ข่าวปนคน คนปนข่าว
++ “น้ำเงิน-แดง” แบ่งโควตา วางตัวรัฐมนตรีกันแล้ว ส่วน “เขียว” ยังลูกผี ลูกคน
การฟอร์มรัฐบาล “อนุทิน 2” ช่วงนี้ ไฮไลต์อยู่ที่พรรคภูมิใจไทยจะตัดสินใจดึงพรรคกล้าธรรม เข้าร่วมหรือไม่
แต่ท่าทีของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ดูเหมือนจะเล่น “ลูกยื้อ” หลังจากที่คุยกับ“นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เมื่อวันก่อน ในงานพระราชทานเพลิงศพ ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ที่ จ.สงขลา
“อนุทิน” ร่ายยาว บอกว่าการตั้งรัฐบาล ยังมีอีกหลายขั้นตอน ต้องรอ กกต. ประกาศรับรอง สส.ก่อน มีการเปิดสภาฯ สส.รายงานตัว เลือกประธานสภาฯ เลือกนายกรัฐมนตรี เรียบร้อยแล้วจึงมาฟอร์มรัฐบาลกัน เป็นขั้นตอนสุดท้าย...
นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวว่า ภูมิใจไทย ตั้งเงื่อนไขกับ กล้าธรรม ไม่ให้กระทรวงเกษตรฯ และต้องไม่มีชื่อ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า”ใน ครม.
เพราะมีความกังวลเรื่องคุณสมบัติ ของ “ร.อ.ธรรมนัส” ว่าหากมีการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีแล้ว เกิดมีการร้องเรียนเรื่องคุณสมบัติขึ้นมา ก็จะส่งผลกระทบถึง “อนุทิน” ที่เป็นคนแต่งตั้ง
กลัวซ้ำรอย “เศรษฐา ทวีสิน” อดีตนายกฯ ที่เคยแต่งตั้ง “พิชิต ชื่นบาน” ทนายถุงขนม เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งที่มีคุณสมบัติต้องห้าม
ส่วนที่หลายคนมองว่า ก่อนหน้านี้ “อนุทิน” ก็เคยแต่งตั้ง “ร.อ.ธรรมนัส” เป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ มาแล้ว ทำไมเพิ่งมากลัวเอาตอนนี้ ก็มีคำอธิบายว่า ตอนนั้นเป็นรัฐบาลระยะสั้น และไม่มีการร้องเรียนเรื่องคุณสมบัติ ถ้าตั้งอีกคราวนี้อาจมีคนร้องเรียนก็ได้
แต่ถ้ามองอีกมุม การร่วมรัฐบาลครั้งที่แล้ว ภูมิใจไทย จำเป็นต้องมี กล้าธรรม จึงยอมเสี่ยง ต่างจากครั้งนี้ที่ไม่จำเป็นต้องเสี่ยง เพราะยังมีอีกหลายแนวทางให้เลือก
ต้องจับตาว่า ในการประชุมกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม วันนี้ (19 ก.พ.) จะมีความชัดเจนอะไรออกมาหรือไม่
ขณะที่นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า สิ่งที่ภูมิใจไทย ทำกับ กล้าธรรม ครั้งนี้ ช่างต่างจากที่ทำกับ “พรรคเพื่อไทย” ที่รีบเชื้อเชิญ มีการตั้งโต๊ะ แถลงข่าว ลืมเรื่องขัดแย้งในอดีต จากนี้ต้องร่วมมือกันทำงานเพื่อชาติ...
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีความลงตัวระหว่าง ภูมิใจไทย กับ เพื่อไทย แล้ว มาดูกันว่าเขาเจรจาจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี วางตัวบุคคล กันอย่างไร ...พักเรื่องกล้าธรรม ไว้ก่อน
มีรายงานว่า ภูมิใจไทย 4 เก้าอี้ ที่ชัดเจนแล้ว คือ รัฐมนตรีคนนอกชุดเดิม “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” เป็นรองนายกรัฐมนตรี “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รองนายกรัฐมนตรี ควบรมว.การต่างประเทศ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกรัฐมนตรีควบ รมว.พาณิชย์ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรี ควบรมว.คลัง
ส่วนสัดส่วนคนนอกอื่นๆ ที่จะมารับตำแหน่งรัฐมนตรี มีชื่อของ “ปรีดี ดาวฉาย” ที่จะมานั่ง รมว.พลังงาน แทน “อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” ที่ไม่ได้ไปต่อ
“ปรีดี” เพิ่งแจ้งลาออกจากตำแหน่ง ประธานกรรมการและประธานกรรมการอิสระของ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) โดยสิ้นสุดตำแหน่งเมื่อวันที่ 16 ก.พ.69 นอกจากนี้ ปรีดี ยังดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เมื่อ วันที่ 9 ม.ค.69 นี่เอง
นอกจากนี้ ก็มีแนวโน้มว่า “พล.ท.รุทธพล เนาวรัตน์” รมว.ยุติธรรม ก็จะไม่ได้ไปต่อเหมือนกัน
ส่วนคนของพรรค ส่วนใหญ่ จะยึดตำแหน่งเดิมเพื่อสานงานต่อ อย่างเช่น “อนุทิน ชาญวีรกูล” ก็จะนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ควบรมว.มหาดไทย ... “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” แม่ทัพภาคใต้ รมว.คมนาคม “ภราดร ปริศนานันทกุล” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม “ซาบีดา ไทยเศรษฐ์” รมว.วัฒนธรรม
ส่วน “สุชาติ ชมกลิ่น” มีรายชื่อติดโผรัฐมนตรี แต่คงไม่ได้นั่ง รมว.แรงงาน เนื่องจากภูมิใจไทย ไม่ต้องการท้าทายพรรคประชาชน
สำหรับ “พรรคเพื่อไทย” น่าจะได้โควตา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ กระทรวงแรงงาน
หรือถ้าไม่ได้กระทรวงเกษตรฯ ก็เปลี่ยนเป็นกระทรวงสาธารณสุข
มาดูกันว่า “ภูมิธรรม เวชยชัย-สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ-สมศักดิ์ เทพสุทิน - จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” จะได้เป็นรัฐมนตรีหรือไม่ จะนั่งกระทรวงไหน
ที่สำคัญ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” ปาร์ตี้ลิสต์ เบอร์ 1 และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะไปนั่งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงไหน
หากดูตามโควต้า กระทรวงที่ได้รับมา ความเป็นนักวิชาการของ “ยศชนัน” น่าจะเหมาะกับ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม จะได้ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ AI มาพัฒนาด้านการศึกษา
แต่ในความเป็นจริงแล้ว กระทรวงนี้ ไม่ได้เอื้อประโยชน์อะไรในทางการเมืองเลย ไม่อยู่ในสปอตไลต์ของสื่อ ที่ผ่านๆมา คนไปนั่งส่วนใหญ่ถูกมองว่าเป็น “รัฐมนตรีโลกลืม” อีกต่างหาก
แล้ว “ยศชนัน” ที่ทางตระกูลชินวัตร เลือกมาเพื่อสืบทอดในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยเฉพาะ จะไปนั่งตรงนั้นหรือ จะยอมไปเดินตามก้น “อนุทิน” หรือ
รอบนี้จึงอาจจะได้เห็น “ยศชนัน” เป็นแค่ สส.บัญชีรายชื่อ ยอมไม่เป็นรัฐมนตรี เพื่อรักษาเนื้อรักษาตัว ไว้รอโอกาสในการเลือกตั้งครั้งหน้า
++ ส้มจะซ้ำรอยเดิม? ปม "Laser ID" เขย่าพรรคถึงขั้น “ยุบ” อีกหรือไม่!
สปอตไลต์ ส่องมาที่พรรคประชาชน ปมประเด็น เก็บ "Laser ID " เลขหลังบัตรประชาชนของสมาชิก ที่กำลังกลายเป็น "บ่วง" รัดคอให้ต้องดิ้นรนอีกครา
เรื่องของเรื่องคือ การรับสมัครสมาชิกพรรคส้ม ที่มีรายงานว่า รวบรวมแล้วกว่า 1.1 แสนรายชื่อ โดยมีการเก็บข้อมูลรหัส 12 หลัก หลังบัตรประชาชน เพื่อตรวจสอบตัวตน
งานนี้มีคนตั้งคำถามแรงๆ ว่า “พรรคส้ม” เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) หรือไม่ ?
"เท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน อ้างว่า การเก็บข้อมูลจาก "Laser ID" นั้น พรรคปฏิบัติตามกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย
แต่แหล่งข่าววงในกระซิบว่า พรรคส้มเพิ่งทำหนังสือ “ขอใช้ระบบตรวจสอบ” และยังอยู่ระหว่างพิจารณา ไม่ได้มีคำสั่งให้เก็บ Laser ID ล่วงหน้าแบบที่ดำเนินการไปแล้ว
จุดนี้แหละ ที่เกมเริ่มตึง…
เพราะ หากการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลทำไปโดยที่หน่วยงานรัฐยังไม่อนุญาต อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายได้!
และถ้าความผิดโยงถึงโครงสร้างบริหารพรรค โดยเฉพาะตำแหน่ง “นายทะเบียนสมาชิกพรรค” ที่มีหน้าที่โดยตรง เรื่องอาจไม่จบแค่หนังสือชี้แจง
คำถามต่อไป คือ ความผิดจะถึงขั้น “ยุบพรรค” หรือไม่?
เส้นทางสาย "ยุบ" นี้พรรคส้มคุ้นเคยเป็นอย่างดี ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ เคยถูกยุบปี 2563 จากคดีเงินกู้ 191 ล้านบาท
ตามด้วยพรรคก้าวไกลก็ถูกยุบปี 2567 จากประเด็นแก้ ม.112
คราวนี้พรรคประชาชนในฐานะพรรคชื่อที่สาม โดยเจ้าของ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" และ พลพรรคลูกหาบทางการเมือง จึงถูกจับตาว่า จะเป็น "ภาคสาม" ของมหากาพย์ “ยุบพรรค” หรือ แค่ประเด็นดรามา ให้มาคั่นเวลาระหว่างตรวจสอบ กกต.กรณี "บาร์โค้ด" และ "โกงเลือกตั้ง"
งานนี้คงต้องรอข้อสรุปจากกรมการปกครอง และ หากมีการร้องต่อ กกต. เรื่องก็จะเข้าสู่กระบวนการอีกชั้น
สรุปสั้นๆ แบบไม่ต้องใส่น้ำแข็งว่า พรรคส้ม กำลังเหมือนคนเดินไต่บนเส้นลวด อาจจะนึกอยากเขกหัวตัวเองที่วางหมากผิด ที่เก็บ"Laser ID" มาโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง เพราะว่าเรื่องนี้มี “เส้นบางๆ" คั่นระหว่างเทคนิค กับความผิดทางกฏหมาย
ต้องรอดูว่า ส้มจะผ่านด่านนี้ไปได้…หรือจะกลายเป็นบทที่สาม ของประวัติศาสตร์การยุบพรรคอีกครั้ง!.


