xs
xsm
sm
md
lg

“อนุทิน2”เกือบ 300 เสียง ภท.คุมเบ็ดเสร็จ!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อนุทิน ชาญวีรกูล
เมืองไทย 360 องศา

แม้ว่าภายนอกจะบอกว่าต้องรอการรับรองผลการเลือกตั้งเรื่องจำนวน ส.ส.ของแต่ละพรรคให้เสร็จสิ้นและเป็นทางการก่อน แต่วงในก็ได้เห็นการเคลื่อนไหวอย่างชัดเจนในเรื่องการฟอร์มรัฐบาลผสมชุดใหม่ที่เรียกว่า “อนุทิน 2” ที่มี พรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำ มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะเดียวกันได้เห็นแนวโน้มและทิศทางของรัฐบาลใหม่โดยมีการประกาศท่าทีอย่างชัดเจนว่าพรรคภูมิใจไทยและดูแลด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่าพี่น้องประชาชนที่เคารพครับ

ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ผมขอกราบขอบพระคุณทุกท่านต่อความไว้วางใจและความเชื่อมั่น ที่พรรคภูมิใจไทยได้รับอย่างท่วมท้นเพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศ ซึ่งผมจะเร่งดำเนินการทันที เมื่อ กกต. ประกาศผลของการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

ผมขอยืนยันว่าผมจะไม่ทำให้ทุกท่านที่ลงคะแนนให้พรรคภูมิใจไทย ผิดหวัง เสียใจ และจะทำงานตอบแทนทุกคะแนนด้วยความสำนึกในความไว้วางใจที่ท่านได้มอบให้ทุกนโยบายที่ได้นำเสนอต่อพี่น้องประชาชนในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ผมและพรรคภูมิใจไทยขอยืนยันว่าจะปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้นทุกประการ

พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบด้าน # การบริหารงานความมั่นคง ด้วยมาตรการทางการทูต และการทหาร และยืนยันที่จะปฏิบัติในทุกรูปแบบและทุกวิธีการ เพื่อรักษาดินแดนและอธิปไตยของชาติ ตลอดจนเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศไทย และสำหรับตัวผม ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนไทยต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด

#การปิดด่านชายแดน จะดำเนินต่อไป และจะเพิ่มความเข้มข้นยิ่งขึ้น ด้วยการสร้างกำแพงความมั่นคงตามแนวชายแดน รวมถึง # การยกเลิก MOU44 เพื่อการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย และเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชนที่มั่นใจในพรรคภูมิใจไทย

ผมและคุณสีหศักดิ์ สัญญาที่จะนำประเทศไทยกลับคืนสู่เวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ให้มีใครกล้ามาข่มเหง รังแก ข่มขู่ คุกคาม ทำให้คนไทยต้องรำคาญใจอีกต่อไป 

พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย นำเศรษฐกิจไทยที่ตกอยู่ในหล่มมายาวนาน ขึ้นมาจากหล่มให้ได้ การทำงานด้านเศรษฐกิจ จะต้องทำงานแบบมืออาชีพ เป็นทีมเดียวกัน คือ ทีมประเทศไทยที่มีส่วนผสมหลักคือ อนุทิน เอกนิติ ศุภจี สีหศักดิ์

ทุกพรรคการเมืองที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล จะเป็นทีมเดียวกัน มีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้พี่น้องประชาชน มีรายได้ดีขึ้น ทั้งผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ท่องเที่ยว บริการ และอาชีพอิสระ

ทั้งหมดนี้จะอยู่ในนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา

ผมขอสัญญาว่าจะทำให้ทุกคะแนนที่ท่านมอบให้พรรคภูมิใจไทย มีคุณค่าสูงสุด และเป็นพลังที่จะพัฒนาประเทศไทยไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ยั่งยืน สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กินดี อยู่ดี สุขภาพดี มีรายได้ มีความสุข ให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน

ผมถือว่า ทุกคะแนนที่พรรคภูมิใจไทยได้รับคือข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชาที่ผมจะต้องปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จโดยเร็วครับ
ขอกราบขอบพระคุณและจะไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังอย่างแน่นอน

สอดคล้องกับคำพูดของเขาก่อนหน้านี้ระหว่างไปให้สัมภาษณ์ทางทีวีช่องหนึ่งที่ระบุว่าการบริหารในรัฐบาลภายใต้การนำของเขานั้นจะเป็นการบริหารแบบ “คลัสเตอร์” หรือแบบกลุ่มที่มีการเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน จะไม่ใช่เป็นการบริหารงานแบบต่างคนต่างทำหรือแยกกระทรวงไปต่างหาก แต่จะเป็นไปตามแผนงานและนโยบายของรัฐบาล โดยในขั้นตอนสุดท้ายจะต้องผ่านการอนุมัติจากนายกรัฐมนตรีซึ่งก็คือตัวเขานั่นเอง

ขณะเดียวกัน สำหรับความคืบหน้าในการรวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลมีรายงานข่าวล่าสุดแจ้งว่า มีเสียงสนับสนุนรวมกัน 295 เสียงแล้ว ประกอบด้วยพรรคภูมิใจไทย เพื่อไทย พรรคเล็ก และพรรคที่มี 1 เสียง โดยพรรคเล็กๆ ได้มีการแถลงยืนยันสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ไปเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการคุยพรรคกล้าธรรม ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เข้ามาร่วมแต่อย่างใด

แต่ล่าสุด มีรายงานว่า นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ได้มีการพูดคุยโทรศัพท์กับ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เรียบร้อยแล้ว และ ย้ำว่าพรรคกล้าธรรม ไม่มีเงื่อนไขใดๆ ในการร่วมรัฐบาลครั้งนี้ และคาดว่าจะมีการหารือกันระหว่าง นายอนุทิน กับ ร.อ.ธรรมนัส ในการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ นี้

หากพิจารณาจากจำนวนเสียงสนับสนุนตามสูตรดังกล่าวข้างต้น ที่รวมกันแล้วประมาณ 295 เสียง โดยมีพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาล โดยสูตรนี้ยังไม่มีพรรคกล้าธรรม และตามรายงานก่อนหน้าว่าพรรคเพื่อไทยจะได้รับ 5 กระทรวง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นงานด้านเศรษฐกิจสังคม ซึ่งสูตรนี้ก็ถือว่าลงตัวได้ง่าย เหมือนกันในภาวะที่พรรคเพื่อไทยไร้เงื่อนไข ต้องการประคับประคองเพื่อรักษาอำนาจรัฐเอาไว้ อีกทั้งเพื่อต้องการฟื้นฟูเยียวยารักษาอาการ

ขณะเดียวกันเมื่อสูตรที่มีพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมเริ่มมีอาการนิ่ง ทำให้พรรคกล้าธรรม เริ่มขยับก่อนที่จะ “ตกขบวน” ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อมาทีหลังก็ต้องไร้เงื่อนไข ทำให้มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่รัฐบาล “อนุทิน 2” ยังต้องมีพรรคกล้าธรรม และ ร.อ.ธรรมนัส เอาไว้ ในยามที่แทบไม่มีอำนาจต่อรองเหลืออยู่แล้ว

ดังนั้นด้วยตัวเลขทางคณิตศาสตร์ ที่เป็นใจและเอื้ออำนวยให้กับพรรคภูมิใจไทย ที่ทำให้พลังอำนาจต่อรองสูง จนพรรคร่วมรัฐบาลอื่นต้องยอมเดินเข้ามาร่วม และยังสามารถ“เลือก”พรรคการเมืองได้เกือบทุกพรรค เช่นพรรคกล้าธรรม หรือพรรคประชาธิปัตย์ อีกทั้งยังใช้ประโยชน์จากเงื่อนไข และข้อจำกัดของสองพรรคดังกล่าวมาเป็นเครื่องต่อรองได้อีก เอาเป็นว่าแม้ต้องรอขั้นตอน แต่ตอนนี้สำหรับพรรคแกนนำอย่างภูมิใจไทย “คุมเกม” ได้หมดจนสามารถประกาศคุมด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจแบบเบ็ดเสร็จ เป็นครั้งแรก !!