“เทพไท” ชี้เงื่อนไข ปชป. 3 ข้อ ปิดประตูตายร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย ย้ำ สัมพันธ์แน่น “อนุทิน–ธรรมนัส” แยกกันไม่ออก
วันนี้ (12 ก.พ.) นายเทพไท เสนพงษ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนได้เห็นกระแสข่าวจากสื่อหลายสำนัก อ้างถึงแหล่งข่าวระดับสูงในพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงท่าทีการร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคร่วมกับว่าที่ สส.ที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาใหม่ ว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ปิดช่องทางการเข้าร่วมรัฐบาล แต่ได้ตั้งเงื่อนไข 3 ข้อ คือ
1. ต้องไม่มีพรรคกล้าธรรม
2. ต้องไม่สนับสนุนกลุ่มทุนเทา
3. ต้องไม่มีนักการเมืองที่สร้างความแตกแยก
ถ้าหากพิจารณาจากเงื่อนไขของพรรคประชาธิปัตย์ในการเข้าร่วมรัฐบาล 3 ข้อนี้ เพียงข้อ 1 เพียงข้อเดียว ก็ปิดช่องทางที่พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลได้เลย ส่วนข้อ 2 กับข้อ 3 มีความเป็นไปได้ว่ารัฐบาลชุดใหม่ คงจะไม่สนับสนุนกลุ่มทุนสีเทา และไม่เอาคนที่สร้างความแตกแยกเข้าร่วมรัฐบาล ส่วนเงื่อนไขข้อ 1 ต้องไม่มีพรรคกล้าธรรมนั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย เพราะพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรม มีสัญญาใจ มีความผูกพันกันทางการเมืองอย่างที่เรียกกันว่า ไม่สามารถทอดทิ้งกันได้
ซึ่งจะขอยกตัวอย่างให้เห็นว่า ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคพรรคกล้าธรรม ความสัมพันธ์กันอย่างไร คือ
1. นายอนุทิน ต้องตอบแทนบุญคุณให้กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เพราะเป็นคนแรกที่พลิกขั้วให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี หลังจาก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้น เมื่อผู้กองธรรมนัสประกาศตัวสนับสนุนนายอนุทินแล้ว ทำให้พรรคเพื่อไทยไม่สามารถที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้ และเป็นโอกาสทำให้พรรคประชาชน ยกมือสนับสนุนให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี จุดเริ่มต้นของการเป็นนายกรัฐมนตรีของนายอนุทินเกิดขึ้นจากผู้กองธรรมนัสเป็นคนแรก จึงเป็นเรื่องที่ต้องตอบแทนบุญคุณกัน
2. มีสัญญาใจกันตั้งแต่ลงสมัครรับเลือกตั้งใหม่ๆ มีเวทีดีเบตของสื่อสำนักหนึ่ง และมีการถามนายอภิสิทธิ์ ว่า จะไม่จับมือกับใครเป็นรัฐบาลบ้าง ซึ่งนายอภิสิทธิ์ ตอบว่า จะไม่จับมือกับพรรคกล้าธรรม จนมีการแชร์กันเป็นไวรัล และผู้กองธรรมนัสได้ปรับทุกข์กับนายอนุทิน ว่า ถูกพรรคการเมืองต่างๆ เท ไม่ยอมจับมือด้วย จนนายอนุทินบอกว่า ก็มาอยู่ด้วยกัน
3. เป็นพันธมิตรทางการเมืองอย่างเหนียวแน่น ซึ่งเปรียบเสมือนพรรคพี่พรรคน้อง หรือตีคู่ทางการเมืองเหมือนกับปาท่องโก๋ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเห็นได้ว่าผู้สมัครส.ส.ที่มีพื้นที่ทับซ้อน และมีปัญหาเรื่องการลงสมัครรับเลือกตั้ง ถ้าหากไม่สามารถคัดลงเลือกตั้งในนามพรรคภูมิใจไทยได้ ก็จะถ่ายโอนไปให้พรรคกล้าธรรม
4. ทั้ง 2 พรรค คือ พรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม มีแบคอัพทางการเมืองที่เข้มแข็งเหมือนกัน และเป็นกลุ่มอำนาจเดียวกัน ที่สนับสนุน 2 พรรคนี้ จึงทำให้พรรคภูมิใจไทยไม่สามารถที่จะแยกหรือสลัดพรรคกล้าธรรมทิ้งได้
แม้ว่าจะมีกระแสข่าวออกมาว่า พรรคภูมิใจไทย ต้องการที่จะรักษาภาพลักษณ์ โดยตัดพรรคกล้าธรรม ออกจากการร่วมรัฐบาล และจะดึงพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลนั้น เป็นความฝัน เป็นความต้องการของกลุ่มอนุรักษ์นิยมสุดขั้ว ที่ได้สนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา จึงมีความฝันว่า อยากให้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมมาจับมือกันเป็นรัฐบาล คือ พรรคภูมิใจไทย กับพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย เพราะพรรคภูมิใจไทย กับพรรคกล้าธรรม มีความผูกพันกันอย่างเหนียวแน่น
ส่วนเงื่อนไขที่นายอภิสิทธิ์ ประกาศว่า ไม่เอาพรรคกล้าธรรม จะเป็นเดตล็อกทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถเข้าร่วมพรรคภูมิใจไทยได้


