กกต.ลุยไฟไม่สั่งนับคะแนนใหม่เขต 1 ชลบุรี หลังผลสอบไร้หลักฐานบ่งชี้ผิดพลาดนับคะแนน มีแต่คำกล่าวอ้าง สั่งนับคะแนนใหม่มทร.ธัญบุรี พร้อมออกเสียงใหม่ 3 หน่วย ใน 3 จว. 22 ก.พ. ปธ.สุดอัดอั้นถูกขู่ให้ติดคุก สวนช้าตรงไหนมี 60 วันรับรองสส. ใช้เวลาแค่ 2 วันสอบเหตุชลฯครบทุกมิติ ยันยึดหลัก กม.ไม่ทำตามอำเภอใจ
เมื่อวันที่ (12 ก.พ.) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เวลา 17.00 น นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกกต. พร้อมด้วย นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. และนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการกกต. และ ว่าที่ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ร่วมกันแถลงข่าวถึงความคืบหน้าการเลือกตั้งส.สเป็นการทั่วไปปี 2569 และการออกเสียงประชามติ ภายหลังมีการประชุมมาตั้งแต่ช่วงเวลา 10:00 น.
นายณรงค์ กล่าวว่า ตนและคณะทำงาน จะแถลงเรื่องความจริงเราจะแถลงความจริงทุกประเด็นไม่มีปิดบัง และยินดีให้ซักถามทุกประเด็น โดยกกตทำหน้าที่เป็นหน่วยงานในการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ทำตามรัฐธรรมนูญ ทำตามกฎหมายทำตามระเบียบทุกอย่าง
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า ที่ประชุมกกต.ได้มีการสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ ที่แรกคือ เขตคันนายาวเขตเลือกตั้งที่ 15 หน่วยเลือกตั้งที่ 9 แขวงคันนายาว เนื่องจากมีเหตุพายุฝนฟ้าตกทำให้บัตรเลือกตั้ง และแบบขีดคะแนนเกิดการชำรุดเสียหาย ซึ่งกกต.ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากการรายงานของผอ.กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง เรียบร้อยแล้วอาศัยอำนาจตามมาตรา 121 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสส. ซึ่งมีมติสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ทั้งสส.แบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อรวมถึงการออกเสียงประชามติในหน่วยนี้ ในวันที่ 22 ก.พ 2569
ส่วนจังหวัดที่ 2 คือจังหวัดที่น่านเขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองน่าน หน่วยเลือกตั้งที่ 3 ตำบลไชยสถาน กรณีที่ กปน.ประกาศงดการนับคะแนนหลังพบว่ากปน.ได้มีการฉีกบัตรเลือกตั้งจำนวน 69 ใบ คล่อมกับหมายเลขผู้สมัคร ทำให้ไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าเป็นบัตรดี หรือบัตรเสียอย่างไร จึงประกาศงดนับคะแนน และการรายงานต่อกกต. เขตและเสนอ ต่อกกต.สั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ โดยอาศัยมาตรา 121 แห่งพ.ร.ป. สส. ให้จัดการออกเสียงลงคะแนนใหม่ในการเลือกตั้งสส.แบบแบ่งเขต ในเขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองน่าน หน่วยเลือกตั้งที่ 3 ตำบลไชยสถานใหม่ ในวันที่ 22 ก.พ 2569 พร้อมเปลี่ยนแปลงกปน.ชุดใหม่
ส่วนที่ 3 จังหวัดอุดรธานี กรณีกปน.ได้มีการฉีกบัตรเลือกตั้ง แบบบัญชีรายชื่อ ค่อมหมายเลขของพรรคการเมือง ซึ่งกรณีนี้ กปน.ตรวจสอบพบระหว่างการนับคะแนนจึงประกาศงดการนับคะแนน และรายงานกกต.เขตเพื่อเสนอกกต.เพื่อสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ดังนั้นกกต.จึงสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่ในการเลือกสส.แบบบัญชีรายชื่อ ในเขตเลือกตั้งที่ 6 อำเภอไชยวาน หน่วยเลือกตั้งที่ 4 ในวันที่ 22 ก.พ 2569 พร้อมเปลี่ยนแปลง กปน.ชุดใหม่
กรณีที่ 4 จังหวัดมหาสารคามในเขตเลือกตั้งที่ 1 กรณีมีการทักท้วงเรื่องป้ายรวมคะแนนซึ่งติดตั้งณบริเวณศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งของเขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองมหาสารคาม เนื่องจากผลคะแนนของผู้สมัครบางคนมีความคลาดเคลื่อนซึ่งกกต.เขตได้ตรวจสอบรายงานผลการนับคะแนนของทุกหน่วยเลือกตั้งแล้ว พบว่ามีผลคะแนนของหน่วยเลือกตั้งที่ 1 ตำบลท่าสองคอน ไม่ได้นำมารวมเป็นคะแนนแก่ผู้สมัคร เมื่อตรวจสอบความครบถ้วนถูกต้องแล้วได้มีการดำเนินการแก้ไขป้ายรวมคะแนนหน้าศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งให้รับทราบ ซึ่งกรณีนี้กกต.พิจารณาแล้วเห็นว่า เรื่องนี้ไม่เป็นเหตุให้ต้องสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมหรือการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้องซึ่งเป็นไปตามมาตรา 124 ของพ.ร.ป.สส.
กรณีที่ 5 จังหวัดปทุมธานี เขตเลือกตั้งที่ 7 ซึ่งมีการนับคะแนนใหม่เกิดขึ้น แต่กระบวนการในการนับคะแนน โดยรอบแรกน้องๆ นักศึกษาได้ทักท้วงคัดค้านว่าการนับคะแนนไม่สามารถสังเกตการนับคะแนนได้ชัดเจน เนื่องจากนับในบริเวณอาคาร เมื่อกกต.จังหวัด และกกต.เขตรับทราบก็มีการสั่งให้นับคะแนนใหม่โดยแต่งตั้งกรรมการซึ่งประกอบไปด้วยน้องๆนักศึกษาดำเนินการนับคะแนน ซึ่งต้องขอย้ำว่าทั้ง 2 รอบนี้ไม่ทำให้ผลการนับคะแนนเปลี่ยนแปลงไป เพียงแต่การสั่งให้นับคะแนนใหม่นั้นเป็นอำนาจของกกต.ใหญ่ ดังนั้นกกต.จึงอาศัยมาตรา 124 แห่งพ.ร.ป.สส. สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ นอกเขต นอกราช ของเขตเลือกตั้งที่ 7 บริเวณมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีธัญบุรี เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย
"กระบวนการสั่งนับคะแนนใหม่การพิจารณาการนับคะแนนใหม่เป็นไปได้ 2 กรณีคือ 1 เป็นไปตามมาตรา 122 ของพรบ. สส.คือ กรณีบัตรเลือกตั้งกับผู้มาใช้สิทธิ์ไม่ตรงกันซึ่งกกต.สามารถพิจารณาสั่งให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่หรือการนับคะแนนใหม่ได้ แต่ในมาตรานี้กำหนดว่ากรณีที่การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมไม่มีผลทำให้เปลี่ยนผลการเลือกตั้งกกต.อาจสั่งยุติเรื่องได้ กรณีที่ 2 ตามมาตรา 124 การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรมการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้องซึ่งกรณีนี้กกต.ถึงจะสามารถสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ได้"ว่าที่ร.ต.ภาสกร กล่าว
ว่าที่ร.ต.ภาสกร กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีจังหวัดชลบุรีเขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองชลบุรี หลังเสร็จสิ้นการนับคะแนนแล้วมีมวลชนบางส่วนได้เข้ามาสังเกตการณ์บริเวณสถานที่ยุบรวมหีบบัตร ซึ่งเป็นสถานที่บริเวณโรงยิมของเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี ย้ำว่าขนาดนั้นเป็นขั้นตอนการยุบรวมหีบบัตร หลังแต่ละหน่วยนับคะแนนเสร็จสิ้นแล้วและส่งผลการนับคะแนนพร้อมหีบบัตรเลือกตั้งมาส่งยังสถานที่ที่กกต.เขตกำหนดเมื่อตรวจรับทุกอย่างครบถ้วนแล้วกระบวนการต่อไปก็เป็น กระบวนการที่กกตเขตจะต้องยุบรวมหีบบัตร จะมีการตัดสายรัดนำเอกสาร ถุงบรรจุบัตรที่ผ่านการนับคะแนนแล้วมารวมกัน ให้ได้มากที่สุดในแต่ละหีบเพื่อให้เหลือจำนวนหีบที่น้อยที่สุด รวมถึงคัดแยกเอกสารต่างๆ เพื่อรวบรวมทุกอย่างนำไปส่งผอ.กกต.จังหวัด
แต่เกิดเหตุไม่เข้าใจกันขึ้นน้องๆไปรวมตัวกันที่สถานที่ยุบรวมหีบบัตรแล้วเสนอขอให้มีการสั่งนับคะแนนใหม่ แต่อย่างที่บอกว่าการสั่งนักคะแนนใหม่เป็นไปได้ 2 กรณีเท่านั้น ดังนั้นกรณีนี้เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายกกต.จึงมอบให้ รองเลขากกต.ดำเนินการสืบสวนสอบสวนว่ามีกระบวนการอย่างไร ทั้งกระบวนการทักท้วง ซึ่งรองเลขาธิการได้รายงานผลการตรวจสอบแล้ว กกต.เห็นว่าไม่มีเหตุยังไม่ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรีเขตเลือกตั้งที่ 1 มิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้องจึงไม่มีเหตุที่จะสั่งให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ ตามมาตรา 124 แห่งพรปสส. ประกอบกับข้อ 223 ของระเบียบกกตว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส เห็นควรยุติเรื่อง
ประธานกกต. กล่าวเสริมว่าเมื่อมีเรื่องเกิดขึ้นทางกกต.ก็นัดประชุมทันทีไม่ได้นิ่งนอนใจแต่บางเรื่องเราต้องมีข้อมูลเพียงพอ ในการวินิจฉัยจึงแต่งตั้ง ให้ไปสอบข้อเท็จจริงใช้เวลา 2 วัน ซึ่งจากสำนวนการสอบข้อเท็จจริงมาทั้งสองฝ่ายคือฝ่ายผู้ร้อง กับ ฝ่ายที่ปฏิบัติ ฝ่ายที่เห็นเหตุการณ์ เพื่อชั่งน้ำหนักซึ่งเหมือนกับทานเขียนคำพิพากษาดูความเชื่อมโยงของพยาน ประเด็นที่แถลงตามคำร้องมี 3 ประเด็นที่แถลงไปแล้ว แต่กกต.ก็ได้มอบหมาย ให้ไปหาข้อเท็จจริงอีกว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ในการนับคะแนนนั้น เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่
“กกต.ทุกคนวันนี้ใช้เวลาเกือบ 5 ชั่วโมง ในการดูประเด็นต่างๆ เรายืนยันได้ว่า กกตไม่เอาเกียรติยศชื่อเสียงของเราไปเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้และเราไม่จำเป็นต้องทำเพราะฉะนั้นยืนยันได้ว่านอกจากตรวจสอบตามคำร้องแล้ว รอตรวจสอบเรื่องความชอบในการนับคะแนนด้วย ในการรวมผลคะแนนด้วย ขอยืนยันเฉพาะตรงนี้ ส่วนเรื่องอื่นก็ว่ากันไปต่อ ยืนยันว่าเราตรวจสอบทุกมิติดูแลอย่างละเอียดเพราะเป็นเรื่องสำคัญ” ประธานกกต.กล่าว ส่วนที่มีผู้แจ้งความกลับว่ากกต.แจ้งความเท็จที่ ชลบุรีนั้น ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย จึงคิดว่าดำเนินการไปตามขั้นตอน
เมื่อถามถึงกรณีมีการพูดถึงบัตรลงคะแนนมีการสแกนบาร์โค้ดทำให้เห็นข้อมูลผู้เลือกตั้ง ว่าที่ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า น่าจะ เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ซึ่งการที่บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดนั้น คือมาตรการรักษาความปลอดภัยที่อยากให้ทุกคนเข้าใจว่า บัตรนั้นเป็นบัตรล็อตไหน ของหน่วยไหนเพื่อเป็นมาตรการควบคุมของกกต. ซึ่งบาร์โค้ดเป็นมาตรการ รักษาความปลอดภัยชั้นดี เพื่อให้รู้ที่มาที่ไปไม่ใช่ว่าเป็นของพรรคการเมืองไหนอันนี้ขอยืนยัน
เมื่อถามว่าการแจ้งความกับเด็กกังวลว่าจะเกิดกระแสลุกฮือหรือไม่ ว่าที่ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า เนื่องจากว่ากรณีแจ้งความนั้นเป็นกรณีของผู้เสียหายเมื่อกกตประจำเขตเลือกตั้งซึ่งถือเป็นผู้เสียหาย เมื่อมีการบุกรุกเข้าไปในสถานที่หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเขาเขาก็ต้องตรวจสอบแจ้งความรวมถึงกรณีมีการนำเอกสารของเขาซึ่งเป็นเอกสารราชการซึ่งผู้เสียหายที่เป็นผู้รับผิดชอบ เขาจึงมีความจำเป็นที่ต้องแจ้งความ เพื่อเป็นการคุ้มครองตัวเองด้วยเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าเอกสารที่อยู่ในความรับผิดชอบของเขาไปอยู่ตรงไหนอย่างไร
เมื่อถามว่าเมื่อเช้านี้มีประชาชนมาปาปลาร้าที่หน้าสำนักงานกกต.เราจะมีการดูแลเรื่องความปลอดภัยอย่างไร นายณรงค์ กล่าวว่า เรามีหน้าที่จัดการเลือกตั้งและคิดว่าได้ทำเต็มที่เรื่องความปลอดภัยก็ตามที่สื่อเห็น มีการดูหมิ่นดูแคลนอาฆาตมาดร้ายกกต. บอกว่าต้องเปลี่ยนที่นอนก็ไม่เป็นไร เราจะยืนหยัดทำหน้าที่ตามกฎหมาย เราก็กลัวกันหมด แต่เราก็ต้องยืนหยัดทำหน้าที่
เมื่อถามว่าการแก้ไขปัญหาของกกต.มีความล่าช้า นายณรงค์ กล่าวว่า ความล่าช้าคืออะไร ไม่ใช่เอาตามอำเภอใจ อย่างของชลบุรีบอกว่าต้องนับใหม่ทันที ถ้ากฎหมายบอกว่าให้ทำได้เราก็ทำแล้ว ตามกฎหมายมีกระบวนการขั้นตอนอยู่ท่านไม่ต้องเชื่อเราก็ได้ แต่ในชลบุรีเราดำเนินการสืบสวนสอบสวน 2 วัน และตามกฎหมายการรับรองสส.กำหนด ไว้60 วัน เราไม่ได้ล่าช้าเราทำงานทุกวันตลอดเวลา
ด้านนายณรงค์ กล่าวอีกว่า หลังการเลือกตั้งกกตติดตามสถานการณ์มาโดยตลอด และพยายามตรวจสอบทุกเรื่องที่มีการร้อง แม้บางเรื่องจะไม่เข้าข้อกฎหมาย อย่างกรณีของชลบุรี 3 ข้อที่ร้องก็ไม่เข้าเงื่อนไขของกฎหมายเลย แต่เราก็พยายามดู ให้ไปดูเรื่องการนับคะแนนว่าสุจริตหรือไม่ก็ต้องทำให้การเลือกตั้งเกิดความเชื่อมั่นและน่าเชื่อถือ ยืนยันพร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลข่าวสารทุกอย่าง ไม่เคยปิดบัง และพร้อมทำความเข้าใจในทุกเรื่อง
เมื่อถามอีกว่ากกต.ได้มีการประเมินการจัดการเลือกตั้งในครั้งนี้อย่างไร นายณรงค์ กล่าวว่า ผมคงประเมินเองไม่ได้ เป็นเรื่องที่ท่านต้องประเมิน แต่อยากให้ดูว่าวันที่ 8 ก.พ. มีเหตุการณ์ที่ไม่สงบเรียบร้อยหรือไม่ ทั้งเรื่องการนับคะแนนและเรื่องการอำนวยความสะดวกก็ดี ในวันเลือกตั้งมันเกิดปัญหาอะไรหรือไม่ แต่หลังจากนั้นมันเกิดอะไรขึ้นท่านคิดเอาเอง


