xs
xsm
sm
md
lg

รัฐบาลชี้สงครามกระทบไม่มาก จ่อคว้าโอกาสศูนย์กลางการบิน คลอด 6 มาตรการดูแลธุรกิจ เล็งหาแหล่งพลังงานทดแทน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รัฐบาลพร้อมรับมือผลกระทบ ศก.สงคราม คลังชี้ผลกระทบการค้า-ท่องเที่ยว ไม่มาก เตรียมคว้าโอกาสศูนย์กลางการบิน ยัน ศก.ไทยมีเสถียรภาพ “ศุภจี” คลอด 6 มาตรการดูแลนักลงทุน-ธุรกิจไทย เข้มขึ้นราคา เล็งหาแหล่งพลังงานทดแทน กต.เผย แรงงานในอิหร่านขออพยพ 40 คน “พิพัฒน์” เผย นทท.ตกค้างแตะ 1.5 หมื่น สภาพัฒน์ประเมิน 2 ฉากทัศน์ GDP ไทยยังโต 1.3-1.6%

วันนี้ (2 มี.ค.) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงผลการประชุม เพื่อประเมินสถาการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยได้เชิญทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องด้านเศรษฐกิจ ได้รับทราบสถานการณ์ และปัญหาทีเกิดขึ้น เพื่อรับมือและแก้ไขปัญหาว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุดังกล่าวในตะวันออกกลาง มีกระทบต่อราคาพลังงาน โดยเฉพาะในช่องแคบฮอร์มุซ ในอิหร่าน ซึ่งได้ทำให้ราคาพลังงานขึ้นสูงสุดระยะสั้น ก่อนปรับลงมาเหลือ 5% ซึ่งตลาดน้ำมันมีอุปทานส่วนเกินอยู่แล้ว จึงทำให้ราคาสูงขึ้นเล็กน้อย แต่กระทรวงพลังงานของไทยได้เตรียมมาตรการรองรับไว้แล้ว โดยเฉพาะการใช้กลไกกองทุนน้ำมัน เพื่อดูแลผลกระทบระยะสั้น และมีน้ำมันสำรองเพียงพอระยะสั้น 60 วัน สามารถบรรเทาผลกระทบได้ และมีเวลาเพียงพอในการหาแหล่งพลังงานใหม่

ส่วนช่องทางการค้านั้น นายเอกนิติ เปิดเผยว่า มีผลกระทบทางตรงไม่มาก เพราะการส่งออกไปตะวันออกกลางน้อย และตัวเลขการนำเข้าน้อยเช่นกัน แต่อาจส่งผลกระทบค่าระวางเรือ และค่าพรีเมียม ที่อาจทำให้เกิดผลกระทบด้านการขนส่ง ซึ่งกระทรวงพาณิย์จะไปหารือกับภาคเอกชนต่อไป

ส่วนผลกระทบด้านการท่องเที่ยวนั้น นายเอกนิติ ระบุว่า มีไม่มาก เพราะนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางที่มาท่องเที่ยวประเทศไทยมีน้อย แต่อาจเป็นโอกาสระยะยาว ที่สายการบินต่างๆ ที่ตะวันออกกลางเป็นศูนย์กลาง อาจได้รับผลกระทบ และเป็นโอกาสให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศไทย ที่จะทำหน้าที่การเป็นศูนย์กลางการบินแทน

นายเอกนิติ ยังกล่าวถึงผลกระทบด้านตลาดเงิน และตลาดทุน ว่า ประชาชนส่วนใหญ่ เริ่มหาสินทรัพย์ปลอดภัย จึงทำให้มีการปรับตัวขึ้นเล็กน้อย เช่น ราคาทองคำ แต่ค่าเงินของประเทศไทย มีเสถียรภาพมาก และประเทศไทย มีทุนสำรองระหว่างประเทศมาก สามารถรับความเสี่ยงในตลาดเงินและตลาดทุนได้ ธนาคารพาณิชย์ มีความเข้มแข็ง มีเสถียรภาพ

ส่วนผลกระทบด้านแรงงานนั้น นายเอกนิติ ยืนยันว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับแรงงานไทยในตะวันออกกลาง ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงแรงงานจะดูแลต่อไป

นายเอกนิติ ยังยืนยันว่า รัฐบาลไทย จะคว้าโอกาสจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ที่นักลงทุนอาจย้ายฐานการลงทุน การท่องเที่ยว การแพทย์ ที่ประเทศไทยจะต้องคว้าโอกาสในด้านต่างๆ และใช้โอกาสที่ประเทศไทยมีความเป็นกลาง เหมาะสมคว้าโอกาสในเชิงเศรษฐกิจให้ได้

ขณะที่ นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงผลกระทบด้านการค้ากลุ่มประเทศที่มีความขัดแย้งโดยตรงในตะวันออกกลาง ว่า ยังมีผลกระทบจำกัด เพราะสัดส่วนรายได้จากนำเข้า-ส่งออกของไทยยังมีไม่มาก ทั้งอิสราเอล และอิหร่าน จึงไม่กระทบมาก แต่สิ่งจะต้องระวัง คือ ภูมิภาคตะวันออกกลางโดยรวม เพราะตลาดดังกล่าวมีมูลค้าการค้าเพียง 4-5% แม้ไม่มากแต่มีความสำคัญ รวมถึงการเฝ้าระวังในภูมิภาคอื่นๆ ที่อาจได้รับผลกระทบจากการขนส่ง โดเฉพาะในยุโรป ที่อาจได้รับผลกระทบต่อค่าระวางเรือ และการเดินทางอ้อมที่จะต้องเฝ้าระวัง ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์ จึงมีมาตรการหลัก 6 มาตรการ ดูแลในช่วงนี้ อาทิ การติดตามบริหารราคาสินค้าบริโภคในประเทศ ไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคา, การจัดหาแหล่งวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตสำรอง เช่น พลังงาน, การตั้งศูนย์รับข้อเสนอ และให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการที่ต้องการส่งออก แต่มีข้อติดขัด สามารถติดต่อได้ที่ 1169 ทั้งปัญหาการบริหารจัดการการขนส่ง หรือปัญหาการประสานงานกับผู้ขนส่งทางเรือ และการบริหารการทำงานร่วมกันอย่างเชิงรุกกับทูตพาณิชย์ไทยทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบในตะวันออกกลาง ซึ่งจะมีการรวบรวมข้อมูล และร่วมกันวิเคราะห์ถึงผลกระทบด้านเศรษฐกิจ เป็นต้น

ด้าน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ย้ำว่า รัฐบาลไทยห่วงใยสถานการณ์ในขณะนี้ เนื่องจาก มีผลกระทบต่อความมั่นคง และเศรษฐกิจในภูมิภาคและโลก ซึ่งไทยต้องการเห็นการแก้ไขปัญหาผ่านสันติวิธี และการทูต ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญการดูแลคนไทยกว่า 100,000 คน ในตะวันออกกลาง ซึ่งมีแผนแล้ว ทั้งการดูแลความปลอดภัย และการช่วยเหลือกลับประเทศ หรืออพยพ โดยเฉพาะที่อิหร่าน เนื่องจาก มีการโจมตีรุนแรง ซึ่งสถานทูตได้มีการประสานงานใกล้ชิด และมีผู้แสดงความจำนงแล้วประมาณ 40 คน แต่การเดินทางยังค่อนข้างลำบาก เพราะจะต้องใช้ทางบก แต่สถานทูตฯ ก็จะช่วยอำนวยความสะดวก และสำรองที่นั่งเครื่องบินพาณิชย์ให้ หรือหากมีความจำเป็น ก็จะจัดเที่ยวบินพิเศษให้

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงการช่วยเหลือแรงงานไทยในตะวันออกกลางว่า กระทรวงแรงงาน มีการตั้งศูนย์เร่งด่วนในการดูแลแรงงานในตะวันออกกลางแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในอิสราเอล กว่า 65,000 ราย ซึ่งรัฐบาลอิสราเอลให้การดูแลแรงงานไทยค่อนข้างดี จึงยังมีผู้แสดงความต้องการอพยพน้อยไม่ถึง 10 คน แต่ในอิหร่านมีแรงงานผู้แสดงความจำนงค์ ขออพยพราว 40 ราย ส่วนกลุ่มประเทศอื่น ๆ ในตะวันออกกลางยังเฝ้าระวัง และสามารถทำงานได้ปกติ ซึ่งกระทรวงกระทรวงแรงงาน ยังคงประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้แรงงานสามารถกลับประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกระทรวงแรงงาน ได้ประเมินสถานการณ์เป็นระยะ ซึ่งหากสถานการณ์รุนแรง หรือยืดเยื้อ ทูตแรงงานก็พ้อมติดตามแรงงานไทยในตะวันออกกลางให้มีความปลอดภัย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เปิดเผยจำนวนนักท่องเที่ยว และผู้โดยสารชาวตะวันออกกลางที่ตกค้างในประเทศไทย ว่า ที่สนามบินสุวรรณภูมิ มีไฟล์ทบินถูกยกเลิกราว 130 ไฟลต์บิน มีผู้โดยสารตกค้างกว่า 9,000 คน, สนามบินดอนเมือง มีผู้ตกค้าง 200 คน, สนามบินภูเก็ต ถูกยกเลิกไฟลต์บิน 36 ไฟลต์ ผู้โดยสารตกค้างราว 5,500 คน ที่สนามบินเชียงใหม่ ผู้โดยสารตกค้าง 600 คน ซึ่งผู้โดยสารที่ตกค้างทั้งหมด สายการบินจะช่วยดูแลทั้งที่พัก และอาหาร และหลังจากนี้ จะช่วยอำนวยคามสะดวกให้ผู้โดยสารสามารถกลับประเทศได้ แต่หากป็นผู้โดยสายที่เป็นชาวตะวันออกกกลาง ก็จะช่วยประสานเดินทางกลับได้ให้มีความปลอดภัย

นายพิพัฒน์ ยังระบุว่า ผู้โดยสารในตะวันออกกลางที่เดินทางมาท่องเที่ยว ในช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงการถือศีลอด ดังนั้น จำนวนนักท่องเที่ยวจะมีน้อย ผลกระทบแม้จะมีบ้าง แต่ก็เป็นโอกาสให้ประเทศไทย ที่สายการบินยุโรป จะมา via ที่ตะวันออกกลาง แต่เมื่อเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ก็มีการใช้บริการสายการบินไทยเต็มทุกที่นั่ง เพื่อไปยุโรป หรือจากยุโรปเดินทางมาประเทศไทย ซึ่งแม้จะมีค่าโดยสารที่แพงกว่า

ขณะที่ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ เลขาธิการสภาพัฒน์ ได้ประเมินผลกระทบจากเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ที่จะส่งผลต่อ GDP ของประเทศไทย ว่า มีการประเมินความเป็นไปได้ หากสงครามสิ้นสุดลงได้ใน 1 เดือน ผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซน้อย อาจทำให้ราคาน้ำมันอยู่ที่ 95-105 เหรียญ อาจทำให้ GDP ของไทยโตได้ 1.6% จากฐานเดิมในปี 2568 ที่ 2% แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด การขนส่งไม่สามารถทำได้ ห่วงโซ่อุปทานโลกได้รับผลกระทบ ราคาน้ำมันพุ่งถึง 125 เหรียญ ก็อาจทำให้ GDP โต 1.3%