"สมจิตต์" แจง กกต. ปม "อ.เจิมศักดิ์" วิเคราะห์ ”บ้านใหญ่-เจรจาผลประโยชน์“ จากปรากฏการณ์การเมือง สะท้อนปัญหาประเทศ ไม่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง
วันนี้ (20 ก.พ.) น.ส.สมจิตต์ นวเครือสุนทร ผู้ดำเนินรายการ “เที่ยง เจอกัน” เดินทางเข้าพบคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง ของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ข้อมูลในฐานะพยาน กรณีมีการพิจารณาเนื้อหาการวิเคราะห์ทางการเมืองที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2569 ตอน “รัฐไทยโคม่า”
น.ส.สมจิตต์ระบุว่า ประเด็นที่ถูกสอบถามเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ของ รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ซึ่งพูดถึงปรากฏการณ์ทางการเมืองก่อนการเลือกตั้ง โดยอ้างอิงการรวมตัวของกลุ่มการเมือง การเคลื่อนไหวของแกนนำพรรค และการเปรียบเทียบกับประวัติศาสตร์การเมืองที่ผ่านมา ซึ่งเนื้อหาดังกล่าวเป็นการวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์ทางการเมือง มิใช่การกล่าวหาว่ามีการกระทำผิดกฎหมายใด และมิได้มีการชักชวนให้ประชาชนเลือกหรือไม่เลือกพรรคการเมืองใด โดยได้นำบันทึกคำชี้แจงและไทม์ไลน์เปรียบเทียบเหตุการณ์จริงยื่นประกอบการพิจารณา เพื่อยืนยันว่าการวิเคราะห์ในรายการตั้งอยู่บนฐานข้อมูลสาธารณะและปรากฏการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นจริง อาทิ ข้อมูลเรื่องการแบ่งผลประโยชน์ล่วงหน้า เป็นการวิเคราะห์จากกรณีบ้านใหญ่หลายพรรคพร้อมใจย้ายเข้าพรรคภูมิใจไทยในช่วงปลายปี 2568 ซึ่งถูกนำมาใช้ในการวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ของการเจรจาทางการเมืองล่วงหน้า
“การวิเคราะห์ของอ.เจิมศักดิ์ ไม่ได้เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 73(5) ของกฎหมายเลือกตั้งตามที่มีการกล่าวหา โดยได้ให้ข้อมูลตามข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน และพร้อมให้ความร่วมมือกับกระบวนการของ กกต. อย่างเต็มที่ เคารพการใช้สิทธิทางกฎหมายของทุกฝ่าย“ น.ส.สมจิตต์กล่าว
น.ส.สมจิตต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การตั้งคำถามต่อผู้มีอำนาจและการวิเคราะห์สถานการณ์การเมือง เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่สาธารณะในระบอบประชาธิปไตย เนื้อหามากกว่า 80% ในรายการมุ่งเน้นไปที่ปัญหาเชิงโครงสร้างของรัฐไทย เช่น สังคมสูงวัย ภัยพิบัติ เศรษฐกิจถดถอย ความเหลื่อมล้ำสูง ไม่ได้มีเจตนาโจมตีพรรคการเมืองใด เป็นการมองปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในทางการเมืองเท่านั้น และนำเสนอเพื่อสะท้อนปัญหาของประเทศที่ผู้นำคนใหม่ต้องมีความสามาถในการตอบโจทย์บ้านเมือง


