“อนุทิน” ขนทีม ศก.แถลงรับไทยได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง แต่ยังอยู่ในระดับที่ “รับมือได้” ลั่น รบ.ไม่นิ่งเฉย จะให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดต่อ ปชช. พร้อมเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสในทุกมิติที่ทำได้ ยันพลังงานยังควบคุมได้ ยังมีสำรอง เตรียมแผนอพยพคนไทยในอิหร่าน
วันนี้ (2 มี.ค.) เมื่อเวลา 15.40 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงภายหลังการเป็นประธานการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รมว.พาณิชย์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ได้มีการประชุมกันตั้งแต่เช้า สืบเนื่องมาจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ที่มีความขัดแย้งโดยเมื่อเช้านี้ ได้เรียกประชุมเร่งด่วนของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเราได้มีมาตรการต่างๆ และมีมติ ซึ่งสื่อมวลชน คงได้รับทราบเป็นเรียบร้อยแล้ว เพราะเลขาสภาความมั่นคงแห่งชาติและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์ไประดับหนึ่งแล้ว
ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายได้มอบหมายให้นายเอกนิติ เชิญประชุมในส่วนกระทรวงและหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง กับด้านเศรษฐกิจ เพื่อจะได้ให้ทุกฝ่ายได้รับทราบ ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและรับทราบถึงปัญหาและแนวทางรับมือแก้ไขปัญหา ซึ่งวันนี้ได้ใช้เวลาประชุมกันพอสมควร และรับทราบมาว่า ณ ขณะนี้ผลกระทบต่างๆ ที่เกิดขึ้น จากความขัดแย้งในภูมิภาค ตะวันออกกลางนั้น ประเทศไทยของเรา มีผลกระทบอยู่บ้าง แต่ยังอยู่ในระดับที่เราจะเร่งทำการรับมือและแก้ไขไม่ให้เกิดผลกระทบที่มีความรุนแรง และจะพยายามใช้ทุกวิธีทางในการที่จะสร้างโอกาสสำหรับประเทศไทยในทุกมิติ ที่มีโอกาส เราก็พยายามจะสร้างโอกาสเหล่านั้นให้เกิดขึ้นกับประเทศไทยให้มากที่สุด ซึ่งตนได้แจ้งให้ตัวแทนภาคเอกชน ซึ่งประกอบไปด้วยประธานอุตสาหกรรม ประธานสภาหอการค้าไทย ประธานสมาคมธนาคารไทย รับทราบถึงสถานการณ์และรับฟังความคิดเห็นข้อชี้แนะและแนวทางที่ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลไทยดำเนินการสนับสนุน
“ดังนั้น ในภาพรวมได้หารือกับทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและกระทรวงการคลัง ก่อนการประชุมนี้ โดยได้ประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน ถือว่ายังมีความไม่แน่นอนอยู่ ถ้าเป็นเช่นนี้ ก็จะมีผลกระทบ ต่อต้นทุนต่างๆ ทั้งค่าขนส่งสินค้า ราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งจะต้องปรับตัวสูงขึ้นในระยะหนึ่งอย่างแน่นอน แต่การผลิตน้ำมันส่วนเกินในตลาดโลกยังมีอยู่สูง ฉะนั้นราคาทั้งหลายน่าจะมีผลกระทบ แต่ไม่มากนัก และได้รับทราบมาว่ากลุ่มผู้ผลิตน้ำมัน OPEC ได้ปรับเพิ่มกำลัง น้ำมันดิบขึ้นมา ในส่วนของประเทศไทย และเรื่องความมั่นคงทางด้านพลังงาน ถือว่า อยู่ในระดับที่ควบคุมสถานการณ์ได้ มีการสำรองพลังงาน น้ำมันเชื้อเพลิง และพลังงานต่างๆ ไว้ในระดับ ที่จะให้ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อพี่น้องประชาชนและมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไม่มาก
ส่วนเรื่องการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและแรงงานไทยทางกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานมอบหมายให้สถานทูตในแต่ละประเทศอำนวยความสะดวก เพื่อช่วยเหลือพี่น้องคนไทยที่อาศัยอยู่ให้เกิดความปลอดภัยสามารถดำรงชีวิตต่อได้ ถ้ายังไม่มีความประสงค์ที่จะเดินทางกลับมาประเทศไทยแต่หากมีความประสงค์ก็จะดำเนินการช่วยเหลือในทุกวิถีทางซึ่งทางรัฐบาลได้ประสาน ทั้งกระทรวงคมนาคม และฝ่ายกองทัพ หากมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะจัดอากาศยานไปรับตัวพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอิหร่านกลับมาสู่ประเทศไทย เราได้เตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว” นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ในที่ประชุมส่วนใหญ่เป็นเรื่องการเร่งแก้ไขปัญหาและให้เกิดผลกระทบต่อทุกภาคส่วนน้อยที่สุด โดยในรายละเอียดทางรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะชี้แจงให้ประชาชนทราบอย่างย่อต่อไปหากมีปัญหาใดๆ ตนได้เรียนเชิญคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ทั้งทางด้านแรงงานด้านการค้า ด้านการคมนาคมขนส่งและด้านการต่างประเทศตลอดจนประธานสภาอุตสาหกรรมและประธานหอการค้าไทยได้อยู่ร่วมกันชี้แจงประชาชนผ่านสื่อมวลชน ด้วย
นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนท้ายว่า วันนี้เป็นการประชุมเพื่อรับมือสถานการณ์วิกฤต อีกภูมิภาคหนึ่งของโลกนี้ และให้ความมั่นใจว่าประเทศไทยเราไม่ได้อยู่นิ่งเฉย และพยายามที่จะหาวิธี ทางที่จะแก้ไขสถานการณ์เพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดต่อพี่น้องประชาชนชาวไทยและผู้ประกอบการชาวไทยตลอดจนผลประโยชน์ของประเทศไทยตรงนี้เป็นสิ่งที่เราได้ดำเนินการ ด้วยความรวดเร็ว และจะเร่งให้เกิดผล เป็นที่จับต้องได้ เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมบอกว่าฝากให้สื่อมวลชนได้เผยแพร่ข่าวให้พี่น้องประชาชนรับทราบด้วย


