สว.สำรองยื่นศาลปกครอง เอาผิด กกต.กรณีติดบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งทำให้สืบค้นย้อนหลังหาผู้กาบัตรได้ ขอให้มีคำสั่งให้บัตรเลือกตั้ง สส.8 ก.พ.เป็นบัตรเสียทั้งหมดแล้วนำไปทำลาย ไม่รับรองผลเลือกตั้ง ให้สั่ง กกต.จ่ายค่าเสียหายจัดเลือกตั้งใหม่ ลงโทษจำคุก-ตัดสิทธิทางการเมือง จี้เร่งตัดสินก่อนประกาศรับรองผลเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล ผู้มีรายชื่อสำรองเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่มที่ 10 ผู้ประกอบการ ส่งคำฟ้องในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ ยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และพวก ต่อศาลปกครองสูงสุด กล่าวหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีจัดพิมพ์รหัสบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้ง ส.ส. โดยขัดหลักการลงคะแนนลับและรัฐธรรมนูญ พร้อมขอศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราวระงับการรับรองผล
นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล (ผู้ฟ้องคดี) ได้ยื่นฟ้อง 1. คณะกรรมการการเลือกตั้ง 2. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ 3. เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ฐานกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย
สำหรับคำฟ้องโดยสรุป ระบุพฤติการณ์ว่า ในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2569 และเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ. 2569 ผู้ถูกฟ้องคดีได้จัดทำสัญลักษณ์พิเศษลงในบัตรเลือกตั้ง ดังนี้
- บัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู) : มีการพิมพ์ "บาร์โค้ด" (Barcode) ไว้ที่บัตรและท้ายบัตร
- บัตรเลือกตั้งแบบเขต (บัตรสีเขียว) ก็มีลักษณะเดียวกัน แต่ผู้ถูกฟ้องได้จัดทำเป็น "คิวอาร์โค้ด" (QR Code) เอาไว้ที่บัตร ซึ่งต้องฉีกมาจากสมุดต้นขั้วเช่นกัน
- ต้นขั้วสมุดฉีกบัตร : มีการระบุ "เลขรหัสลับ" เอาไว้ และผู้ใช้สิทธิลงคะแนนต้องลงลายมือชื่อกำกับ
นายอัครวัฒน์ระบุในคำฟ้องต่อไปว่า เมื่อนำบัตรเลือกตั้งไปสแกนโค้ดดังกล่าว จะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกลับไปยังต้นขั้วสมุดฉีกที่มีลายมือชื่อของผู้ใช้สิทธิได้ทันที ทำให้ทราบได้ว่า "ผู้ใช้สิทธิคนใด เป็นผู้ลงคะแนนให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด" ซึ่งขัดต่อหลักการลงคะแนน "โดยตรงและลับ" ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 85 และมาตรา 53
คำฟ้องบรรยายว่า แม้ทาง กกต. จะเคยชี้แจงผ่านสื่อเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2569 ว่าทำไปเพื่อรักษาความปลอดภัยและป้องกันบัตรปลอม แต่เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น เพราะในการลงคะแนนออกเสียงประชามติ กลับไม่มีการพิมพ์บาร์โค้ด หรือคิวอาร์โค้ดลงในบัตรแต่อย่างใด ส่อให้เห็นเจตนาทุจริตเจาะจงเฉพาะการเลือกตั้ง ส.ส.
นอกจากนี้ การพิมพ์สัญลักษณ์ดังกล่าว ถือเป็นการทำเครื่องหมายอื่นใดเพิ่มเติมที่ทำให้บัตรเลือกตั้งกลายเป็น "บัตรเสีย" ตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2566 ข้อ 174 (2) และ (7) ที่ห้ามมีเครื่องหมายสังเกตอื่นนอกจากกากบาท
ผู้ฟ้องคดีระบุว่า การกระทำนี้สร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชน เพราะหากกรรมการประจำหน่วยหรือหัวคะแนนแอบถ่ายรูปบัตรขณะนับคะแนน ก็จะสามารถนำไปตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าใครเลือกใคร นำไปสู่ความไม่ปลอดภัยในชีวิต หรือเอื้อประโยชน์ต่อการซื้อสิทธิขายเสียงอย่างง่ายดาย
ในตอนท้ายของคำฟ้อง นายอัครวัฒน์ ได้ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ดังต่อไปนี้
1. ให้บัตรเลือกตั้ง ส.ส.ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบ่งเขต ในรอบวันที่ 1 และ 8 ก.พ. 2569 เป็นบัตรเสียและไม่ให้นับเป็นคะแนน
2. สั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดี เผาหรือทำลายบัตรเลือกตั้ง ดังกล่าวโดยเปิดเผยต่อสาธารณะ
3. ขอคุ้มครองชั่วคราว ไม่รับรองผลการเลือกตั้ง
4. ลงโทษผู้ถูกฟ้องทั้ง 3 ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (โทษจำคุกและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง)
5. ให้ผู้ถูกฟ้องทั้ง 3 ชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งสิ้น
6. ขอให้ศาลเร่งพิจารณาคดีให้เสร็จสิ้นโดยเร็วก่อนผูู้ถูกฟ้องที่ 1 ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ส.ส.ใหม่
นายอัครวัฒน์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า เมื่อ วันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนได้ยื่นฟ้อง กกต.สำนักงาน กกต. และ เลขาธิการ กกต. ฐานกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง สส.เป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย กรณีจัดพิมพ์รหัสบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้ง ส.ส. โดยขัดหลักการลงคะแนนลับและรัฐธรรมนูญ ต่อศาลปกครองสูงสุด ผ่านระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ โดยให้ศาลสั่ง ให้บัตรเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบ่งเขต ในรอบวันที่ 1 และ 8 ก.พ. 2569 เป็นบัตรเสียและไม่ให้นับเป็นคะแนน รวมทั้งให้ กกต.เผาหรือทำลายบัตรเลือกตั้ง ดังกล่าวโดยเปิดเผยต่อสาธารณะ พร้อมทั้งสั่งลงโทษ กกต. สำนักงาน กกต. และ เลขาธิการ กกต.ร่วมชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งสิ้น พร้อมทั้งให้สั่งลงโทษ กกต. สำนักงาน กกต.และ เลขาธิการ กกต. ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ด้วยโทษจำคุกและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง รวมทั้งให้ ให้ผู้ถูกฟ้องทั้ง 3 ชดใช้ค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งสิ้น และ ขอให้ศาลเร่งพิจารณาคดีให้เสร็จสิ้นโดยเร็วก่อนผูู้ถูกฟ้องที่ 1 ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ส.ส. ใหม่ นอกจากนี้ ยังได้ขอให้ศาลสั่ง ไม่รับรองผลการเลือกตั้งเป็นการชั่วคราว ก่อนมีคำพิพากษา
นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า แม้ทาง กกต.จะเคยชี้แจงผ่านสื่อเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2569 ว่าทำไปเพื่อรักษาความปลอดภัยและป้องกันบัตรปลอม แต่เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น เพราะในการลงคะแนนออกเสียงประชามติ กลับไม่มีการพิมพ์บาร์โค้ด หรือคิวอาร์โค้ดลงในบัตรแต่อย่างใด ส่อให้เห็นเจตนาทุจริตเจาะจงเฉพาะการเลือกตั้ง ส.ส.การกระทำนี้สร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชน เพราะหากกรรมการประจำหน่วยหรือหัวคะแนนแอบถ่ายรูปบัตรขณะนับคะแนน ก็จะสามารถนำไปตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าใครเลือกใคร นำไปสู่ความไม่ปลอดภัยในชีวิต หรือเอื้อประโยชน์ต่อการซื้อสิทธิขายเสียงอย่างง่ายดาย


