เมืองไทย 360 องศา
ในที่สุดทุกอย่างก็เริ่มกลับมาที่เดิม หลังจากรับทราบผลคะแนนและจำนวน ส.ส.กันแบบคร่าวๆ มาแล้ว โดยเฉพาะสูตรจัดตั้งรัฐบาลที่ประกอบด้วย สามสีหลัก คือ “น้ำเงิน-แดง-เขียว” ภูมิใจไทย เพื่อไทย และกล้าธรรม รวมเสียงแล้ว 193+74+58 = 325 เสียง เกินครึ่ง 250 เสียงมาไกลพอสมควร เรียกว่าสูตรนี้ทำให้รัฐบาลเกิดเสถียรภาพแน่นปึ้ก นั่นคือว่ากันตามตัวเลขคณิตศาสตร์
แต่ในความเป็นจริงแล้วการเป็นรัฐบาลผสม ทุกอย่างย่อมมีเรื่องของการ “ต่อรองผลประโยชน์” ซึ่งความเป็นไปได้ก็ขึ้นอยู่กับตัวเลขของแต่ละพรรคที่มีอยู่ในมือ โดยตอนนี้สำหรับพรรคแกนนำก็คือ พรรคภูมิใจไทย ถือว่ามี “อำนาจต่อรองสูง” เหนือพรรคการเมืองอื่น และไม่จำเป็นต้องรีบร้อนในการจับขั้วมาตั้งแต่ทราบผลการเลือกตั้ง แต่ขณะเดียวกันเมื่อได้จังหวะทางการเมือง ก็มีการดึง “บางพรรค” คือพรรคเพื่อไทยเข้ามาร่วม เหมือนกับเป็นการ “ล็อกคอ” เอาไว้เพื่อความชัวร์และรักษา “จุดสูงข่ม” ของตัวเองเอาไว้ต่อไป
ทำให้เป็นการตอบคำถามว่า ทำไมถึงไม่จับขั้วตั้งรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ตั้งแต่แรก เพราะเมื่อรวมเสียงกันสองพรรคดังกล่าวบวกกับพรรคเล็กๆ ก็ได้เสียงเกิน 250 เสียง เกินเสียงข้างมากไปพอสมควรเหมือนกัน เพียงแต่ว่าหากเป็นสูตรนี้ จะทำให้พรรคกล้าธรรมมีอำนาจต่อรองสูง อาจทำให้ส่งผลต่อเสถียรภาพในรัฐบาลภายหน้า อีกทั้งหากบอกว่ามีเรื่อง “สีเทา” เป็นการบั่นทอนภาพลักษณ์ตั้งแต่เริ่มต้น มันก็ยิ่งสั่นคลอนเพิ่มขึ้นอีก
ดังนั้น ภาพจึงออกมาแบบ “ล็อกเพื่อไทย”เอาไว้ก่อน เพราะสองพรรคดังกล่าว รวมกันแล้วก็เป็นเสียงข้างมากได้อยู่แล้ว ขณะเดียวกันเมื่อพิจารณาจากอาคารในเวลานี้พรรคเพื่อไทย “ไม่มีอำนาจต่อรอง” เป้าหมายเพียงเพื่อต้องการเป็นรัฐบาลเท่านั้น เพราะหากไม่ได้เป็นรัฐบาลก็จะเกิดภาวะ “เลือดไหล” อีก และเสี่ยงจะ “หมดสภาพ” ในอนาคต
แม้ว่าการดึงพรรคเพื่อไทย เข้ามาอาจมีคำถามเรื่อง “อังเคิล” แต่ทางแก้ก็อาจออกมาในเรื่องที่ไม่ต้องดูแลด้านความมั่นคง รวมไปถึงเรื่องภาพลักษณ์ “สีเทา” มันก็ไม่ได้แตกต่างกัน หากรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะมีพรรคกล้าธรรมของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งในทางตรงข้ามการดึงเพื่อไทยเข้ามาแล้ว ทำให้อำนาจต่อรองของกล้าธรรมลดลง ขณะเดียวกันในทางตรงข้าม ทำให้ พรรคภูมิใจไทย สามารถบริหารจัดการในเรื่องกระทรวงได้ดีกว่าเดิมด้วยซ้ำไป
แน่นอนว่า ในเวลานี้มีบรรดา“นักเสี้ยม” หลายคนพยายามสร้างกระแสในเรื่อง “อังเคิล” และ “สีเทา” หากมี เพื่อไทย และกล้าธรรม เข้ามาร่วมรัฐบาล แต่คำถามก็คือ มันก็มีเทาทั้งนั้นแหละ ไม่เว้นแม้แต่ในพรรคภูมิใจไทย เพียงแต่ว่าเราจะยอมหรี่ตาได้มากแค่ไหน
อย่างไรก็ดีนาทีนี้ยังถือว่าการจัดตั้งรัฐบาลยังไม่แน่นอน โดยเฉพาะการเทียบเชิญพรรคกล้าธรรม ก็ยังไม่ชัด เพราะยังมีโอกาสที่จึงมีการ “ผสมสีเพิ่มเติม” นั่นคือ มีโอกาสดึงพรรคประชาธิปัตย์ เข้ามาเป็นตัวเลือก เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับพรรคแกนนำอย่างภูมิใจไทย เป็นตัวเลือกสลับแทนพรรคกล้าธรรม ที่มีเงื่อนไขมาก่อนหน้านี้
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ว่าที่ สส.อุบลราชธานี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล ว่า ขณะนี้เรามีพรรคการเมืองที่มาร่วมสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ได้แก่ พรรคเศรษฐกิจ, พรรคประชาธิปไตยใหม่, พรรคใหม่, พรรครวมใจไทย, พรรคไทยทรัพย์ทวี และพรรครวมพลังประชาชน ซึ่งในวันนี้ได้รับการติดต่อเพิ่มเติมอีกหนึ่งพรรคคือ พรรคมิติใหม่ ซึ่งพรรคที่กล่าวมาทั้งหมด ได้แสดงเจตจำนงว่า จะสนับสนุน นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี รวมทั้งหมด 7 พรรค 9 ว่าที่ สส.
นางสาวแนน กล่าวต่อว่า เมื่อวานนี้ นายอนุทิน ได้แถลงแล้วว่า จะมีการพูดคุยกับพรรคการเมืองตามลำดับ ซึ่งมีการพูดคุยเยอะแล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นการติดต่อเข้ามา
เมื่อถามถึงกรณีที่หลายคน ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับพรรคกล้าธรรม จะมาร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่นั้น นางสาวแนน กล่าวว่า อย่างที่เคยบอกไปว่า เป็นการพูดคุยตามลำดับ โดยมอบหมายให้นายอนุทิน และนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค เป็นผู้ประสานงาน พูดคุยกับพรรคที่จะสนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนที่มีการคาดการณ์กันเรื่องของการตั้งรัฐบาล ตอนนี้ขอให้เป็นเรื่องในการสนับสนุนนายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรีก่อน
เมื่อถามย้ำว่า การดึงพรรคเพื่อไทยมา จะไม่มีพรรคกล้าธรรม ในการร่วมรัฐบาลครั้งนี้นั้น นางสาวแนน กล่าวว่า เป็นการคาดเดาของท่านอื่นๆ แต่เรื่องภายในหัวหน้าพรรคได้พูดชัดเจนแล้วว่า มีการทาบทามตามลำดับขั้น ซึ่งเราเป็นพรรคการเมืองที่มี ว่าที่ สส.อันดับหนึ่ง ซึ่งก็จะเหมือนกับพรรคอื่นที่มีเจตจำนงสนับสนุนนายอนุทิน เป็นนายกฯ ก็จะมีการแถลงข่าวร่วมกัน
ส่วนที่หลายคนมองว่า จะเป็นการสนับสนุนนายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ไม่ได้ร่วมรัฐบาลนั้น นางสาวแนน ระบุว่า คำถามนี้ต้องถามพรรคการเมืองต่างๆ แต่ที่ได้พูดคุยกันในเบื้องต้น ก็มาในลักษณะการสนับสนุนนายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี
สำหรับความชัดเจนว่า หากมีพรรคกล้าธรรม จะไม่มีพรรคประชาธิปัตย์ แต่หากดึงพรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องไม่มีพรรคกล้าธรรมนั้น นางสาวแนน กล่าวว่า ในทางการเมืองไม่มีการการันตีอะไรได้ทั้งนั้น เพราะขณะนี้พรรคการเมือง ยังเป็นแค่ว่าที่สส. กันทั้งหมด ซึ่งต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.รับรองก่อน จากนั้นสภาก็ต้องมีการเรียกประชุม เพื่อเลือกประธานสภา ภายใน 15 วัน ส่วนการฟอร์มทีมในการตั้งรัฐบาล หัวหน้าพรรคยืนยันว่า เราต้องพูดคุยกันทุกพรรค
เมื่อพิจารณาจากคำพูดและความเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทย และนายอนุทิน ชาญวีรกูล ทำให้เห็นว่านี่คือ “เกมยื้อ” เพื่อรักษาสถาะ “จุดสูงข่ม” หรือรักษาอำนาจต่อรองที่เหนือกว่า เอาไว้ต่อไป การที่ดึงพรรคเพื่อไทยเข้ามาก็เพื่อรักษาความสถานะเอาไว้ได้ให้มั่นคง ขณะเดียวกันสำหรับพรรคกล้าธรรมของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แม้ว่าล่าสุดยังเชื่อว่าในที่สุดก็ต้องเข้าร่วมรัฐบาล เมื่อพิจารณาถึงความเป็นไปได้เมื่อเทียบกับพรรคประชาธิปัตย์ เพียงแต่ว่าอำนาจต่อรองจะลดลงแบบฮวบฮาบ เพราะถ้า พรรคกล้าธรรม ไปเป็นฝ่ายค้านถือว่าเป็นหายนะแน่นอน !!


