เมืองไทย 360 องศา
ถือว่าจบไปอีกหนึ่งเรื่อง หลังจากที่พรรคเพื่อไทยได้บอกปัด สูตรร่วมจัดตั้งรัฐบาล ส้ม แดง เขียว เพื่อผลักให้พรรคภูมิใจไทย เป็นฝ่ายค้าน หลังจากเวลานี้กระแส “เลือกตั้งโมฆะ” อ่อนแรงแบบปั่นไม่ขึ้นแล้ว และล่าสุดมีรายงานข่าวออกมาแล้วอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำลังจะมีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.กันแล้ว
สัญญาณนี้ทางเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้ประกาศความพร้อมในเรื่องการจัดเตรียมสถานที่สำหรับการรายงานตัวของ ส.ส.ใหม่ รวมไปถึงการเตรียมเปิดประชุมเพื่อรองรับขั้นตอนการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร
นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยความพร้อมในการรับรายงานตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ชุดใหม่ ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ โดยระบุว่า หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรอง สส. ภายในวันที่ 25 ก.พ. ตามที่มีรายงานข่าว สภาฯจะเปิดให้ สส. ใหม่ เข้ารายงานตัวในวันที่ 26 ก.พ. ทันที โดยจะใช้ห้องประชุมชั้น B1 ของรัฐสภา เป็นสถานที่รายงานตัวเช่นเดียวกับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเอกสารและขั้นตอนต่างๆ มีความพร้อม ไม่มีปัญหา
สำหรับการเปิดประชุมสภาฯ นัดแรกนั้น เลขาธิการสภาฯ ระบุว่า ต้องรอให้กกต. รับรอง สส. ครบอย่างน้อย 95-100% ก่อน โดยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 121 ภายใน 15 วันหลังประกาศผล จะต้องประสานไปยังสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานเปิดประชุมสภาฯ นัดแรกต่อไป
อย่างไรก็ดี เมื่อวกมาที่การจัดตั้งรัฐบาล ที่เวลานี้ถือว่า “นิ่ง” ในลักษณะที่ว่าพรรคภูมิใจไทย ยังสามารถควบคุมเกมเอาไว้ โดยที่ยัง “ล็อก” พรรคเพื่อไทย อยู่ร่วมกันได้ นั่นคือคำยืนยันจากพรรคเพื่อไทยโดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคว่ายังร่วมมือกันและสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคอันดับหนึ่ง เป็นนายกรัฐมนตรี
ทำให้แนวทางที่มีความพยายามเสนอจัดสูตร “ส้ม แดง เขียว” คือ พรรคประชาชน เพื่อไทย และกล้าธรรม ขึ้นมา และให้พรรคภูมิใจไทยไปเป็นฝ่ายค้าน ต้องล่มไป
แน่นอนว่า ก่อนหน้านี้มีบางคนมองว่าเป็นไปได้ เมื่อพิจารณาตัวเลขทางคณิตศาสตร์ แต่ในความเป็นจริง ในทางสังคม ในทางการเมืองในโลกยุคใหม่ที่ทุกคำพูด ทุกท่าทีย่อมมีบันทึก ทำให้สรุปได้ทันทีว่า “มันเป็นไปไม่ได้” เพราะหากเป็นไปได้ ก็ย่อมหมายถึง “หายนะ” ในทางการเมือง
ดังนั้นในทางเดียวที่ต้องลุ้นกันก็คือ ต้องปั่นให้การเลือกตั้ง “โมฆะ” ซึ่งพิจารณาจากรูปการณ์แล้ว ถือว่า “เป็นไปได้ยาก” แล้ว แม้ว่าทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง จะถูกวิจารณ์ในเรื่องการบริหารจัดการเลือกตั้งในภาพที่ติดลบ แต่ยังมั่นใจได้ว่า ยังไม่ขั้นต้องเลือกตั้งใหม่ค่อนข้างแน่
ขณะเดียวกันแม้ว่าจะมีรายงานการดีลเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสมชุดใหม่ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกรัฐมนตรี จะจบแล้วก็ตาม แต่ นายอนุทิน กลับย้ำว่า “ยังไม่จบ” โดยอ้างว่ายังไม่เริ่มเลยนั้น ย่อมมีเหตุผล เพราะถูกมองว่าเป็นเพราะ “เกมต่อรอง” ยังไม่จบนั่นเอง อีกทั้งยังต้องการ “กุมสภาพ” ให้นานที่สุด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวถึงกรณี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม แกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่าดีลตั้งรัฐบาลจบแล้ว โดยย้อนถามว่า ใครเป็นผู้พูด สื่อจึงตอบว่า นายพิพัฒน์ ให้สัมภาษณ์ว่าดีลจบแล้ว 300 เสียง นายอนุทิน ร้อง “ฮึ” แล้วแหย่สื่อว่า ”มาตู่ผมป่าว“ ก่อนกล่าวอีกว่า ยังไม่ได้คุยกับท่านเลย พร้อมชี้นิ้วมาที่ตัวเองแล้วกล่าวว่า “คนดีลคือคนนี้”
ถามว่าสรุปแล้วเป็นอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ยัง ก็บอกเหมือนเดิม ตอนนี้ยังมีการนับคะแนนใหม่ ยังนับคะแนนสส.บัญชีรายชื่อใหม่หลายเขต คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ออกข่าวมาแล้ว ตอนนี้จึงยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องดีลอะไรทั้งนั้น
เมื่อถามว่ายังยืนหลักการเดิมที่ต้องโหวตนายกฯก่อนแล้วค่อยคุยเรื่องตำแหน่งหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ตอนนี้รอให้ทุกอย่างนิ่งก่อน ทุกวันนี้ได้แต่ประมาณเอาว่า มีสส.อยู่เท่าไหร่ ถ้าทุกอย่างไม่นิ่งก็ไปคุยกับใครไม่ได้เพราะคุยไปก็ไม่นิ่ง อย่าให้มีแต่มีถ้าอะไรเลย เมื่อถามว่ายังไม่ได้เปิดอะไรใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ยังไม่ได้เปิดเลย
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า จะมีเซอร์ไพรส์ใหญ่ หลังจาก วันที่ 25 ก.พ.นี้ ที่ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ได้ยินข่าวนี้บ้างหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ” ไม่ได้ยิน “
ก่อนหน้านี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ กล่าวถึงการจัดตั้งรัฐบาล โดยเมื่อถูกถามเรื่องสูตร 300 เสียง ที่มีพรรคเพื่อไทย และพรรคเล็กเข้าร่วมว่า ต้องถามหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค
ส่วนที่ว่าได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องกระทรวงหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตามที่ข่าวเสนอออกไปก็เป็นประมาณนั้น อาจจะมีแล้ว แต่อย่าให้ตนต้องตอบเลย เพราะถ้าตนตอบก็ทำเกินหน้าที่ เมื่อถามย้ำว่า ขณะนี้ดีลทางการเมืองเพื่อตั้งรัฐบาลจบแล้วหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า “ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น ตามข่าวที่สื่อมวลชนเสนอก็ใกล้เคียงมาก” และเชื่อว่าจะได้รัฐบาลใหม่ก่อนสงกรานต์
“ต้องได้ เพราะเพราะวันนี้ประเทศไทยคงรอไม่ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างรอรัฐบาลใหม่ขับเคลื่อน โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ รวมถึงสภาพการเมืองโลกที่ตึงเครียด เพราะฉะนั้น ต้องพยายามตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุด เพื่อขับเคลื่อนในสิ่งที่พรรค ภท.หาเสียง ประเทศไทยจะได้พ้นจากบ่วงเหล่านี้ได้เร็วขึ้น”
ถามว่า พรรค ภท.มีความกังวลหรือไม่ว่า ในโลกโซเชียลจะมีการแฉคลิปเรื่องดีลจัดตั้งรัฐบาล นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การจัดตั้งรัฐบาลเป็นเรื่องที่สามารถเปิดเผยได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ตนคิดว่าหัวหน้าพรรค ภท.ไม่ได้กังวลในเรื่องของคลิป เพราะการจัดตั้งรัฐบาลเป็นสิ่งที่ต้องเปิดเผย ยืนยันไม่กังวล และไม่ทราบว่าคลิปที่ว่าคือคลิปอะไร
หากพิจารณาจากท่าทีและคำพูดข้างต้นของระดับแกนนำพรรคภูมิใจไทย ทั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ก็พอมองออกว่าการจัดตั้งรัฐบาลถือว่า “นิ่ง” ในระดับหนึ่งแล้ว โดยที่เวลานี้ยังมีพรรคเพื่อไทยร่วมเป็นแกนหลัก และอาจจบที่รัฐบาล 300 เสียงในเบื้องต้นก่อน ซึ่งตามไทม์ไลน์ในตอนนี้ยังถือว่าพรรคภูมิใจไทย “ยังคุมเกม” ได้ อย่างน้อยจนถึงการเลือกประธานสภาต่อเนื่องไปจนถึงโหวตนายกรัฐมนตรีกันเลยทีเดียว
ส่วนรัฐบาลใหม่จะมีพรรคกล้าธรรมของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เข้าร่วมด้วยหรือไม่ นาทีนี้คำตอบยังอยู่ที่ พรรคภูมิใจไทย ว่ายังโอเคอยู่หรือไม่ต่างหาก โดยเฉพาะยังต้องใช้กล้าธรรมไปถ่วงดุลกับพรรคเพื่อไทยก็ต้องวัดใจและต้องเกลี่ยเก้าอี้รัฐมนตรีที่มีจำกัด ต้องเลือกแบบนี้หรือเปล่า !!


