xs
xsm
sm
md
lg

“สนธิญา” ขอค้านสั่งเลือกตั้งโมฆะ ขอให้เห็นใจ 32 ล้านคนที่ลงคะแนน เร่ง กกต.แก้ปัญหาตามข้อร้องเรียนให้สังคมเข้าใจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สนธิญา” ไม่เห็นด้วยให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ ล้มทั้งกระดาน ขอให้เห็นในคะแนนประชาชนทั้งประเทศ 32 ล้านที่ออกมาใช้สิทธิ์ ขณะที่ กกต.แก้ปัญหาตามที่มีการร้องเรียน และชี้แจงเพื่อให้สัมคมเข้าใจ


วันนี้ ( 16 ก.พ.) นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ยื่นหนังสือ กกต.สนับสนุนการมีบาร์โค้ด และ คิวอาร์โค้ด เพื่อป้องกันการมีบัตรผี การทุจริต เชื่อว่าไม่สามารถนำบัตรออกมาเพื่อที่จะสแกนหาบุคคล ชื่อ บุคคลที่ลงคะแนนได้ ทั้งนี้กรณีกลุ่มบุคคลที่คิดไม่เหมือน คิดต่างไม่ใช่เป็นเรื่องโง่ แต่คือความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย ประเด็นแรก ขอฝากเรียนไปถึงการชุมนุมที่สกายวอล์คเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา แ ละยังชุมนุมขณะนี้ด้วยว่า เมื่อปี 2562 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล น.ส.พรรณิการ์ วานิช รวมทั้งนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ โดนศาลวินิจฉัยพิจารณาให้จำคุกไปแล้ว 2 เดือน ปรับ 12,000 บาทและรอลงอาญา 2 ปี

ประเด็นที่ 2 คือ ต้องการเรียกร้องให้ กกต.ตรวจสอบและพิจารณา ดำเนินคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จากกรณีที่มีผู้บอกว่าเหตุการณ์ไฟฟ้าดับระหว่างนับคะแนนเกิดขึ้นที่จังหวัดชลบุรี ทั้งที่จริงแล้วเกิดขึ้นที่จังหวัดปทุมธานี
และกรณีการนำใบขีดคะแนนแล้ว ระบุว่าพบในกองขยะ ตนขอเรียกร้องให้ กกต. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพราะเชื่อว่าปุถุชนคนธรรมดาไม่อยากจะเข้าไปกองขยะแน่นอน อีกทั้งจะได้ทราบว่า ที่มาที่ไปของเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างไร ใครเป็นผู้นำใบคิดคะแนนไปทิ้งขยะ

รวมถึงกรณีที่เกิดขึ้นที่เทศบาลท่าโขลง อำเภอเมืองปทุมธานี มีสื่อพยายามที่จะซูมให้เห็นถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยตนได้นำคลิปนี้ส่งให้ กกต.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากการกระทำเหล่านั้นเป็นการกระทำที่กำลังจะบอกว่า กกต.จัดการเลือกตั้งไม่เป็นไปด้วยความสุจริต ยืนยันว่าตนไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ จาก กกต.และหากมีการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ตนก็จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์คนหนึ่งเหมือนกัน


ส่วนกรณีที่ กกต.จัดทำ QR code และบาร์โค้ดบนบัตร นายสนธิญา ระบุว่าตนเห็นด้วยเพราะเป็นส่วนหนึ่งที่จะสามารถตรวจสอบที่มาของบัตรเลือกตั้งได้ยังมีคุณภาพ พร้อมถามกลับว่าถ้ากรณี QR code หรือบาร์โค้ด เป็นความลับตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ในกระบวนการเลือกตั้งมีตั้งแต่การที่ประชาชนไปที่คูหาแล้วดู ว่ามีชื่อของตนเองอยู่หรือไม่ แล้วนำบัตรประชาชนแสดงตนแล้วรับบัตรเลือกตั้งและเข้าไปกาในคูหา และเดินออกมา เมื่อเลือกตั้งแล้วเสร็จเวลา 17.00 น.ก็มีการเปิดหีบนับคะแนน เมื่อนับแล้วเสร็จก็จะมีการรวมคะแนน ซึ่งกระบวนการนับคะแนนเป็นกระบวนการลับหรือไม่ การรวมคะแนนในแต่ละหน่วยและนำไปรวมรวมกันในเขตเลือกตั้ง ก่อนนำไปรวมในระดับอำเภอ ดังนั้น ต้องตีประเด็นในตรงนี้ก่อนว่าความลับ ไม่สามารถที่จะทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม อยู่ที่ว่าตรงนั้นเป็นความลับระดับไหน

จึงเห็นว่ากรณีบาร์โค้ด และ QR code เป็นเรื่องของการตรวจสอบที่มาของบัตร ส่วนใครที่จะมีอำนาจหรือนำบัตรเลือกตั้งที่มีอยู่ถึง 32 ล้านใบ หรือแต่ละหน่วยเลือกตั้งที่มีอยู่ไม่ต่ำกว่า 100,000 คน นำไปสแกน QR หรือ barcode ตนคิดว่าสามารถทำได้ แต่ขอถามว่าต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ ต้องใช้คนกี่คนในการสแกน ต้องใช้อาคารสำนักงานขนาดไหนและที่สำคัญจะนำบัตรนั้นออกมาได้อย่างไร

“เพราะปัจจุบันต้องยอมรับความเป็นจริง การเลือกตั้งที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เป็นการเลือกตั้งที่ซื้อเสียงมากที่สุดครั้งหนึ่ง และการซื้อเสียงก็เป็นการร่วมมือกันระหว่างพรรคการเมือง ผู้สมัคร สส.และผู้รับเงิน และประสิทธิภาพของการทำงานไม่ต้องพึ่งบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ด อย่างปัจจุบัน ผู้ใหญ่ บ้านกำนัน อสม. อบต.สท. มีนายก อบต. นายกเทศบาล ซึ่งมีรายชื่อของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดอยู่แล้ว ใครจะมาปัญญาอ่อนนำเอาบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดไปสแกนข้อมูล แล้วใช้คนเป็นสิบเป็นร้อย ผมไม่เชื่อ" นายสนธิญากล่าว


นายสนธิญา กล่าวอีกว่า แต่หากถามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ สุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองจะต้องพิจารณาวินิจฉัย ทั้งนี้เมื่อเทียบกับคดีที่ตนเคยไปร้องศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครอง ศาลไม่รับคำร้องเนื่องจากมองว่าไม่เข้าเงื่อนไขในการยื่นคำร้อง และถ้า 2 หน่วยงานนี้ไม่รับ ตนเรียกร้องไปยังผู้ที่ยื่นและพรรคการเมืองที่สนับสนุน อย่าไปบอกว่าองค์กรอิสระเป็นพวกเดียวกันอีก เมื่อกล่าวหาว่า กกต.เป็นองค์กรที่ไม่เที่ยงตรงไม่เที่ยงธรรม แต่นิด้าโพลล์ ระบุว่าประชาชนเกือบร้อยละ 60 ระบุว่ามีความน่าเชื่อถือ แต่ขณะเดียวกันถ้าเมื่อไหร่ที่ศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง ก็อย่าไปกล่าวหาว่าองค์กรเหล่านั้นไม่ยุติธรรมอีก และกำลังจะนำไปสู่การจัดชุมนุม ในประเด็นนี้ต่อเนื่องกันไป ตนไม่คิดว่ากรณี 44 สส. ซึ่งตนเป็นหนึ่งในผู้ร้องที่ให้ประชาชนส่งเรื่องให้ศาลฎีกาวินิจฉัย และอาจจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ แม้จะมีพรรคการเมืองนั้นบอกว่าจะยื่นเพื่อให้ศาลฎีกาพิจารณาวินิจฉัยให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อตนก็จะคัดค้านในประเด็นนี้เช่นกัน

นายสนธิญา ยังเรียกร้องว่าให้มีการดำเนินการตามกฎหมาย หากจะยื่นคำร้องหรือคำฟ้องใดๆ ซึ่งตนมีแนวคิดเช่นนี้ ขออย่ามองว่าตนรับเงินจาก กกต. เพราะตนไม่ได้อะไรสักบาท นอกจากคนที่ด่าตน ขณะเดียวกันหลังเลือกตั้งก็ต้องดำเนินการต่อไป เพราะขณะนี้มีหน่วยเลือกตั้งกว่า 99,400 กว่าหน่วยเลือกตั้ง หรือเกือบแสนหน่วย แต่มีหน่วยเลือกตั้งเพียงไม่กี่หน่วยที่เกิดปัญหา และจะนำไปสู่การโมฆะทั้งกระดานนั้น เกิดความเป็นธรรมกับประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่ออกไปใช้สิทธิ 32 ล้านคนหรือไม่ ดังนั้นตนจึงมายื่นให้ กกต.พิจารณาวินิจฉัยและดำเนินการตามกระบวนการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด ขณะเดียวกันก็ไม่เห็นด้วยที่ระบุกรณี กกต.แจ้งความผู้หนึ่งผู้ใดแล้วบอกว่าปิดปาก ก็ร่วมหัวกันฟ้อง กกต.ขนาดนี้ กี่คดีแล้ว ซึ่ง กกต.ก็จำเป็นต้องรักษาเกียรติยศและศักดิ์ศรีของ กกต.ไว้ด้วย และเห็นว่าเมื่อภาคประชาชนให้ข้อมูลกับประชาชนเรื่องหนึ่งเรื่องใด กกต.ก็จำเป็นที่จะต้องมีการให้ข้อมูลกับประชาชนได้ด้วย เพื่อจะได้รับทราบข้อมูลครบถ้วนจากทั้งสองฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของประชาชน