EABC ผนึก European Commission จัดเวทีใหญ่ ดันไทยเข้มบังคับใช้กม.ทรัพย์สินทางปัญญา สกัดสินค้าเถื่อนรุกออนไลน์ ชง 4 ข้อเสนอเร่งด่วน ยกระดับกฎหมาย–บูรณาการรัฐเอกชน เสริมความเชื่อมั่นรับดีล OECD และ FTA ไทย–อียู
สมาคมการค้ายูโรเปียนเพื่อธุรกิจและการพาณิชย์ (EABC) ร่วมกับโครงการ The South-East Asia IP SME Helpdesk ภายใต้การสนับสนุนของ European Commission จัดสัมมนา “Strengthening IP Enforcement in Thailand: Challenges, Best Practices, and The Role of Businesses in Combating Illicit Trade” เพื่อสร้างความเข้าใจต่อภูมิทัศน์การบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และการป้องกันปราบปรามการค้าผิดกฎหมายในประเทศไทย พร้อมผลักดันการคุ้มครอง IP ให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องมาตรฐานสากล รองรับการเตรียมเข้าเป็นสมาชิก Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD) และการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป ซึ่งการมีกติกาที่โปร่งใสและการบังคับใช้ที่มีประสิทธิผลถือเป็นหัวข้อสำคัญของการเจรจา
นางภารณี อดุลยพิเชฏฐ์ ประธาน EABC กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน ก่อนที่นางสาวพริ้วแพร ชุมรุม รองอธิบดี กรมทรัพย์สินทางปัญญา จะปาฐกถาพิเศษ โดยระบุว่าการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาปัจจุบันเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและการขยายตัวของการค้าข้ามพรมแดนผ่านอีคอมเมิร์ซ ทำให้รูปแบบการละเมิดซับซ้อนมากขึ้นและกระทบทั้งเจ้าของสิทธิ ผู้บริโภค และเศรษฐกิจโดยรวม ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมศุลกากร และ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) รวมถึงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง Lazada และ Alibaba Group ในการแจ้งเตือนและระงับการจำหน่ายสินค้าละเมิด โดยในปี 2568 สามารถจับกุมดำเนินคดีได้ 1,180 คดี ตรวจยึดของกลางกว่า 3.5 ล้านชิ้น มูลค่าความเสียหายประมาณ 1,175 ล้านบาท
ภายในงานยังมีการเผยแพร่เอกสารเปิดผนึก “ข้อเสนอเพื่อการแก้ไขและจัดการปัญหาการค้าผิดกฎหมายในประเทศไทย” ซึ่งจัดทำโดย EABC ระบุว่าสินค้าปลอมและสินค้าลักลอบนำเข้าแทรกซึมลึกใน 5 อุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ ยาสูบ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ปุ๋ยและสารกำจัดศัตรูพืช และผลิตภัณฑ์ความงาม โดยสร้างผลกระทบใน 3 มิติหลัก คือ เศรษฐกิจ ความมั่นคงและภาพลักษณ์ความโปร่งใสของประเทศ และสาธารณสุข เฉพาะอุตสาหกรรมยาสูบคาดว่ารัฐสูญเสียรายได้ไม่น้อยกว่า 30,000 ล้านบาทในปี 2568 นอกจากนี้ การค้าผิดกฎหมายยังเชื่อมโยงกับการฟอกเงินและการคอร์รัปชัน กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ (FDI) และก่อความเสี่ยงต่อชีวิตผู้บริโภคจากยาปลอมและเครื่องสำอางเถื่อน
EABC เสนอแนวทางเร่งด่วน 4 ประการต่อรัฐบาล ได้แก่ การผลักดันให้ความผิดเกี่ยวกับการค้าผิดกฎหมายเป็นความผิดมูลฐานภายใต้กฎหมายฟอกเงินและเพิ่มบทลงโทษให้มีผลยับยั้ง การยกระดับปัญหาเป็นวาระแห่งชาติ บูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงาน การใช้ระบบ Risk Profiling และเทคโนโลยีศุลกากรอัจฉริยะเพื่อสกัดการลักลอบนำเข้า และการเสริมสร้างความร่วมมือภาครัฐ–เอกชนในการจัดการสินค้าเถื่อนทั้งบนแพลตฟอร์มออนไลน์และร้านค้า
นางสาวภาวิณี บุนยะมิศร์ ประธานคณะทำงานด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา EABC กล่าวว่า การยกระดับการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาไม่ใช่เพียงการปกป้องเจ้าของสิทธิและผู้บริโภค แต่คือการสร้างภูมิคุ้มกันเชิงระบบด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และภาพลักษณ์ความโปร่งใสของประเทศ ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันของไทย รักษาสถานะศูนย์กลางการค้าและการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน และก้าวสู่เวทีเศรษฐกิจโลกอย่างมั่นคงในระยะยาว


