xs
xsm
sm
md
lg

‘สุรเดช’กระทุ้งกกต. ปรับตัวใหม่ ไม่อยู่ภายใต้อาณัติใคร หลังถูกวิจารณ์หนัก จัดการเลือกตั้งผิดพลาดหลายจุด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วันนี้(10 ก.พ.)นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อดีตสส.และอดีตสว.ที่มาจากการเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเลือกตั้งที่เสร็จสิ้นไปแล้วโดยมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ที่เกิดความผิดพลาดในหลายจุดว่า ครั้งนี้ต้องยอมรับจริงๆว่ามีความผิดพลาดมากจริง ซึ่งส่วนตัวเห็นว่า กกต.ต้องปรับปรุงการทำงานให้มากกว่านี้ ที่สำคัญคือเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่นหรือการซื้อสิทธิ์ขายเสียงจะต้องตรวจสอบให้เข้มข้นและต้องนำคนกระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนซื้อหรือคนขาย เราทราบกันดีว่า การซื้อสิทธิ์ขายเสียงในบ้านเรามีมานานแล้ว ซึ่งกกต.ในอดีต อย่างช่วงปี2543 ที่มีกรรมการกกต. อย่างนายยุวรัตน์ กมลเวชช นายโคทม อารียา หรือสวัสดิ์ โชติพานิช
ซึ่งการทำงานของกกต.ยุคนั้นมีความเข้มข้นมาก กว่าจะประกาศรับรองได้ใช้เวลาหลายสัปดาห์ มีการออกใบเหลือง-ใบแดงจำนวนมาก จึงอยากให้กกต.ปัจจุบันยึดถือการทำงานเหมือนกกต.ในอดีต ต้องศึกษาการทำหน้าที่ในอดีต เพื่อมาปรับปรุงในปัจจุบัน

‘กกต. ถือเป็นด่านสำคัญในการคัดกรองคนดีที่จะเข้ามาบริหารบ้านเมือง ถ้าปล่อยให้มีการซื้อเสียงทุจริตคอรัปชั่นก็จะทำให้ในสภามีแต่สีเทาและนักการเมืองก็จะเป็นนักการเมืองสีเทาที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้องมากกว่าประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ดังนั้นจึงอยากฝากไปถึงกกต อย่าปล่อยผ่านคนที่ทุจริตซื้อสิทธิ์ขายเสียง และหากยังไม่มั่นใจ ก็ยังไม่ควรประกาศรับรอง สส. เพราะหากรับรองไปแล้วและมาสอยทีหลังก็จะยุ่งยาก โดยเฉพาะเมื่อสส.เข้าไปทำหน้าที่ในสภาแล้วซึ่งจะต้องโหวตกฎหมายต่างๆและหากถูกสอยทีหลังก็จะต้องมายื่นร้องหรือตีความกันอีกว่าสิ่งที่สส.ให้ความเห็นชอบหรือรับรองไปนั้นถือเป็นโมฆะหรือไม่ ดังนั้นกกต. จะต้องตระหนักเรื่องนี้และให้ถือเป็นเรื่องสำคัญแม้ว่าจะต้องเสียเวลามากก็ตาม’

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะไม่ทำให้เสียเวลารัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศใช่หรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องการแก้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ  นายสุรเดช กล่าวว่า แต่ถ้าเราปล่อยให้คนไม่ดีเข้ามาในรัฐสภา มาเป็นรัฐมนตรีอยู่ในรัฐบาล อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศชาติ เราเคยคิดตรงนี้กันหรือไม่  โดยเฉพาะถ้าคนๆนั้นเป็นพวกสแกมเมอร์ แล้วเข้ามาในสภา หรือเป็นรัฐมนตรีแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศชาติ และถ้าเป็นอย่างนี้ใครจะรับผิดชอบ ดังนั้นเมื่อกกต.เป็นหน่วยงานที่สำคัญที่สุดในการดูแลการเลือกตั้ง ในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็ต้องทำงานให้เต็มที่เพราะถือเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้ประชาธิปไตยเบ่งงานมากที่สุด ในการที่จะพัฒนาชาติบ้านเมืองและพัฒนาคุณภาพชีวิตของ ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ การทำงานของกกต.ต้องทำให้เร็วที่สุด เพราะมีทั้งบุคลากรและงบประมาณจำนวนมาก หากพบการทุจริตก็ควรแจกใบเหลืองหรือใบแดงเลย และคิดว่าใช้เวลาไม่นาน เพียงแต่ต้องเร่งทำงานให้เร็วขึ้น แล้วประกาศการเลือกตั้งใหม่ 

‘ความจริงเสียเวลา ยังดีกว่าการปล่อยให้คนไม่ดีเข้าสภา แล้วมาออกกฎหมายที่อาจจะเอื้อประโยชน์ให้กับตัวเองหรือพวกพ้อง แต่ไม่มีประโยชน์อะไรกับประชาชนเลย ถ้าเข้ามาแบบไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็เหมือนกับปล่อยให้โจรเข้าสภา ซึ่งน่าเป็นห่วง และตอนนี้สังคมกำลังจับตากกต. อยู่ว่าจะทำงานด้วยความสุจริต ยุติธรรมหรือไม่ จึงอยากเตือนว่า กกต.ทั้ง 7 คนว่า เมื่อมีโอกาสเข้ามาทำงานรับใช้ประเทศชาติ ประชาชน ก็ควรจะทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ วางตัวเป็นกลางที่สุด เพราะพวกท่านสามารถชี้เป็นชี้ตายสส.หรือคนที่จะเข้ามาเป็นตัวแทนประชาชนได้ จึงต้องยึดความถูกต้อง ความเป็นธรรม สุจริตให้มากที่สุด หากกกต.ยังทำงานแบบนี้ ผมคิดว่าอาจจะมีปัญหาเจอคนร้องเรียนผิดตามมาตรา 157 แน่ ดังนั้นจึงอยากให้กกต.ทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่เพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชน ไม่อยู่ภายใต้อาณัติใคร เมื่อกกต.มีโอกาสมานั่งตรงนี้มากกว่าคนอื่น ก็ควรจะภาคภูมิใจ ดังนั้นก็ควรจะทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้บริสุทธิ์ยุติธรรม การซื้อสิทธิขายเสียงแม้ว่าจะไม่สามารถแก้ปัญหาให้หมดไปได้ เพราะอยู่คู่กับประเทศไทยเรามานานแล้ว แต่ก็ขอให้มีให้น้อยที่สุดก็แล้วกัน’
กำลังโหลดความคิดเห็น