xs
xsm
sm
md
lg

รองผู้ว่าฯ โคราช ชี้ บาร์โค้ด-QR ไม่ทำให้รู้กาอะไร หากไม่ทุจริตขนานใหญ่ จี้หยุดดรามา เชื่อ ศาลไม่เอาเหตุนี้ตัดสิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รองผู้ว่าฯ โคราช ออกโรงป้อง กกต. ย้ำ บาร์โค้ด และ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง ไม่ทำให้รู้ใครกาอะไร จะรู้ความลับได้ต้องทุจริตขนานใหญ่ จี้หยุดดรามา ชี้ ไม่สมเหตุสมผล เชื่อ ไม่มีศาลไหนเอาเหตุผลเท่านี้มาตัดสิน มันแค่วาทกรรมปั่นป่วนสังคม

วันนี้ (17 ก.พ.) นายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความเห็นกรณีปัญหาบาร์โค้ด และ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง ว่า บาร์โค้ด และ QR Code กับ เลขบัตรประจำตัวประชาชน ไม่ต่างกัน เล่นเรื่องความลับ เสียจนสังคมปั่นป่วนหมด แล้วมันก็จะต้องทำสองชั้นและทุจริตขนานใหญ่ถึงจะล่วงรู้ความลับ วันนี้จึงมาขอเจาะความหมายเรื่องคำว่า ลับและการรักษาความลับของทางราชการ ทั้งคนรุ่นเก่า รุ่นใหม่ นักวิชาการ นักกฎหมาย อินฟลู สส. สอบตก คนมีชื่อเสียงทางสังคมฉกฉวยโอกาสเรื่องนี้หมดเลย โดยชี้นำทางสังคมไปทางที่ผิด เพราะถ้าคนฟังผิวเผิน แค่รู้ว่าสแกนปุ๊บ รู้ปั๊บ คนจะเข้าใจแบบนี้จริงๆ สแกนปุ๊บ รู้เลยว่าเป็นบัตรของเรา เราเลือกให้ใคร เพราะสิ่งที่เห็นจากข่าว ของผู้ชี้นำ คือ กกต. ต้องติดคุก เลือกตั้งไม่รักษาความลับให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ถาถมเข้ามาทุกช่องทาง

นายมนัส กล่าวอีกว่า คำว่าลับ คือ ขณะกา ไม่มีใครรู้ว่าเรากาอะไร และเราไม่มีสิทธิถ่ายรูปออกไปแสดงว่าเรากาใคร คนทั่วไปไม่อาจรับรู้ได้และไม่มีสิทธิตรวจสอบ และไม่สามารถเข้าถึงความลับของเราได้ นั่นคือความลับ ความหมายที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ระบบการลงคะแนนแบบนี้ไม่มีสิทธิที่ใครจะล่วงรู้ความลับของเราได้ ยกเว้นเจ้าหน้าที่กระทำการทุจริต และขยันนำมาตรวจสอบย้อนกลับเท่านั้น ต้องทุจริตและละเมิดมาตรการรักษาความลับ ขยันนำมาประกบกัน ซึ่งก็ทำได้ยาก เพราะบัตรเลือกตั้งเมื่อนับคะแนนเสร็จก็เก็บไว้เป็นสัดส่วน อยู่ในมาตรการรักษาความลับ หากจะทำต้องเจาะหีบออกมาตรวจสอบ คัดแยก ไล่สแกน หากกระทำเช่นนี้ย่อมเป็นการกระทำที่มิชอบ ที่สำคัญจะทำไปเพื่ออะไร หากมีวัตถุประสงค์แอบแฝงทำแล้วเป็นมรรคผล ต้องร่วมมือกันเป็นกระบวนการขนานใหญ่ ตั้งใจ ทำกันทั้งระบบ ซึ่งต้องใช้เวลานานพอสมควร

“เปรียบเสมือนเจ้าหน้าที่ที่ทำเรื่องบัตรประจำตัวประชาชน เลขบัตรถ้าอยู่เฉพาะตัว เฉพาะส่วนของมันก็ไม่มีอะไร แต่เจ้าหน้าที่ที่เข้าฐานข้อมูลได้ สามารถนำเลขบัตร เข้าถึง ล่วงรู้ทุกสิ่งทุกอย่างได้เลย และทำได้เฉพาะเจ้าหน้าที่เท่านั้น เฉพาะเจ้าหน้าที่ที่กระทำการทุจริตเท่านั้น ซึ่งระบบก็ตรวจรู้ว่าเจ้าหน้าที่คนใดเข้าพาสเวิร์ดอยู่ คนทั่วไปไม่อาจนำเลขบัตรเข้าถึงฐานข้อมูลได้ QR Code บาร์โค้ด และเลขบัตรประจำตัวประชาชน จึงไม่แตกต่างกันครับ จะรู้ต้องทำ สองชั้น ชั้นแรกรู้ ชั้นที่สองเจ้าหน้าที่ทุจริต รู้เฉยเฉยมีเฉยเฉยไม่ได้ ต้องรู้ มี และเจ้าหน้าที่ทุจริตด้วย”

รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า การรักษาความลับของราชการ ก็มีกฎหมายคุ้มครองและรับรองไว้ผู้ใดละเมิดก็ย่อมผิดทั้งวินัยและอาญา ดังนั้น คำว่าความลับ คนทั่วไปไม่มีสิทธิเข้าถึงและไม่มีสิทธิรู้ ยกเว้นเจ้าหน้าที่ทุจริต หยุดดรามากันเถอะครับ QR Code และบาร์โค้ด มันล้มกระดานไม่ได้หรอก เพราะมันไม่สมเหตุสมผล ศาลไหนเค้าจะเอาเหตุผลเพียงเท่านี้มาตัดสินเข้าข้างท่าน มันเป็นแค่วาทกรรมปั่นป่วนสังคม ปั่นสังคมเท่านั้น

“อีกหน่อยถ้าเค้ายกเลิก QR Code และบาร์โค้ดไป แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าบัตรนี้มาจากหน่วยไหน หากมีการขโมยเกิดขึ้นหรือไปพบบัตรในกองขยะ จะรู้ได้ยังไงว่าบัตรมาจากไหน ก็เกิดปัญหาตรวจสอบย้อนกลับเรื่องทุจริตเลือกตั้งอีก ว่าตรวจสอบไม่ได้ ไม่รู้ที่ไปที่มา เฮ้อชีวิต ฟังมาหลายวันแล้ว รู้สึกว่าสมัยนี้ คนเหลี่ยมมันเยอะจริงๆ”