“อธิบดี ปค.” ยกคณะถก “กอ.รมน.” เห็นพ้องถ่ายโอนภารกิจพื้นที่ “กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า” ไปอยู่ในกำกับกรมการปกครองในอนาคต ย้ำ! 3 จว.ชต. เป็นพื้นที่พิเศษ มีความอ่อนไหวด้านความมั่นคงของชาติสูง เชื่อ! “การถ่ายโอน” ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ครอบคลุมกำลังพล งบประมาณ ทรัพยากร ภารกิจ การบริหารจัดการพื้นที่ เผยเตรียมเสริมแกร่ง ตามนโยบาย “อส-ชรบ. พึ่งได้” จ่อให้กองทัพบกช่วยฝึก
วันนี้ (11 ก.พ.) มีรายงานจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ในฐานะหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน ร่วมหารือกับ พล.ท.ประเสริฐ หมวดเชียงคะผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.ศปป.5 กอ.รมน.)
โดยทั้งสองคณะ มีผู้บริหารสำนัก/กอง ของ กรมการปกครอง และ กอ.รมน. ร่วมหารือกับเพื่อกำหนดแนวทางการบูรณาการความร่วมมือในภารกิจด้านความมั่นคง เพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
นอกจากนั้น จะมีการเพิ่มประสิทธิภาพกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนการบริหารจัดการผู้หนีภัยจากการสู้รบในประเทศเมียนมาอย่างเป็นระบบ
มีรายงานว่า ในที่ประชุมได้หารือในประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย ด้านนโยบายการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
กรมการปกครองให้ความสำคัญกับ “มิติความมั่นคงภายใน” ควบคู่กับการเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชน โดยใช้กลไกฝ่ายปกครองทุกระดับเป็นพลังหลักในการดูแลพื้นที่
ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำการพัฒนาศักยภาพกำลังพล โดยเฉพาะหัวหน้าชุดคุ้มครองตำบล (ชรบ.ต.) และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.)ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีความพร้อมทั้งด้านความรู้ ทักษะ และขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้ง 2 ฝ่าย เตรียมความพร้อมรองรับ “การถ่ายโอนภารกิจและพื้นที่จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า มายังกรมการปกครอง”
ซึ่งพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ถือเป็นพื้นที่พิเศษที่มีความอ่อนไหวด้านความมั่นคงของชาติสูง การถ่ายโอนจึงต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน
ครอบคลุมทั้งกำลังพล งบประมาณ ทรัพยากร ภารกิจ และการบริหารจัดการพื้นที่ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเกิดความเรียบร้อย
สุดท้าย หารือในแนวทางการแก้ไขปัญหาผู้หนีภัยจากการสู้รบในประเทศเมียนมา กรมการปกครองมีนโยบายดำเนินการอย่างเป็นระบบ ภายใต้หลักสิทธิมนุษยชน
ควบคู่กับการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม และการบริหารจัดการด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง
โดยเฉพาะการกำหนดสถานะทางทะเบียน การจัดทำทะเบียนประวัติ และการบริหารจัดการข้อมูลให้มีความชัดเจน ถูกต้อง และสามารถตรวจสอบได้
การหารือในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมการปกครองในการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพของพื้นที่และยกระดับการดูแลประชาชนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
มีรายงานว่า กรมการปกครอง โดย นายนฤชา มีนโยบายเพื่อเดินหน้า “อส.- ชรบ.พึ่งได้” ด้วยการเสริมความแข็งแกร่ง ให้กับ อส. และ ชรบ. โดยการหารือกับ กอ.รมน. รอบนี้ มีนโยบายให้ทางกองทัพบกเข้ามาฝึก อส. และ ชรบ. เพื่อแบ่งเบาภาระของฝ่ายทหารในพื้นที่ส่วนหลัง ตามนโยบาย “อส.-ชรบ.พึ่งได้”


