ปชป.ร่อนแถลงการณ์จี้ กกต.ทบทวนฟ้องประชาชนผู้ตรวจสอบปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ชี้ เป็นสิทธิตาม รธน. เตือนตั้งข้อหาหนักถึงขั้นอั้งยี่-ซ่องโจร เหมือนฟ้องปิดปาก กระทบความเชื่อมั่นและความโปร่งใสการเลือกตั้ง
วันนี้ (27 ก.พ.) พรรคประชาธิปัตย์ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทบทวนท่าทีและการดำเนินการ หลังมีข่าวว่า กกต.มอบอำนาจให้รองเลขาธิการ กกต. เข้าแจ้งความต่อกองปราบปราม เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันตรวจสอบกรณีข้อสงสัยเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยพรรคระบุว่า ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการดำเนินการดังกล่าว
แถลงการณ์ระบุว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา มีข้อผิดพลาดและข้อสงสัยหลายประการ อาทิ กรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่มีการชี้แจงสับสน จนกลายเป็นประเด็นข้อกฎหมายและความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และมีการยื่นร้องต่อศาลปกครอง รวมถึงผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อนำเรื่องสู่ศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ ยังมีกรณี “บัตรเขย่ง” เอกสารถูกนำไปทิ้งอย่างมีข้อสงสัย เจ้าหน้าที่ฉีกบัตรไปกากบาทเอง การรวมคะแนนไม่ตรงกับการขีดคะแนนบนป้าย และลักษณะการขีดคะแนนที่ดูผิดปกติ ซึ่งพรรคเห็นว่าการชี้แจงของ กกต. ยังไม่ชัดเจนเพียงพอ
พรรคประชาธิปัตย์ ย้ำว่า การที่บุคคลหรือภาคประชาชนเข้าตรวจสอบข้อสงสัย โดยไม่ขัดขวางการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ เป็นสิทธิที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ การตอบโต้ด้วยการฟ้องร้องดำเนินคดี อาจถูกมองว่าเกินกว่าเหตุ และส่อไปในลักษณะ “ฟ้องปิดปาก” ซึ่งกระทบต่อหลักความโปร่งใสในระบอบประชาธิปไตย
พร้อมกันนี้ พรรคยังตั้งข้อสังเกตถึงข้อกล่าวหาที่มีความรุนแรง เช่น อั้งยี่ ซ่องโจร ขัดขวางการเลือกตั้ง เปิดเผยข้อมูล และนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จในระบบคอมพิวเตอร์ โดยเห็นว่าขัดแย้งกับภาพที่ปรากฏต่อสาธารณะ ซึ่งการตรวจสอบเป็นไปอย่างเปิดเผย ไม่ได้คุกคามหรือรบกวนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่
ท้ายที่สุด พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้ กกต. หยุดการดำเนินการในลักษณะดังกล่าว และหันมาใช้การชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน พร้อมเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ เพื่อยืนยันความโปร่งใส และธำรงศักดิ์ศรีขององค์กรอิสระที่มีบทบาทสำคัญในระบอบประชาธิปไตยของไทย.


