ข่าวปนคน คนปนข่าว
++ แถ..วนไป !? กกต.โบ้ย "บาร์โค้ด" "ออกเสียงตรงและลับ" ถ้าจะผิดก็ "ส่วนบุคคล" แบบนี้ก็ได้เหรอ!
พีกต่อเนื่องกับประเด็น "บาร์โค้ด" บนบัตรเลือกตั้ง กับคำถามหนักหน่วง "ออกเสียงโดยตรงและลับ" หรือไม่ !?
หลายวันมาแล้ว กกต.อธิบายยืดยาว แต่ยิ่งแถลงยิ่ง..แถ วนไป
ล่าสุด "พี่แหวง" แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ออกมาโพสต์ชี้แจง ก่อนโพสต์จะถูกลบ หรือจำกัดการมองเห็นไปในเวลาต่อมา แต่ใจความสำคัญของคำชี้แจงของแสวง ก็คือ บาร์โค้ด ถูกออกแบบมาเพื่อ “ความปลอดภัยของบัตร” ไม่ได้กระทบหลัก “ออกเสียงโดยตรงและลับ”
พร้อมอ้างหลักสิทธิมนุษยชนสากล UDHR และหลัก Free & Fair ว่า ทุกขั้นตอนถูกออกแบบให้ตรวจสอบได้ และแยกเก็บเอกสารเป็นระบบ ไม่มีใครเข้าถึงได้โดยพลการ
ที่สำคัญ กกต. ย้ำชัดว่า ต่อให้มีภาพบัตรที่มีบาร์โค้ด ก็ “ไม่สามารถรู้ได้อย่างแน่นอน” ว่าใครลงคะแนนให้ใคร
ถ้ามีใครพยายามสืบย้อน ก็เป็น “ความผิดของบุคคลนั้น” ไม่ใช่ปัญหาของระบบ
ฟังดูเหมือน “แสวง” เตรียมตัวมาดี โพสต์ยาวๆ ให้แน่นๆ…แต่พอเคี้ยวดีๆ หลายคนเริ่มรู้สึกว่า นี่คือการแยกความผิดของ "ระบบ” ออกจากความผิด "ของคน” แบบเนียนๆ
กกต.บอกว่า กระบวนการยังสมบูรณ์ ถ้าใครทำผิด ก็ผิดเป็น "รายบุคคล" ระบบไม่ได้ผิดอะไร
แต่คำถามคือ…ถ้าระบบ “เปิดช่องให้สืบได้” ตั้งแต่ต้น ต่อให้ผิดเฉพาะบุคคล แล้วจะเรียกว่า“ลับ”ได้หรือ!?
งานนี้ตัวตึง "วิโรจน์ ลักขณาอดิศร" ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ไม่ปล่อยผ่าน
ออกมาโพสต์ฟาดแรง ว่า คำชี้แจงของกกต. “มักง่าย” และสะท้อนการผลักความรับผิดของตนเองไปเป็นความผิดของบุคคลที่กระทำการสืบรู้
ประโยคแทงใจดำ คือ คำว่า “ลับ” ต้องเป็นระบบที่ไม่สามารถเชื่อมโยงตัวบุคคลกับคะแนนได้ในทางเทคนิค ไม่ใช่แค่ไม่มีใครเห็นตอนกากบาท
“วิโรจน์”ตั้งคำถามว่า ทำไม กกต.ออกแบบระบบที่มีความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงแล้วจึงบอกว่าถ้ามีใครไปสืบรู้ก็ผิดเอง?
นี่คือการย้ายภาระจากออกแบบให้ปลอดภัยโดยโครงสร้าง ไปเป็นหวังพึ่งความสุจริตของมนุษย์
และเมื่อผู้ออกแบบระบบไม่ยอมรับความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง ... แต่โยนให้เป็นความผิดรายบุคคล
ก็เท่ากับลดทอนความหมายของคำว่า “ออกเสียงตรง และลับ” ให้เหลือแค่ช่วงเวลาที่ประชาชน ยืนในคูหาเท่านั้น
เกมนี้เลยไม่ใช่แค่เรื่องบาร์โค้ด
แต่เป็นการตีความโยนให้เป็นเรื่อง "คน" หรือ เจ้าหน้าที่ ดูแลการเลือกตั้งตามหน่วย หรือ "กปน."
ฟังว่าตอนนี้ กกต.ก็เริ่มหาตัวคนมาบูชายัญแล้ว โดย “ธนรัตน์ เกื้อวัฒนาพันธุ์” CEO บริษัท DomeCloud ผู้เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชน ออกมาโพสต์ภาพแชท ที่อ้างว่าเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ที่ถูกเรียกสอบ เพราะมีภาพบัตรที่มีบาร์โค้ด หลุดออกไป
ข้อความที่รู้เลยว่าใจ ของเจ้าหน้าที่เริ่ม ตุ้มๆ ต่อมๆ ก็ "เขา" ซึ่งคงหมายถึงภายใน กกต. ทราบว่าหน่วยนี้ อยู่ที่ไหน เพราะ รูปหลุดไป
CEO รายนี้โพสต์ชัดเจนว่า... กกต. ผิดที่ออกแบบบัตรแบบนี้!!
อย่าโยนความผิดให้เจ้าหน้าที่ กปน. พร้อมเสนอความช่วยเหลือทางกฎหมาย และเรียกร้องให้สื่อให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ
ตอนนี้เกมจึงพลิกจากข้อถกเถียงเชิงหลักการ มาเป็นประเด็นความผิดปลาซิว ปลาสร้อย
เจ้าหน้าที่ตัวเล็กๆ กำลังกลายเป็นผู้รับแรงสะเทือนแทนผู้หลักผู้ใหญ่ใน กกต.หรือไม่ ?
สรุปว่า จนถึงตอนนี้ กกต. ยังยืนกรานว่า การเลือกตั้งเป็นไปตามหลัก “ออกเสียงโดยตรง และลับ”
มาตรการครบถ้วน กฎหมายรองรับ กระบวนการไม่เสียหาย … ถ้ามีใครสืบได้ ก็ผิดเฉพาะตัว…ระบบไม่เกี่ยว พวกตัวเอง ไม่เกี่ยว
คำถามจึงย้อนกลับมาว่า นี่คือการปกป้องตัวเอง? “แสวงแอนด์เดอะพวก” แถลง วนไปได้ อ้างหลักสากลได้ ยก Free & Fair ได้…แต่สุดท้าย ประชาชน จะเชื่อหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องนะจ๊ะแหวง
++ “แก้วตา” ทายาทราชครู บู๊แหลก ชน “เจี๊ยบ-ไอซ์” โซเชียลฯ ร้อนฉ่า
กรณี "แก้วตา" ธิษะณา ชุณหะวัณ “ทายาทราชครู” อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน ออกมาแฉพฤติกรรมเบื้องหลังของพรรคประชาชน ผ่านโซเชียลฯ อย่างต่อเนื่อง
โดยช่วงหลังเลือกตั้ง “ธิษะณา” โพสต์ Story Instragram ซัด “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคฯ ที่ไม่สามารถนำทีมชนะเลือกตั้งได้ โดยเรียกร้องว่า...“ลาออกเถอะ ไร้ภาวะผู้นำ”
" คุณเท้ง คุณไม่ได้เป็นคนเก่งอะไร ผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ในการลาออกจากตำแหน่ง ตั้งแต่ตอนที่ยกมือให้ภูมิใจไทย แล้วล้มเหลว นี่ก๊อกหนึ่ง ก๊อกสองยังมีและการคัดเลือกผู้สมัครฟอกเงินยาเสพติด 2 หมื่นล้าน ก๊อกสาม ยังมีการปล่อยผ่านเรื่องเว็บพนัน จนเรื่องแดง ที่หลังคุณควรลาออก ตั้งแต่สามเรื่องนี้เกิดขึ้นแล้วค่ะ... แต่คุณยึดติดกับตำแหน่ง กระหายอำนาจ ทั้งๆ ที่ไม่มีศักยภาพ จนมันเป็นแบบนี้ค่ะ...”
แม้ “เท้ง” จะไม่ได้ออกมาตอบโต้ “แก้วตา” โดยตรง แต่ก็มีบรรดาด้อมส้มจัดทัวร์มาลง ซึ่ง“แก้วตา” ก็รู้ว่าบรรดาลูกทัวร์เหล่านั้น มาจากไหน เพราะรู้ขี้ รู้ไส้ กันอยู่
ว่าแล้ว “แก้วตา”ก็แฉซ้ำไปว่า ผู้ที่มาคอมเมนต์ไปในทิศทางเดียวกัน เป็นพันเป็นหมื่นเพื่อถล่มเธอนั้น มาจาก “สเปกเตอร์ ซี” ที่อยู่ชั้น 4 ตึกอนาคตใหม่ มีหน้าที่ทำ “ไอโอ” ให้กับพรรคส้มนั่นเอง
เจอดอกนี้เข้าไป บรรดาแกนนำพรรคส้ม ถึงกับนั่งไม่ติด เพราะมีโอกาสที่ฝ่ายตรงข้าม หรือนักร้องเรียน จะจับไปต่อยอด ขยายผลให้มีการตรวจ สอบถึงความสัมพันธ์ของ บริษัท สเปกเตอร์ ซี กับ พรรคประชาชน เป็นไปในลักษณะ บริษัทผลิตสื่อของพรรค มีแกนนำพรรคถือหุ้นหรือไม่ มีการใช้เป็นช่องทาง ซิกแซก หลบเลี่ยง แอบแฝง เกี่ยวกับเรื่องบฯ หาเสียงที่ต้องแจ้งกับ กกต.หรือไม่
เกิดไปเข้าช่องที่กฎหมายเลือกตั้ง กฎหมายพรรคการเมือง ห้ามไว้ อาจถึง “ยุบพรรค”ได้
“ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชนได้ชี้แจงกับสื่อ ว่า “สเปกเตอร์ ซี” เป็นบริษัทที่พรรคเคยว่าจ้างให้ผลิตสื่อ ในเพจพรรค เช่น กราฟิก หรือวิดีโอ แต่ไม่มีการจ้างให้ทำ “ไอโอ”
จากนั้น ก็พาสื่อไปดูที่ชั้น 4 ตึกอนาคตใหม่ แต่ปรากฏว่า ไม่มีคนทำงาน มีแค่โต๊ทำงาน และเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ถูกผ้าใบปิดคลุมไว้ โดยอ้างว่า แอร์เสีย ต้องซ่อมแอร์ เลยไม่มีคนทำงานที่ชั้นนี้
แต่ที่เป็นประเด็นร้อนในโซเชียล เมื่อ “เจี๊ยบ” อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต สส.พรรคส้ม ออกมาโพสต์ว่า... "ไม่ว่าองค์กรใด ก็ไม่ควรเป็นแพะรับบาป ให้กับคนที่พังตัวเอง ด้วยสารเสพติด"
“ธิษะณา” ได้แคปข้อความดังกล่าวมา พร้อมกับโพสต์สวนไปว่า "เตรียมตัวรับหมายศาลค่ะ ฟ้องถึงที่สุด อีแก่ไร้จิตสำนึก"
นอกจากนี้ ยังได้คอมเมนต์ ต่ออีกว่า "ลบโพสต์ทำไม อีแก่ไร้จิตสำนึก Amarat Chokepamitkul เคยรักมาก ก็เกลียดมากได้นะคะ"
ล่าสุด “อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล” ได้เคลื่อนไหวผ่านโซเชียลฯ อีกครั้ง โดยโพสต์ข้อความพาดพิงถึง “ธิษะณา” ระบุ ว่า “ระหว่างรอรับหมายศาล "อีแก่ไร้จิตสำนึก" ขอแชร์ข่าวเก็บไว้”
ยังมีผู้ที่เข้ามาร่วมแจม คือ "ใบตองแห้ง" อธึกกิต แสวงสุข คอลัมนิสต์เว็บไซต์ประชาไท โพสต์ข้อความระบุว่า... "แก้วตา เป็นคนที่จุดยืนเข้มข้น ไม่เห็นด้วยกับพรรค ทั้งตอนโหวตอนุทิน โหวตพระคลังข้างที่ ไปให้กำลังใจ คดี 112 บ่อยครั้ง แต่ปัญหาบางด้าน ซึ่งไม่ใช่เรื่องจุดยืน อย่างที่เท้งบอกว่า พูดไม่ได้ พูดแล้วแก้วตา จะเสียหาย ทำให้ไม่ได้ไปต่อ แล้วแก้วตา ก็ทำให้ทุกคนเห็น ว่าทำไมไม่ได้ไปต่อ
เสียดายจุดยืน ถ้าเธอนิ่ง มั่นคง ไม่เห็นด้วยกับพรรค ก็ออกมาทำงานด้านสิทธิมนุษยชน พิสูจน์ตัวเอง เป็นบุคคลที่มีคุณค่า ต่อขบวนประชาธิปไตย โดยไม่จำเป็นต้องเป็น สส. แต่นี่ แก้วตา ปิดหนทางของตัวเองไปแล้ว"
อีกคนที่มาร่วมวง คือ "ไอซ์" รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คอมเมนต์ว่า "เหยียดคนที่ตำแหน่งต่ำกว่า เห็นคนไม่เท่ากันเนี่ยนะพรี่ ไม่มีปัญหาเรื่องจุดยืน" ทำให้ “แก้วตา” ตอบกลับด้วยถ้อยคำที่ดุเดือดว่า...
"แพ้เลือกตั้งเพราะมึงเป็นแกนนำนั่นแหละค่ะ ไม่มีความน่าเชื่อถืออะไรเลย มึงเห็นแกนนำแคมเปญหาเสียงทั่วโลกเค้าเอาเด็กทะเลาะกับแม่ค้าในตลาดทุกวัน นำหาเสียงเหรอ แพ้แล้วยังไม่เจียม"
เมื่อ “ไอซ์ รักชนก” ตอดกลับว่า " นี่คุณใช่คนเดียวกันไหมเนี่ย กับที่เคยมาเกาะแขนดิฉัน พยายามจะตื๊อ ให้ดิฉันคุยด้วย แล้วบอกด้วยเสียงอ่อนหวานว่า ขอบคุณมากนะที่ ไอซ์ ทำงานหนักเพื่อพรรคของเรา งานของ ไอซ์ มีคุณค่ากับประชาชนกับพรรค มากๆ เลย
“ธิษะณา” สวนกลับทันควัน ว่า "ตอนไหนนะ อวยตัวเองประสาท" และว่า "แล้วงานของมึง คืออะไรนะ ประกันสังคม ? ข้อมูลก็มาจากบอร์ดประกันสังคมกับเนม สมองมึงมีแต่ขี้เลื่อย เอาข้อมูลคนอื่นมาพูด ไม่มีปัญญาทำเองหรอก"
ดุเดือดเบอร์นี้ ในโซเชียลฯต่างเข้ามาล้อมวง แสดงความเห็น ในทำนอง มวยถูกคู่คนดูถูกใจ...สองรุมหนึ่ง “แก้วตา” ทายาทราชครู บู๊ไว้ลาย ...เอาอีก เอาอีก อย่าหยุด!!


