ศุลกากรช่องจอม ย้ำชัด อีสานใต้ต้องไม่มีมันสำปะหลังเขมรสวมสิทธิลาว ถกเข้มพาณิชย์-เกษตร-ผู้ได้รับผลกระทบ ผุด “รถตรวจการณ์ศุลกากร” ยืนยัน “เจอ จับ จริง ไม่มีเจรจา”
นายประสิทธิ์ ดีจงเจริญ นายด่านศุลกากรช่องจอม เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวเรื่องการลักลอบขนมันสำปะหลังข้ามชาติจากกัมพูชาอ้อมลาวเข้าไทยเป็นจำนวนมาก ทำให้ราคาตกและเกษตรกรไทยได้รับความเดือดร้อนนั้น นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร น.ส.สุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดี น.ส.ลลิตา อรรถพิมล ผอ.ศุลกากรภาค 2 ได้กำชับเป็นนโยบายหลักให้ด่านศุลกากรช่องจอม และด่านศุลกากรช่องสะงำ ที่รับผิดชอบ 4 จังหวัดในเขตอีสานใต้ คือ ศรีสะเกษ, สุรินทร์, บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ซึ่งมีพรมแดนติดกัมพูชา เร่งกวดขันสินค้าดังกล่าวอย่างจริงจัง
นายประสิทธิ์ กล่าวว่า จากประเด็นที่เอ่ยถึงนั้นตนได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือเพื่อบูรณาการร่วมกันระหว่าง พาณิชย์จังหวัด, ด่านตรวจพืช, ประชาสัมพันธ์จังหวัด และผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อแลกเปลี่ยนฐานข้อมูลต่างๆ ตลอดจนเร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง อีกทั้งกำหนดมาตรการในการกำกับดูแลและควบคุมสินค้าเกษตรประเภทต่างๆ ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกรไทยโดยจะต้องไม่สร้างภาระและผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่สุจริตอีกด้วย
นายประสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการหารือในวันนี้ทำให้ทราบข้อเท็จจริงว่ามันสำปะหลังสามารถนำเข้าได้โดยเสรีไม่มีการกำหนดโควตาจากกระทรวงพาณิชย์และที่เข้ามาในไทยนั้นมาจากลาวไม่ใช่กัมพูชาตามความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนแต่อย่างใด เนื่องจากลาวเก็บภาษีขาเข้ามันสำปะหลังจากกัมพูชาในอัตรา 40% ไม่มียกเว้นภาษีกรณีที่เป็นสินค้าผ่านแดนซึ่งเมื่อรวมค่าขนส่งแล้วทำให้ไม่น่าที่จะคุ้มทุนถ้าจะมาเส้นทางนี้ นอกจากนั้น ก่อนออกจากลาวเองก็ต้องมีการรับรองถิ่นกำเนิดจากหน่วยงานของลาวและเมื่อเข้าไทยก็จะมีด่านตรวจพืชของไทยตรวจซ้ำอีกรอบเช่นกัน โดยทั้งหมดที่กล่าวมาต้องมีเอกสารหลักฐานประกอบการปฏิบัติพิธีการทางศุลกากรซึ่งสามารถพิสูจน์และตรวจสอบได้
“เรื่องมันสำปะหลังเขมรสวมสิทธิ์ลาวเข้ามาไทย ขอยืนยันว่า ไม่มี อีกทั้งทางรัฐบาลเองได้ให้ความสำคัญกับความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรในเขตอีสานใต้เป็นอันดับต้นๆ รวมถึงตนเข้าใจดีว่าคนไทยเองก็ไม่อยากให้เราข้องแวะกับบางประเทศ ซึ่งนับจากวันนี้ตนได้จัด “รถตรวจการณ์ศุลกากร” 5 คัน เพื่อกดดันขบวนการลักลอบสินค้าไม่พึงปรารถนาประเภทต่างๆ และขอย้ำว่า “เจอ จับ จริง ไม่มีเจรจา” อย่างแน่นอน” นายประสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย


