xs
xsm
sm
md
lg

สมเด็จพระสังฆราชทรงบำเพ็ญพระกุศลฯ เนื่องในมงคลสมัย 9 ปี นับแต่พระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงบำเพ็ญพระกุศล ทรงตักบาตรถวายพระกุศล แด่สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และถวายพระกุศลแด่พระบูรพาจารย์ เนื่องในมงคลสมัย 9 ปี นับแต่พระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช

วันนี้ (12 ก.พ.) เวลา 07.37 น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงบริเวณลานวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร ในการทรงบำเพ็ญพระกุศล ทรงตักบาตรถวายพระกุศล แด่สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และถวายพระกุศลแด่พระบูรพาจารย์ เนื่องในมงคลสมัย 9 ปี นับแต่พระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช


โอกาสนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย อาทิ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ว่าที่ ร.ต.ตระกูล โทธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 108 รูป

จากนั้น ในเวลา 08.09 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยและผู้เข้าร่วมพิธี เข้าเฝ้าถวายสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในมงคลสมัยดังกล่าว


สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร) มีพระนามเดิมว่า “อัมพร ประสัตถพงศ์” ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2470 ณ บ้านเลขที่ 28 หมู่ 1 ตำบลบางป่า อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี มีพระชนก ชื่อ นายนัย ประสัตถพงศ์ (แซ่ตั๊ง) และพระชนนี ชื่อ นางตาล ประสัตถพงศ์ สกุลเดิม วรกี เป็นบุตรคนที่ 2 จากพี่น้องทั้งหมด 9 คน โดยมีพระอนุชาที่ดำรงสมณเพศ 1 รูป คือ พระพรหมมงคลวัชราจารย์ (ไสว วฑฺฒโน) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14-15 (ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดศรีสุริยวงศาราม วรวิหาร จังหวัดราชบุรี

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงบรรพชาเป็นสามเณร เมื่อปี พ.ศ. 2483 ณ วัดสัตตนารถปริวัตร วรวิหาร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี โดยมีพระธรรมเสนานี (เงิน นนฺโท) เป็นพระอุปัชฌาย์ แล้วย้ายไปทรงศึกษาพระปริยัติธรรม ณ วัดตรีญาติ โดยมีพระครูศรีธรรมานุศาสน์ (โสตถิ์ สุมิตฺตเถร) เป็นพระอาจารย์คอยอบรมพระธรรมวินัย โดยพระองค์ได้ทรงศึกษาจนสำเร็จเปรียญธรรม 4 ประโยค ในปี พ.ศ. 2488 กระทั่งต่อมา ได้ทรงเข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2491 ณ พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ได้รับฉายา อมฺพโร โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ (วาสน์ วาสโน) เมื่อครั้งทรงดำรงสมณศักดิ์ที่พระเทพโมลี เป็นพระอุปัชฌาย์ และสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินฺตากโร) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระจินดากรมุนี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และได้ทรงศึกษาพระปริยัติธรรมต่อในสำนักเรียนวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร จนสำเร็จเปรียญธรรม 6 ประโยค ในปี พ.ศ. 2493 นอกจากนี้ พระองค์ยังสำเร็จการศึกษาศาสนศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2500 และทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี มหาวิทยาลัยพาราณสี (Banaras Hindu University) ประเทศอินเดีย เมื่อปี พ.ศ. 2512 และได้รับการถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ได้แก่ 1) ศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาพุทธศาสตร์ โดยสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2552 และ 2) พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาธรรมนิเทศ โดยสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2553 โดยทรงเป็นเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ลำดับที่ 6 สืบต่อจากสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินฺตากโร) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551


ในด้านสมณศักดิ์ พระองค์ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ตามลำดับชั้นนับตั้งแต่ปี 2514 จนถึงในปี 2552 ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ ชั้นสุพรรณบัฏ ที่สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ สถิต ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร จนกระทั่งเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สุขุมธรรมวิธานธำรง สกลมหาสงฆปริณายก ตรีปิฎกธราจารย อัมพราภิธานสังฆวิสุต ปาพจนุตตมสาสนโสภณ กิตตินิรมลคุรุฐานียบัณฑิต วชิราลงกรณนริศรปสันนาภิสิตประกาศ วิสารทนาถธรรมทูตาภิวุฒ ทศมินทรสมมุติปฐมสกลคณาธิเบศร ปวิธเนตโยภาสวาสนวงศวิวัฒ พุทธบริษัทคารวสถาน วิบูลสีลสมาจารวัตรวิปัสสนสุนทร ชินวรมหามุนีวงศานุศิษฏ บวรธรรมบพิตร สมเด็จพระสังฆราช” โดยทรงเป็น สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระชนมายุ 90 พรรษา เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2560 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานถวายพัดแฉกงาพิเศษประดับพลอย และในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระชนมายุ 8 รอบ วันที่ 26 มิถุนายน 2566 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานถวายพัดรัตนาภรณ์ ว.ป.ร. ชั้น 1