"เต้ มงคลกิตติ์" ร้องศาลปกครองสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส. พร้อมไต่สวนฉุกเฉินเหตุการลงคะแนนนอกราชอาณาจักรแล้วส่งกลับมาทางไปรษณีย์ไม่เป็นความลับ เพราะผ่านหลายมือ บางคนไลฟ์สดให้เห็นบัตร ขอให้สั่งเป็นโมฆะ เตือน "กกต.-แสวง" จัดเลือกตั้งใหม่ เชื่อคำแนะนำตนสบายตอนแก่แน่นอน
วันนี้(20ก.พ.)นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น ให้สัมภาษณ์ภายหลังยื่นคำร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอไต่สวนฉุกเฉินให้การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรในส่วนของการลงคะแนนผ่านไปรษณีย์เป็นโมฆะ เนื่องจากไม่เป็นไปโดยลับพร้อมขอความคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง โดยอ้างว่า การลงคะแนนผ่านไปรษณีย์ที่มีการส่งบัตรแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อโดยส่งจดหมายไปยังที่พำนักที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ ผ่านระบบไปรษณีย์ของประเทศนั้นๆ เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากได้รับบัตรและไลฟ์ให้เห็นบัตร แต่การลงคะแนนได้มีการบดบังไม่ให้เห็นว่าลงคะแนนให้กับผู้สมัครและพรรคใด ก่อนปิดซองกฎหมาย รวมถึงการที่ส่งบัตรกลับมายังประเทศไทยเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ก็สามารถส่องเห็นบัตรเลือกตั้งว่าลงคะแนนให้กับใคร ดังนั้นถือว่าเป็นการลงคะแนนโดยไม่เป็นความลับ
ขณะที่ กกต.ได้ออกระเบียบ กกต.เพิ่มเติมตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อปี 2566 แต่ไม่สามารถยื่นเรื่องร้องเรียนได้ เพราะการเลือกตั้งเสร็จสิ้นและผ่านไปแล้ว แต่การเลือกตั้งปี 2569 ยังไม่จบและสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนได้ ส่วนตัวเห็นว่าระเบียบของ กกต. ขัดรัฐธรรมนูญ เนื่องจากต้นขั้วบัตรประธานกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ต้องลงนาม แต่การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรเอกอัครราชทูตต้องเป็นผู้ลงนามและผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ได้เป็นผู้ลงนาม ดังนั้นเป็นการเลือกปฏิบัติ ซึ่งขัดรัฐธรรมนูญ และการเลือกปฏิบัติไม่เกิดความเท่าเทียมกัน และขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 เนื่องจากการลงคะแนนไม่เป็นโดยลับ ตนจึงยื่นต่อศาลปกครองกลางให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ เนื่องจากขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 85 เพราะเป็นการลงคะแนนโดยตรงแต่ไม่ลับ และเลือกปฏิบัติในการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรโดยเฉพาะในส่วนของการลงคะแนนผ่านไปรษณีย์ พร้อมขอความคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง โดยขอให้ศาลมีคำสั่งระงับการประกาศผลภายในวันนี้ จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย
เมื่อถามย้ำว่าการส่งบัตรผ่านไปรษณีย์ ประชาชนก็มีการพับบัตรใส่ซอง จะสามารถรู้ได้อย่างไรว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า หากเจ้าหน้าที่ใช้ไฟฉายที่มีความสว่างก็จะทราบได้เลยว่ากาให้กับใคร แล้วระหว่างทางไม่ได้อยู่ในการควบคุมของรัฐ โดยอยู่ในการควบคุมของไปรษณีย์ทั้งรัฐและเอกชนของแต่ละประเทศ ไม่เหมือนกับการเลือกตั้งในคูหาที่มี กปน.เป็นผู้ควบคุม และตนได้ส่งกรณีตัวอย่างประชาชนไลฟ์ก่อนลงคะแนน 38 ตัวอย่างให้ศาลประกอบการพิจารณาแล้ว และในระหว่างการลงคะแนนของประชาชนก็มีผู้อื่นอยู่ในบริเวณดังกล่าวด้วย ตนจึงมองว่าไม่เป็นการลงคะแนนโดยลับเพราะมีผู้อื่นรับทราบ และย้ำว่าระเบียบ กกต.ขาดเจตนารมณ์เรื่องความเท่าเทียมกัน แล้วตั้งข้อสังเกตว่าการออกระเบียบเกี่ยวกับการลงคะแนนเลือกตั้งทางไปรษณีย์สามารถทำได้หรือไม่ กกต.ทำไปโดยที่ไม่ได้ขอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ว่าสามารถทำได้หรือไม่สำหรับการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร
นายมงคลกิตติ์ ยังฝากไปถึง กกต.ว่า เป็นห่วงนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และ กกต.ทั้ง 7 ท่าน ซึ่งประชาชนร้อยละ 80 เห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่โอเค หากมีความเป็นไปได้ขอให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ เพื่อให้ได้นักการเมืองที่มีความสุจริตมากขึ้น และมองว่าเงิน 6,000 ล้าน การจัดการเลือกตั้งไม่มาก และหากจัดการเลือกตั้งครั้งหน้าขอให้หน่วยเลือกตั้งมีทหารประจำหน่วยละ 2 นาย และนักศึกษา 3 คน ร่วมเป็น กปน.ด้วย และไลฟ์บรรยากาศการลงคะแนนด้วย จะทำให้การโกงเพียงแค่อย่างเดียวคือการนำเงินไปให้ที่บ้านผ่านหัวคะแนนเท่านั้น
อย่างไรก็ตามขอให้ กกต.หาทางที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง นั่นจะทำให้ตัวเองรอดปลอดภัยจากคดีความ เพราะการติดคุก ติดตะรางในช่วงอายุมากมันไม่สนุก ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ได้ออกมาเตือนแล้ว หากไม่เชื่อนายวิษณุ และอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือไม่เชื่อกูรูฝ่ายกฎหมายแล้ว คุณจะตัดสินสวนทางได้อย่างไร ดังนั้นเมื่อคนไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งก็ไม่ควรเดินหน้าต่อ และจัดการเลือกตั้งใหม่ ดีกว่าที่ให้เกิดความโกลาหลในบ้านเมือง สุดท้ายก็จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ไม่ถูกต้อง เตือนด้วยความหวังดีและไม่โกรธเคือง กกต. หรือนายแสวง ด้วยกัลยาณมิตรแนะนำทางออก หากเชื่อตนในวันนี้ก็จะรอด แต่ถ้าไม่เชื่อจะมาเสียใจภายหลังไม่ได้
เมื่อถามว่าหากการเลือกตั้งเป็นโมฆะ จะส่งผลให้ สส.หนึ่งเดียวของพรรคทางเลือกใหม่จะทำอย่างไร นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ก็ต้องลงเลือกตั้งใหม่ซึ่งตนมั่นใจว่าประชาชนยังรักตนอยู่ เพราะเป็นคนตรงไปตรงมา ส่วนการร่วมรัฐบาลก็เดินไปเป็น 2 ทางพร้อมกัน


