำปราศรัยการเมืองและบทวิจารณ์และข้อเสนอถึงพรรค , บันทึกการเดินทาง ทัศนศึกษา ในประเทศต่างๆ และคำบรรยายในชั้นปริญญาโท 2 หัวเรื่อง (บรรยายครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะลาออกมาตั้งพรรคการเมือง)

นอกจากนี้ ได้รวบรวมข้อเขียนที่อยู่ในเพจ คลิป การสัมภาษณ์ คำบรรยาย และผลงานทั้งหมด นำไปไว้รวมในเว็บไซต์ของตัวเอง ซึ่งกำลังทำ คาดว่าไม่เกินหนึ่งเดือน น่าจะเผยแพร่ได้ และในปีนี้จะพยายามทำต้นฉบับ และออกหนังสือให้ได้ 1 เล่ม
ก่อนจะตบท้ายแบบมีเยื่อใยให้ด้อมส้มไม่จัดทัวร์มาลงเยอะ ว่า..ขอเอาใจช่วยให้พรรคประชาชนประสบความสำเร็จ
..แลไปข้างหน้า จนกว่าเราจะพบกันอีก

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
เรียกว่าทิ้งเอาไว้ให้ "ด้อมส้ม" ตีความกัน "ปลดเปลื้อง" แต่ยังไม่ถึงขั้น "ไปแล้วไปลับ"

พูดถึงการตีความ โพสต์ก่อนหน้า ที่จะประกาศ "ปลดเปลื้อง" จากพรรคส้ม “ปิยบุตร” ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงทฤษฎีการเป็นพรรคมวลชน มีประโยค และคำพูดที่ทำเอาหมู่ด้อมส้มหลายคนเริ่มสัมผัสได้ถึงกลิ่นอาย ทะแม่งๆ ที่แฝงนัยยะอะไรหรือไม่ !?

เพราะด้วยประโยค เช่น “พรรคไม่ควรกลายเป็นพาหนะของปัจเจก” และ “นักการเมืองหิวแสง” รวมถึง “มหาอำมาตย์รายใหม่” ในคราบนักการเมืองประชาธิปไตย

อ่านแล้วต้องมีสะดุ้งกันทั้งพรรคส้มกันบ้างละ

พรรณิการ์ วานิช
แว่วว่า วงในพรรคส้ม ก็ซุบซิบกันให้แซ่ด ว่า คำวิจารณ์ของ “ปิยบุตร” ไม่ได้ลอยอยู่ในอากาศ แต่เหมือนพุ่งเป้าไปที่ "คนข้างใน" บางกลุ่ม ที่เริ่มทำตัวเป็นเจ้าที่เจ้าทาง ออกอาการ "หลงอำนาจ" จนหลงลืมอุดมการณ์เดิมที่เคยปลุกปั้นมาด้วยกันหรือไม่ ?
ซึ่งถ้าใครติดตามการขยับของ “อาจารย์ป๊อก” ช่วงหลัง จะเห็นว่าเริ่มมี “ระยะห่าง” ที่สังเกตเห็นได้ชัด พรรคขยับไปทางหนึ่ง แต่อาจารย์มักจะออกมาเบรกแรงๆ ผ่านโซเชียลฯ อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนเริ่มมองว่า...นี่คืออาการ “เคมีไม่ตรงกัน” ระหว่างสายวิชาการสุดโต่ง กับสายการเมืองที่เน้นประนีประนอม เพื่อคะแนนเสียง

ประเด็นที่น่าจับตาที่สุดคือ การประกาศตัวเป็น “นักวิชาการอิสระ” แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ พร้อมเปิดตัวเว็บไซต์ส่วนตัวเพื่อรวบรวมผลงาน และเตรียมคลอดหนังสือเล่มใหม่ภายในปีนี้

นี่ไม่ใช่แค่การถอยกลับไปเขียนตำราแบบเงียบๆ แต่คือการสร้าง “Platform” ของตัวเองขึ้นมาใหม่ เป็นการประกาศว่าต่อจากนี้ไป “ปิยบุตร” จะไม่ใช่แค่เงาหลังพรรคส้ม แต่จะเป็นสถาบันทางความคิดที่อิสระ ไม่ต้องเกรงใจใคร ไม่ต้องห่วงภาพลักษณ์พรรค และพร้อมจะ “ขยี้” ทุกความบิดเบี้ยวทางการเมือง แม้จะเป็นสิ่งที่เกิดจากฝั่งเดียวกันเองก็ตาม !

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
ส่วนความสัมพันธ์ของ 3แกนนำส้ม “ธนาธร-ปิยบุตร-ช่อ” หรือกระทั่ง “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ยังคงเป็นปริศนาที่ชวนให้ติดตาม แม้เบื้องหน้าจะยังดูชื่นมื่น แต่เมื่อมองจาก "บทบาท" ที่แยกออกจากกันอย่างชัดเจน

“ธนาธร” ไปทาง “ช่อ พรรณนิการ์ วานิช” ไปทาง “ปิยบุตร” ขอกลับไปเป็นนักวิชาการ ขณะที่ "พิธา " เพลิดเพลินกับบท "พ่อหนุ่มคลั่งรัก" ก็ชวนให้คิดว่า หรือมิตรภาพทางการเมืองกำลังเดินมาถึงทางแยก ที่ต่างคนต่างมีเป้าหมายไม่เหมือนเดิม?
สรุปว่างานนี้ ปิยบุตร "ถอยเพื่อก้าว" หรือ "ถอยเพื่อตัดขาด" กันแน่ !?

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์
++ “ขิง เอกนัฏ - ท็อป วราวุธ” ลุ้นเก้าอี้ พลังงาน-อุตสาหกรรม

วันนี้ (4 มี.ค.) กกต.จะประกาศรับรอง สส.ระบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ก็ต้องติดตามลุ้นกันว่า ใครจะได้เป็น “สส.ปัดเศษ” หรือใครที่คิดว่าจะได้เป็นสส. แต่สุดท้ายถูก “ปัดตก”

จากที่คำนวณไว้ก่อนหน้านี้ ช่วงที่นับคะแนนไป ร้อยละ 94 พบว่า พรรคประชาชน (31 สส.) พรรคภูมิใจไทย(19 สส.) พรรคเพื่อไทย(16 สส.) ถ้านับครบ 100 เปอร์เซนต์ พรรคเหล่านี้น่าจะได้สส.เพิ่มอีกพรรคละ 1 คน รวมทั้งพรรคเศรษฐกิจ (3 สส.) ก็น่าจะได้ลุ้นเพิ่มอีกหนึ่งเก้าอี้เช่นกัน

ดังนั้น คนของพรรคสีส้ม ที่จะมีโอกาสได้เป็น สส.บัญชีรายชื่อเพิ่มขึ้นมา คือ “ธนพร วิจันทร์” ส่วนพรรคสีน้ำเงิน คือ “นิกร จำนง” และ พรรคเพื่อไทย เป็น “ขัตติยา สวัสดิผล” ส่วนพรรคเศรษฐกิจ คนที่ได้ลุ้น คือ “พล.ต.ต.ไพบูลย์ มะระพฤกณ์วรรณ”

ส่วนที่ต้องลุ้นว่าจะถูกปัดตก หรือไม่ ก็มี “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส” พรรคเสรีรวมไทย “ราเชนทร์ ตระกูลเวียง” พรรคทางเลือกใหม่ “วสวรรธน์ พวงพรศรี” พรรคไทรวมพลัง “ภัครธรณ์ เทียนไชย” พรรคพลังประชารัฐ เป็นต้น

หลังจาก กกต. รับรองสส.ทั้งสองระบบแล้ว เมื่อมีสส.ไปรายงานตัวต่อสภา ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 95 ของจำนวนสส.ทั้งหมด 500 คนแล้ว คราวนี้ก็จะถึงเวลาเปิดประชุมสภานัดแรก จากนั้นก็มีการเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาอีก 2 คน
ซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น จะได้เป็นประธานรัฐสภาด้วย คือเป็น “ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ” นั่นเอง

ตามโผที่ออกมาในตอนนี้ ประธานสภาฯ คือ “โสภณ ซารัมย์” สายตรง “ครูใหญ่บุรีรัมย์” ส่วนรองประธานสภาคนที่ 1 ก็ยังเป็นโควต้าของพรรคภูมิใจไทย ขณะที่รองประธานสภา คนที่ 2 เป็นโควตาของพรรคเพื่อไทย มีชื่อออกมาแล้วเช่นกัน ว่าเป็น “มนพร เจริญศรี” สส.นครพนม อดีต รมช.คมนาคม

เมื่อประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งแล้ว คราวนี้ก็จะถึงวาระการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

โดยแคนดิเดตนายกฯของพรรคอันดับ 1 คือ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ส่วนแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคอันดับ 2 คือ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ”

ต้องจับตาว่าในวันนั้น “พรรคกล้าธรรม” จะโหวตให้ใคร

วราวุธ ศิลปอาชา
สำหรับโผ “ครม.อนุทิน 2” ที่มีออกมาก่อนหน้านี้ นอกจากโควต้าคนนอก อย่าง “สีหศักดิ์ -เอกนิติ-ศุภจี-บวรศักดิ์” ก็มีรัฐมนตรีเดิม ที่คาดว่าจะได้เข้ามาสานงานต่อ และบรรดาหัวหน้ามุ้ง บ้านใหญ่ ว่าใครจะได้ดูแลกระทรวงไหน ก็มีให้เห็นบ้างแล้ว

แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ในบรรดาโผเหล่านั้น ยังไม่มีการระบุว่า “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” ที่ยกทีมสส. มาจากพรรครวมไทยสร้างชาติ และ “วราวุธ ศิลปอาชา” ที่พา สส. ชาติไทยพัฒนา มาเข้าร่วมทั้งพรรค จะได้กำกับดูและกระทรวงไหน

ล่าสุด มีความคืบหน้าออกมาว่า “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” ที่เคยนั่ง รมว.อุตสาหกรรม อาจจะไม่ได้สานงานต่อ เพราะมีแรงต้านจากผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากในช่วงที่เขากำกับดูแลนั้น ตัวเขาและ “ทีมสุดซอย” เคยเข้าไปจับกุม และสั่งปิดโรงงานอุตสาหกรรม ไปไม่น้อย จนเกิดแรงต้านจากผู้ประกอบการ

และต้องดูว่าองค์กร “สภาอุตสาหกรรม” ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ จะมีความเห็นในเรื่องนี้อย่างไร

ดังนั้น “วราวุธ ศิลปอาชา” อาจได้เข้ามานั่ง รมว.อุตสาหกรรม แทน

ส่วน “เอกนัฏ” อาจจะได้ขึ้นชั้น ไปกำกับดูและกระทรวงพลังงาน ก็เป็นได้

แต่ถ้า “เอกนัฏ” ยังอยู่ที่กระทรวงอุตสาหกรรม “วราวุธ” ก็มีโอกาสสูง ที่จะได้เป็น รมว.พลังงาน

เรื่องนี้ต้องดูกันยาวๆ เช่นเดียวกับความชัดเจนของ “อนุทิน” ว่าจะเป็นนายกฯ ควบมหาดไทย หรือ ควบกลาโหม!!