เสียงนกหวีดเปิดเกมดังขึ้นกลางสนามฟุตซอล ท่ามกลางสายตากองเชียร์และความคาดหวังของเยาวชนหลายสิบชีวิต ในการแข่งขัน SDN FUTSAL NO-L CUP 2026 โซนกรุงเทพฯ รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี เวทีที่ไม่ได้มุ่งเฟ้นหาเพียงผู้ชนะ แต่ตั้งเป้าหล่อหลอม “คุณภาพชีวิต” ของนักกีฬารุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิด “เพื่อนกันมันส์โนแอล” ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่เสพ ไม่พนัน
การแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) เพื่อสร้างพื้นที่กีฬาเชิงบวก ปลอดปัจจัยเสี่ยง และเปิดโอกาสให้เยาวชนเติบโตบนเส้นทางที่มั่นคงทั้งในสนามและนอกสนาม
จากความฝันของโค้ช สู่แรงบันดาลใจของเด็ก
นายส่องพุทธ พิราบุตร ผู้ฝึกสอนโรงเรียนวัดสังเวช คือหนึ่งในโค้ชที่นำประสบการณ์ชีวิตนักกีฬามาเป็นบทเรียนสำคัญ เขาเคยมีความฝันอยากติดทีมชาติ แม้ปลายทางจะไม่เป็นดังที่ตั้งใจ แต่วันนี้เขาเลือกเปลี่ยนความฝันของตนเองให้กลายเป็นพลังในการส่งต่อ “ไฟฝัน” ให้กับเด็ก ๆ แทน
ในบทบาทผู้ฝึกสอน เขานำนโยบายของผู้บริหารโรงเรียนมาขับเคลื่อนอย่างจริงจัง เปิดโอกาสให้เยาวชนต่างจังหวัด เข้ามาเรียนและฝึกซ้อม พร้อมวางกฎระเบียบชัดเจน ห้ามยุ่งเกี่ยวกับบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า หรือสารเสพติด หากฝ่าฝืนต้องออกจากทีมทันที ด้วยความเชื่อว่าพรสวรรค์จะไร้ความหมาย หากขาดวินัยกำกับชีวิต
จากทีมที่เคยหยุดเส้นทางเพียงรอบ 8 ทีมสุดท้าย วันนี้พวกเขาก้าวขึ้นมาถึงรอบรองชนะเลิศ คว้าอันดับ 3 มาครอง ความสำเร็จที่ใกล้ความฝันเข้าไปอีกก้าวหนึ่ง โดยมี “รถขนฝัน” ของผู้สนับสนุนคอยพาเด็ก ๆ เดินทางสู่สนามแข่งขัน เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของโอกาสที่กำลังเคลื่อนไปพร้อมกับความหวังและอนาคตของพวกเขาเอง
ระบบเข้ม สร้างคนมากกว่าสร้างแชมป์
อีกด้านหนึ่งคือทีมแชมป์รางวัลชนะเลิศ นายนคร ชูสอนสาย หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมฟุตซอล โรงเรียนราชวินิตบางเขน กล่าวถึงการบริหารดูแลนักกีฬากว่า 80 คนในระบบโรงเรียนประจำ ฝึกซ้อมเข้มตลอดปีต้องมีกฎเหล็ก ต้านเหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า ยาเสพติด และการพนัน
เขาเคยพาทีมคว้าแชมป์ประเทศ และก้าวต่อไปกำลังตั้งเป้าทวงแชมป์บนเวทีชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ แต่ย้ำชัดว่า สิ่งสำคัญกว่าถ้วยรางวัล คือการเห็นเด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีวินัย รับผิดชอบ และรู้จักปฏิเสธสิ่งที่จะมาทำลายอนาคต
เยาวชนต้นแบบ เลือกฝันบนเส้นทางสะอาด
ด.ช.ปุณวิชญ์ รัตพันธ์ จากโรงเรียนวัดสังเวช เริ่มต้นจากความชื่นชอบในวัยเด็ก เคยคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยม (MVP) รายการ SDN FUTSAL NO-L ระดับจังหวัดศรีสะเกษ เมื่ออายุ 13 ปี ปัจจุบัน อายุ 15 ปีแล้ว ย้ายมาเรียนอยู่ที่กรุงเทพฯ ด้วยความมุ่งมัน เพื่อฝึกซ้อมอย่างจริงจัง ห่างบ้าน ห่างครอบครัว แต่ไม่เคยห่างเป้าหมาย เขาบอกว่าไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข เพราะรู้ดีว่าร่างกายคือทุนเดียวที่มี และความฝันต้องการต้นทุนที่สะอาด
ขณะที่ ด.ช.กิตติภักดิ์ พุทโธวา หรือ “คอนเน่” จาก โรงเรียนราชวินิตบางเขน เจ้าของผลงาน 10 ประตูในรายการ ย้ำว่าความสำเร็จเกิดจากวินัย การกินอยู่ ความเป็นระบบของการทำงานเป็นทีม มากกว่าการเป็นฮีโร่เพียงคนเดียว
ทั้งสองสะท้อนภาพเยาวชนที่เชื่อมั่นในความฝัน เพราะมีผู้ใหญ่คอยสนับสนุนและวางกรอบชีวิตที่ชัดเจน
ชัยชนะที่มีศักดิ์ศรี
อีกหนึ่งไฮไลต์ของการแข่งขันครั้งนี้ คือผลงานของทีมโรงเรียนวัดสุทธิวราราม ที่นอกจากจะคว้ารางวัลรองชนะเลิศแล้ว ยังได้รับรางวัลมารยาทยอดเยี่ยม สะท้อนภาพความสำเร็จที่ไม่ได้วัดกันเพียงสกอร์ในสนาม
นายอนุชา รื่นภาคธรรม ผู้ฝึกสอนทีม ให้ความสำคัญกับการปลูกฝังน้ำใจนักกีฬา ไม่เล่นนอกเกม เคารพคู่แข่ง และยอมรับคำตัดสินของกรรมการ เพราะเชื่อว่าชัยชนะที่แท้จริงต้องมาพร้อมศักดิ์ศรี เขาย้ำว่า สิ่งที่ทีมให้ความสำคัญไม่ใช่เพียงความเก่งกาจในเกมการแข่งขัน แต่คือการหล่อหลอม “ความเป็นสุภาพบุรุษ” ให้เติบโตควบคู่ไปกับทักษะลูกหนัง
เวทีที่มากกว่าเกมกีฬา
“เพื่อนกันมันส์โนแอล” จึงไม่ใช่เพียงสโลแกน แต่เป็นแนวปฏิบัติจริงในสนามแข่งขัน เยาวชนสนุกกับเกมอย่างเต็มที่โดยไม่มีแอลกอฮอล์ ควันบุหรี่หรือการพนันเข้ามาเกี่ยวข้อง ความมันส์เกิดจากทักษะ การพัฒนาและการทำงานเป็นทีม
แม้เสียงนกหวีดหมดเวลาจะตัดสินผลแพ้–ชนะในแต่ละนัด แต่สำหรับโค้ชและผู้จัดงาน เกมชีวิตของเด็ก ๆ เพิ่งเริ่มต้น เวทีนี้จึงไม่เพียงสร้างนักกีฬา หากกำลังสร้างคนรุ่นใหม่ที่กล้าฝัน กล้าปฏิเสธอบายมุข และเติบโตอย่างมีคุณภาพ
เพราะบางครั้ง ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อาจไม่ใช่ถ้วยรางวัล หากคือการได้เป็นแรงผลักดันให้ใครบางคนไม่ยอมแพ้ต่อความฝันของตัวเอง


