ปลดล็อกขายแอลกอฮอล์บ่าย 2–5 โมง ดันยอดร้านอาหารพุ่งกว่า 20% ค้าปลีกโตเฉลี่ย 5% หลังทดลอง 2 เดือนช่วงไฮซีซั่น สธ.ยันตัวเลขชัด อุบัติเหตุไม่เพิ่ม ภาคเอกชนลุ้นรัฐประกาศถาวร ชี้เป็นจุดชี้ชะตาเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทย
การตัดสินใจปลดล็อกช่วงเวลาห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 14.00–17.00 น. กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการไทย หลังรัฐบาลทดลองใช้มาตรการดังกล่าวเป็นเวลา 2 เดือน ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2568 ถึง 31 มกราคม 2569 โดยผลประเมินเบื้องต้นสะท้อนชัดว่า ไม่เพียงช่วยเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการ แต่ยังไม่พบผลกระทบต่อสถิติอุบัติเหตุทางถนนอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้การเปิดเผยของนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พบว่าจากการติดตามข้อมูลช่วงเวลาดังกล่าว พบว่า อัตราการดื่มแล้วขับรายชั่วโมงในช่วง 14.00–17.00 น. มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะอยู่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่มีการเดินทางหนาแน่น เส้นกราฟการเกิดอุบัติเหตุยังคงที่ ไม่มีสัญญาณเพิ่มขึ้นผิดปกติ
ข้อมูลดังกล่าวถูกมองว่าเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์สำคัญ ที่ช่วยคลายความกังวลของหลายฝ่ายว่า การขยายเวลาจำหน่ายแอลกอฮอล์อาจนำไปสู่อุบัติเหตุที่สูงขึ้น
ด้านภาคเอกชนสะท้อนผลตอบรับเชิงบวกอย่างชัดเจน ดร.ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ รองประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ระบุว่า มาตรการนี้ช่วยกำจัด “ช่วงเวลาฟันหลอ” ทางเศรษฐกิจ 3 ชั่วโมงออกไป ส่งผลให้ยอดขายภาพรวมของร้านค้าปลีก โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยว เพิ่มขึ้นเฉลี่ยมากกว่า 5% อีกทั้งยังลดความขัดแย้งระหว่างพนักงานกับนักท่องเที่ยวที่ไม่เข้าใจกฎหมายเดิม
ขณะที่ นายฌานนท์ เกิดเจริญ นายกสมาคมร้านอาหาร เปิดเผยว่า รายได้ร้านอาหารมีโอกาสเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 20% เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติมักใช้เวลารับประทานมื้อกลางวันนาน การสามารถสั่งไวน์หรือเบียร์คู่กับอาหารได้ตามปกติ ทำให้ลูกค้านั่งนานขึ้นและสั่งอาหารเพิ่มขึ้น ช่วยลดการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาหลายปี
นายกวี สระกวี นายกสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย (TABBA) ชี้ว่า กฎหมายเดิมที่มีที่มาจากคำสั่งคณะปฏิวัติปี 2515 อาจไม่สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในปัจจุบัน พร้อมย้ำว่า หากการประเมินครบ 180 วันในช่วงกลางปี 2569 ยังคงไม่พบผลกระทบทางสังคมเพิ่มขึ้น ควรพิจารณาประกาศใช้เป็นมาตรการถาวร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนและนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ทั้งนี้ ภาคธุรกิจจับตาท่าทีรัฐบาลอย่างใกล้ชิด โดยมองว่าการตัดสินใจครั้งต่อไปจะเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญว่า ไทยพร้อมเดินหน้าใช้นโยบายเศรษฐกิจบนฐานข้อมูลจริง (Data-driven) หรือจะย้อนกลับไปสู่ข้อจำกัดเดิมที่ใช้มานานกว่า 50 ปี
ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยต้องการแรงขับเคลื่อนใหม่ มาตรการปลดล็อกครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่เป็นบททดสอบสำคัญของทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีภูมิภาค


