xs
xsm
sm
md
lg

"ทางรอด-ทางเรือหาย" ของ "แสวง" และ กรรมการ กกต. ถูกดาหน้าฟ้องปม “บาร์โค้ด" ** “รัฐบาลอนุทิน” จะมี “กล้าธรรม” ร่วมด้วยหรือไม่ หลังมีข่าว “ลุง” สั่งเตะสกัด ถอนแค้น “ธรรมนัส”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ข่าวปนคน คนปนข่าว


++ "ทางรอด-ทางเรือหาย" ของ "แสวง" และ กรรมการ กกต. ถูกดาหน้าฟ้องปม “บาร์โค้ด"

ประเด็นร้อนฉ่าปม “บาร์โค้ด" บนบัตรเลือกตั้ง ที่สำนักงานกกต. ยืนยันว่าทำเพื่อความปลอดภัย แต่สังคมกลับ "ไม่เชื่อมั่น"
ล่าสุด มีความเคลื่อนไหวจากทั้งบรรดานักกฎหมาย ตัวแทนนิสิตนักศึกษา และ ผู้สมัครสส. ต่างตบเท้ายื่นฟ้อง กกต.หลากหลายศาล เพราะจากการพิสูจน์ทราบเชื่อได้ว่า บาร์โค้ดที่แปะอยู่บนบัตรเลือกตั้งยังไงๆ ก็ทำให้การเลือกตั้ง “ไม่ลับ” อย่างที่ควรจะเป็น!

บาร์โค้ด นี้สามารถสืบสาวราวเรื่องย้อนกลับไปจนเจอ “ต้นขั้ว” และระบุ "ตัวตน" ได้ว่าใคร เลือกใคร

ถามว่าผิดตรงไหน?.. รัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ระบุชัดว่า ต้องเลือกตั้ง “โดยตรงและลับ” ถ้าความลับไม่มีอยู่จริง การเลือกตั้งครั้งนี้ก็อาจเข้าขั้น “ฟาวล์”

งานนี้คณะกรรมการ กกต.ทั้ง 7 และ “แสวง บุญมี” เลขาธิการกกต. มีแนวรบหลายด้าน ยกหีบหนี ก็คงไม่ทันแล้ว

เรียกว่า โดนล้อมกรอบถูกยื่น "ฟ้อง" มาทุกทิศทุกทาง

แสวง บุญมี
ตั้งแต่สาย PDPA หรือ ข้อมูลส่วนบุคคล "ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์" จากพรรคประชาชน จัดหนักยื่นเรื่องต่อ PDPC หรือ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ชี้เป้าว่า กกต. เก็บข้อมูลความคิดเห็นทางการเมืองโดยไม่ได้รับยินยอม เสี่ยงคุก 6 เดือน ปรับอีก 5 แสน!

งานนี้บีบให้ กกต. ต้องพิสูจน์ว่า บาร์โค้ด ไม่ได้มีไว้ "เช็กบิล" คนที่รับแล้วไม่เลือก หรือเพื่อพรรคใดพรรคหนึ่ง

ขณะที่ สายนิสิตนักศึกษา ตัวแทนจาก 9 รั้วมหาวิทยาลัย (จุฬาฯ, ธรรมศาสตร์, มก. และเพื่อนพ้อง) บุกศาลปกครอง ยื่นคำร้องขอให้การเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 เป็น “โมฆะ” พร้อมสั่งเบรกการรับรอง สส.เข้าสภาฯ ทันที

สายสภา สว.บัญชีสำรองโดย "อัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล" ก็ยื่นฟ้องศาลปกครองสูงสุด ให้สั่ง กกต. “ชดใช้ค่าเสียหาย” ในการจัดเลือกตั้งใหม่ แถมพ่วงโทษ "จำคุก" และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งยกแผง

เมื่อรูปการณ์เป็นเช่นนี้อนาคตของ "แสวง" และ "คณะกกต." จะหมู่หรือจ่า?
ตอนนี้บอกได้เลยว่า หายใจไม่ทั่วท้อง!

วิบากกรรมทางกฎหมาย จะกดดันและกดทับ กกต. แม้จะท่องคาถาว่าทำเพื่อความปลอดภัย แต่เมื่อถูกเทียบเคียงกับการลงประชามติที่ไม่มีบาร์โค้ด ข้ออ้างนี้เลยดู “ฟังไม่ขึ้น”

ในสายตานักกฎหมาย หากศาลรับลูกว่า เป็นการละเมิดหลักการเลือกตั้ง "โดยตรงและลับ" กกต. ชุดนี้อาจต้องจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ ว่าเป็นชุดที่ทำเลือกตั้งพังจนเป็นโมฆะ

อนาคตของ "แสวง" ในฐานะแม่บ้านใหญ่ ผู้คุมบังเหียนการปฏิบัติงาน ความกดดันทั้งหมดจะตกอยู่ที่เอง

หากเกิดการฟ้องร้องทางอาญาสำเร็จ..."คุก" ไม่ใช่เรื่องไกลตัว

ณรงค์ กลั่นวารินทร์
ขณะที่ "ณรงค์ กลั่นวารินทร์" ประธาน กกต. ที่ขึงขังไม่เอาชื่อเสียงที่สะสมมาเสี่ยงกับอีแค่ประเด็นนี้ ก็อาจมลายหายไปกับบาร์โค้ด เพียงไม่กี่เส้น

เพราะฉะนั้น จุดจบที่อาจเกิดขึ้นเป็นไปได้สองทาง หนึ่ง "ทางรอด" หากศาลมองว่า เป็นเพียงเทคนิคการบริหารจัดการ ไม่ส่งผลต่อคะแนน แต่โอกาสเริ่มน้อยลงตามแรงกดดันสังคม

หรือสอง "ทางเรือหาย" หากศาลสั่งเลือกตั้งใหม่ กกต. ถูกดำเนินคดีอาญา และแพ่ง จนต้องพ้นจากตำแหน่งยกแผง และอาจต้องชดใช้เงินพันล้านค่าจัดเลือกตั้ง!

งานนี้ กกต. เตรียมเปิดตำราแก้ต่างให้ดีๆ ก็แล้วกัน แต่ดูเหมือน “แต้มบุญ” จะเริ่มหมด เพราะหลักฐานบนบัตรเลือกตั้งมันทนโท่ คอยลุ้นกันว่า “บาร์โค้ด” จะเป็นตัวช่วย หรือจะเป็น “บ่วงนรก” ที่มารัดคอคนจัดเลือกตั้งกันแน่ !

อนุทิน ชาญวีรกูล
++ “รัฐบาลอนุทิน” จะมี “กล้าธรรม” ร่วมด้วยหรือไม่ หลังมีข่าว “ลุง” สั่งเตะสกัด ถอนแค้น “ธรรมนัส”

แม้ กกต.จะยังไม่ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง แต่การรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลก็พอให้เห็นเป็นรูป เป็นร่างขึ้นมาบ้างแล้ว
สูตรยอดฮิตช่วงหลังการเลือกตั้ง ที่มีการคาดการณ์กันคือ สูตร “ภูมิใจไทย (193) +เพื่อไทย(74)+กล้าธรรม (58)” เป็นรัฐบาล 325 เสียง...แน่นปึ้ก!!

แต่นับเป็น “ความเขี้ยว” ของพรรคภูมิใจไทย ที่ชิงตั้งโต๊ะ แถลงข่าวจับมือกับพรรคเพื่อไทยก่อน ซึ่งแค่สองพรรคนี้ ก็มีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง (251) ของจำนวน สส.ทั้งหมด ที่มี 500 คนไปแล้ว นี่ยังไม่นับพรรคเล็ก อีก 4-5 พรรค ที่มาปรากฏตัวบอกว่า สนับสนุน “อนุทิน” เป็นนายกรัฐมนตรี

เป็นการชิงจังหวะลดพลังต่อรองของ “พรรคกล้าธรรม” ซึ่งช่วงนั้น “ผู้กองธรรมนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม บอกว่ามี สส.อยู่ในมือ 80เสียง

“พรรคสีน้ำเงิน” เหมือนเป็นการบอกกลายๆ ว่า “รัฐบาลอนุทิน2” จะมี “สีเขียว” กล้าธรรม หรือไม่มี ก็ได้

ล่าสุดมีรายงานว่า ขั้วสีน้ำเงิน รวบรวมเสียงได้แล้ว 295 เสียง ประกอบด้วย ภูมิใจไทย (193)+ เพื่อไทย(74)+ไทรวมพลัง (6)+พลังประชารัฐ(5) +ประชาชาติ (5) +เศรษฐกิจ (3)+ไทยสร้างไทย (2) และพรรคละ 1 เสียง อีก 7 พรรค
นอกจากไม่มี “กล้าธรรม” เข้าร่วมแล้ว ยังมีกระแสข่าวว่าถูก “เตะโด่ง” อีกต่างหาก

ด้วยข้ออ้าง เรื่องการต่อรองกระทรวงเกษตรฯ เรื่องคนในพรรคภูมิใจไทย อึดอัด คับข้องใจ หากร่วมรัฐบาลกับ กล้าธรรม เพราะเกรงว่า จะมีผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้ถอดถอนนายกฯ หากมีการทูลเกล้าฯ แต่งตั้งบุคคล หรือแกนนำของพรรคกล้าธรรม ที่มีประวัติเป็นที่เคลือบแคลง ทั้งข้อกฎหมาย รวมถึงพฤติกรรมต่างๆ ที่สังคมยังคงกังขา

ขณะที่กระแสจาก “วงใน” บอกว่าที่ไม่เอากล้าธรรม เพราะมีสัญญาณจาก “ลุง” ผู้มีบารมีนอกพรรคสีน้ำเงิน จะใช้โอกาสนี้ถอนแค้น ที่ “ธรรมนัส”เคยทำอะไร อะไร ไว้กับลุง !!

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด “ไผ่ ลิกค์” เลขาธิการพรรคกล้าธรรม บอกว่าได้โทรศัพท์พูดคุยประสานกับ “ไชยชนก ชิดชอบ” เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยกล้าธรรม ไม่มีข้อต่อรอง หรือเงื่อนไขใดๆ ทางการเมือง

ตามที่เป็นข่าวและในการประชุม ครม.วันนี้ (17 ก.พ.) “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” จะพูดคุยกับ “อนุทิน ชาญวีรกูล”

ขณะที่ “อนุทิน” ให้สัมภาษณ์เรื่องเตะกล้าธรรมไปเป็นฝ่ายค้านว่า “ไม่จริง” และพร้อมที่จะคุยกับทุกพรรคอยู่แล้ว

แต่ก็มีรายงานข่าวว่า การประชุมครม.วันนี้ “อนุทิน” ไม่เข้าประชุม โดยมอบหมายให้ “โภสภณ ซารัมย์” รองนายกฯ เป็นประธานการประชุมแทน ... หรือจะเป็นการหนีหน้า “ธรรมนัส”

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
คราวนี้ลองมาดู “สมการอำนาจ” ของการตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ใช่ว่า “กล้าธรรม” จะไร้ความหมาย หาก“อนุทิน” ต้องการให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ และอยู่ยาว

ต้องไม่ลืมว่า อดีตยังฝังใจ ความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่าง “ภูมิใจไทย กับ เพื่อไทย” สองพรรคนี้ เต็มไปด้วยการแข่งขัน และความบาดหมาง แม้ “อนุทิน” จะประกาศให้อภัย ลืมเรื่องเก่า มาเดินหน้าทำงานเพื่อชาติร่วมกัน

แต่ในอนาคต ใครจะรับประกันได้ว่า เรื่องบาดหมางเก่าๆ จะไม่ปะทุขึ้นมาอีก หรืออาจจะมีเรื่องใหม่ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หากผลประโยชน์ไม่ลงตัว

เพราะรู้ๆ กันอยู่ว่า สองพรรคนี้ไม่ได้จับมือเพราะอุดมการณ์ทางการเมืองตรงกัน...แต่เป็นเรื่อง “ผลประโยชน์ลงตัว” ซะมากกว่า
ความจำเป็นที่ต้องดึง “กล้าธรรม” เข้ามาร่วมรัฐบาล จึงมีนัยมากกว่า แค่จำนวนเสียงในสภา แต่เป็นการสร้างกลไกถ่วงดุลอำนาจ ภายในรัฐบาล ภายใต้เงื่อนไขของความไม่ไว้วางใจ ที่ยังคงแฝงอยู่

แบบว่าถ้าถึงวันแตกหัก เพื่อไทยถอนตัว รัฐบาลก็ยังไม่พัง

จึงต้องจับตา วัดใจว่า “อนุทิน” จะตามใจลุง หรือจำเป็นต้องขัดใจลุง รับเอา “ผู้กองธรรมนัส” มาร่วมรัฐบาล