xs
xsm
sm
md
lg

สะพานเชื่อม Gen! "ภูมิใจไทย" ปั้น "สภาดิจิทัล" ใหม่บวกเก่า จับตา "โสภณ-กรวีร์" ติดโผคุมเกมสภาฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สะพานเชื่อม Gen! "ภูมิใจไทย" ปั้น "สภาดิจิทัล" ดันคนรุ่นใหม่บวกคนรุ่นเก่านั่งบัลลังก์ฝ่ายนิติบัญญัติ จับตา "โสภณ-กรวีร์" ติดโผคุมเกมสภาฯ "มลิกา-ศุภชัย-สนอง-ประเสริฐ" อยู่ในข่าย

วันนี้(28 ก.พ.) มีรายงานความเคลื่อนไหวในการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำพรรคภูมิใจไทย ซึ่งหลังการเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทยรู้สัญญาณจากตัวเลข สส.ที่ประชาชนเลือกมาเป็นพรรคอันดับหนึ่ง ดังนั้นภาพการเทียบเชิญพรรคการเมืองหลายพรรคเข้ามาพูดคุย เพื่อขอให้สนับสนุนพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด โดยเบื้องต้นพรรคร่วมรัฐบาลที่คุยกันไว้ จะต้องโหวตสนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีต่อไป

ทั้งนี้ก่อนจะนำไปสู่ขั้นตอนการเลือกนายกรัฐมนตรี ในสภาผู้แทนราษฎร หากทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญที่วางไว้เสร็จสิ้น จากนั้นจะต้องมีการเลือก ประธานสภาเพื่อมาทำหน้าที่ประชุมสภา โดยจะเลือก สส.ผู้อาวุโสสูงสุด ขึ้นไปทำหน้าที่ประธานสภาชั่วคราว เพื่อเลือกประธานสภาต่อไป

ดังนั้นตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ที่พรรคภูมิใจไทยจะต้องสรรหาตัวบุคคลที่มาทำหน้าที่ตรงนี้ ซึ่งต้องมีความรู้ความสามารถ และคล่องแคล่วเด็ดขาดในระเบียบข้อบังคับการประชุม ควบคุมการประชุมสภาฯ ให้ดำเนินไปอย่างราบรื่น

ขณะเดียวกัน เริ่มเห็นโผคณะรัฐมนตรีปรากฏโฉม “คนรุ่นใหม่” ขยับขึ้นมารับบทบาทสำคัญหลายตำแหน่ง หากมองย้อนกลับมาที่ฝ่ายนิติบัญญัติ สภาผู้แทนราษฎรควรสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านเช่นเดียวกันหรือไม่

โสภณ ซารัมย์
ล่าสุดโผประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ปรากฏชื่อ ทั้ง โสภณ ซารัมย์ ,กรวีร์ ปริศนานันทกุล,มลิกา จิระพันธุ์วาณิช,สนอง เทพอักษรณรงค์, ศุภชัย ใจสมุทร และ ประเสริฐ จันทรรวงทอง

ซึ่งหากพี่นิจพิจารณาจากรายชื่อจะเห็นได้ว่า มีทั้งคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ผสมผสาน ดังนั้นภาพที่เห็นไม่ใช่แค่การแข่งขันเชิงบุคคล แต่คือการเลือก “ทิศทางของสภา” ในห้วงเวลาที่การเมืองไทยกำลังเปลี่ยนผ่าน

ศุภชัย ใจสมุทร
ขณะที่ก่อนหน้านี้ การมีรัฐมนตรีรุ่นใหม่ในฝ่ายบริหาร ทำให้โครงสร้างอำนาจเริ่มขยับสู่คนเจนเนอเรชั่นใหม่มากขึ้น หากสภาฯ ยังยึดติดกับภาพจำเดิมๆ อาจเกิดภาวะ “ช่องว่างเชิงสัญลักษณ์” ระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติได้

วันนี้สภาผู้แทนราษฎร ในยุคสื่อสารความเร็วสูง ต้องการผู้นำที่เข้าใจทั้งกลไกรัฐสภาแบบดั้งเดิม และจังหวะการเมืองปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งการประชุมสภาฯ โดนปกติจะมีการถ่ายทอดสดให้ประชาชน ได้ติดตามทางทีวีรัฐสภา ทำให้บทบาทประธานและรองประธานสภาฯ ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่ควบคุมการประชุมเท่านั่น แต่เปรียบเสมือนต้อง “สื่อสารกับสังคม” ได้ในเวลาเดียวกัน

ภราดร ปริศนานันทกุล
ปรากฏการณ์ที่ผ่านมา ทั้ง "แบด" ภราดร ปริศนานันทกุล หรือ "หมออ๋อง" ปดิพัทธ์ สันติภาดา ก็ถือเป็นคนรุ่นใหม่สามารถทำหน้าที่บนบัลลังก์สภาฯ ได้อย่างมีวุฒิภาวะ คุมเกมรักษาสมดุลของคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ได้ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่า “วัย” ไม่ใช่อุปสรรค เพราะนอกจากความเข้าใจระเบียบกติกาข้อบังคับแล้ว ยังต้องมีวุฒิภาวะผู้นำอีกด้วย

หากจะส่อง สส.ที่ได้รับการเลือกตั้งครั้งนี้บวกกับกระแสข่าวการสรรหา ตัวบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานสภาและรองประธานสภา วงในแว่วว่า พรรคภูมิใจไทย ได้พิจารณาทั้งคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยเคยส่ง "แบด" ภราดร ปริศนานันทกุล ทำหน้าที่รองประธานสภาฯ มาแล้ว ผลงานดีเป็นที่ประจักษ์ แต่ล่าสุด “ภราดร” ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดังนั้นพรรคคงให้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีต่อไป

กรวีร์ ปริศนานันทกุล
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า “กรวีร์ ปริศนานันทกุล” ซึ่งเป็นน้องชาย ของ “ภราดร” เป็นหนึ่งคนที่ติดโผรองประธานสภาครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นเจนเนอเรชั่นที่ตอบโจทย์ยุคเปลี่ยนผ่าน

ขณะที่ “กรวีร์” อยู่ในช่วงวัยที่สะท้อนภาพคนการเมืองรุ่นกลาง–ใหม่ ไม่อ่อนเกินไป และไม่ห่างจากคนรุ่นใหม่เกินไป ทำให้สามารถเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง สส.รุ่นอาวุโส กับ สส.รุ่นใหม่ในสภาได้ พร้อมกันนี้ยังมีชื่อคนรุ่นใหม่อีกรายชื่อ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาด้วย

ขณะที่ "โสภณ ซารัมย์" ติดโผประธานสภาฯ ประสบการณ์ไม่ต้องพูดถึง เพราะแน่นอน เป็นที่ไว้วางใจบ้านใหญ่บุรีรัมย์

ดังนั้นคงต้องจับตา ตำแหน่งประธานสภาและรองประธานสภา ซึ่งถือเป็นตำแหน่งสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติ เชื่อได้ว่าพรรคภูมิใจไทย จะต้องวางตัวบุคคลที่มีทั้งคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ เพื่อคุมเกมสภา ให้การประชุมแต่ละวาระเป็นไปอย่างราบรื่น เหตุเพราะมีกฎหมายสำคัญๆ ที่จะต้องผลักดันเข้าสู่การประชุมของสภาผู้แทนราษฎรหลายฉบับ ที่สำคัญต้องรับมือกับเกมของฝ่ายค้านที่จะรุกในสภาฯ ประเมินได้เลยดุเดือดแน่นอน