xs
xsm
sm
md
lg

ด่วนไหม? มท. จ่อยกร่างภาษีบ้านเกิดเมืองนอน เร่งฟังความเห็น 7.8 พัน อปท. สนองผู้นำจิตวิญญาณ “ปราสาทสายฟ้า” ให้อำนาจเพียบ!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ด่วนไหม? กรมท้องถิ่นมหาดไทย จ่อยกร่าง “ภาษีบ้านเกิดเมืองนอน” เร่งเปิดรับฟังความเห็น 7.8 พัน อปท.ตลอด 1 เดือนนี้ สนองผู้นำจิตวิญญาณ “ปราสาทสายฟ้า” เพิ่มรายได้เข้าท้องถิ่น อัตราร้อยละสิบของภาษีที่จัดเก็บได้ จากผู้เสียภาษี ซึ่งมีภูมิลําเนาตั้งอยู่ในเขตจังหวัด แถมเพิ่มอำนาจ “อปท.” จัดเก็บเพิ่มขึ้น จ่อไฟเขียวออกข้อบัญญัติจัดเก็บเพิ่มในอัตราไม่เกินร้อยละสิบ เพิ่มจากอัตราภาษีที่กรมสรรพากรจัดเก็บ พ่วง “เงินบริจาค อปท.” เอาไปหักภาษี -ลดภาษีที่ดินสิ่งปลูกสร้าง ผ่านแอปพลิเคชันที่ สถ.มหาดไทย จัดทำ? โดยมี “สิน้คาโอทอปเกรดพรีเมียม” ตอบแทนผู้บริจาครายใหญ่

วันนี้ (10 ก.พ.) มีรายงานจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการเตรียม ยกร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดระบบภาษีเงินได้และบริจาคเงินเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น พ.ศ. .... โดยมีหลักการว่า เป็นการจัดให้มีระบบภาษีที่เหมาะสมเพื่อให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีรายได้จากภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายจัดเก็บภาษีบ้านเกิดเมืองนอน ของพรรคภูมิใจไทย

ล่าสุด กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เวียนหนังสือแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ทั่วประเทศ ผ่านสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด

เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นข้อมูล ประกอบการจัดทําร่าง พ.ร.บ. มีระยะเวลารับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ. 2569 - 9 มี.ค. 2569 ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย (www.law.go.th) และเว็บไซต์กรม สถ. (www.dla.go.th)”

หนังสือขอความร่วมมือ อปท.ทั่วประเทศ 7.8 พันแห่ง แจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องตอบแบบรับฟังความคิดเห็น

มีรายงานว่า สำหรับกฎหมายฉบับนี้ เมื่อเดือน พ.ค. 2568 พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปล่อยคลิป EP.1 “เวิร์กชอป บ้านเกิดเมืองนอน สู่การพัฒนาท้องถิ่นที่ยั่งยืน” ลงในโซเชียลของพรรค

ในคลิประบุถึง “ภาษีบ้านเกิดเมืองนอน ประชาชนเลือกได้จะให้ภาษีไปใช้พัฒนาท้องถิ่นใดๆ“”

ซึ่ง น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ระบุว่า งบประมาณเป็นกลไกสำคัญของการพัฒนาแต่ท้องถิ่นนั้นๆ ไม่สามารถเลือกโครงการต่างๆ ที่มีความสำคัญกับประชาชนจริงๆ ได้ สุดท้ายแล้วต้องอยู่ที่ส่วนกลางเป็นคนเลือก เป็นคนตัด แต่ท้องถิ่นสามารถเลือกได้ถ้ามี พ.ร.บ.บ้านเกิดเมืองนอน เกิดขึ้น

ขณะที่ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า มีการเปิดรับฟังความเห็นจากหลายฝ่ายในการทำกฎหมายนี้ เพื่อต้องการพัฒนาท้องถิ่นให้เจริญ ผ่านงบประมาณที่เพียงพอ ไม่มีการผูกมัด บนสภาพที่มีผู้บริหารท้องถิ่นที่มีศักยภาพ

โดยการเปิดให้ประชาชนกำหนดภาษีรายได้ส่วนบุคคล ภาษีรายได้นิติบุคคลไปพัฒนาท้องถิ่นได้ด้วยตัวเอง โดยให้อำนาจผู้เสียภาษีกรอกได้ว่าอยากเสียภาษีที่ไหน จำนวนเท่าไหร่

ซึ่ง นายไชยชนก ได้กล่าวตอนนั้นว่า หวังว่า จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่ประชาชนสามารถตัดสินใจในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณของประเทศไม่มากก็น้อย เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนพัฒนาท้องถิ่น

กฎหมายฉบับดังกล่าว นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ที่เคยกล่าวในงานบรรยายพิเศษหัวข้อ “แนวทางการพัฒนาจังหวัดบุรีรัมย์ยุคใหม่ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์การบริหารส่วนจังหวัด” แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายก อบจ. ทั่วประเทศ ที่สนามช้างอารีน่า อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เมื่อ 4 เม.ย. 2568 ว่า

การกระจายท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มต้นจากการแก้ไขกฎหมายให้อำนาจโดยตรงแก่ประชาชนผู้เสียภาษี ให้สามารถเลือกได้ว่า ภาษีที่ต้องจ่ายไปนั้นจะส่งไปพัฒนาท้องถิ่นพื้นที่ใด เพื่อให้ท้องถิ่นนั้นเข้มแข็งมากขึ้น เป็น “ภาษีบ้านเกิดเมืองนอน” ในแบบฟอร์มเสียภาษี ภ.ง.ด.9 ภาษีรายได้บุคคลธรรมดา

เหมือนกับที่รัฐให้อำนาจประชาชนสามารถเลือกบริจาคเงินเข้าพรรคการเมืองได้ รัฐก็ควรให้อำนาจประชาชนที่จะส่งเงินไปพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองได้ ที่ผ่านมา ภาษีทั้งหมดไปกองอยู่ที่เดียวคือที่ส่วนกลาง กลายเป็นการเสียภาษีให้กรุงเทพ กรุงเทพเอากำไรไปจากพื้นที่ท้องถิ่น

มีรายงานว่า สำหรับสาระสำคัญของร่างฉบับนี้ ก่อน สถ.จะยกร่าง เป็นการกําหนดให้ อปท.มีรายได้จากภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร ใน “อัตราร้อยละสิบของภาษีที่จัดเก็บได้” จากผู้เสียภาษีซึ่งมีภูมิลําเนาถิ่นที่อยู่ หรือสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขต
จังหวัด

โดยให้กรมสรรพากร ทําหน้าที่จัดเก็บภาษี และให้กระทรวงการคลัง โอนภาษีที่จัดเก็บได้ให้กระทรวงมหาดไทย เพื่อจัดสรรภาษีให้แก่ อปท.ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราที่คณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ประกาศกําหนด (ร่างมาตรา 5)

อปท.อาจจัดเก็บภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นจากที่กฎหมายกําหนด โดยออกข้อบัญญัติจัดเก็บเพิ่มในอัตราไม่เกินร้อยละสิบของอัตราภาษีที่กรมสรรพากรจัดเก็บ (ร่างมาตรา 6)

กําหนดให้การบริจาคเงินแก่ อปท.เป็นวิธีการหนึ่งที่จําเป็นในการพัฒนาและสนับสนุนเสถียรภาพความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม และถือเป็นรายจ่ายเพื่อการสาธารณประโยชน์ตามประมวลรัษฎากร ซึ่งสามารถหักเป็นค่าลดหย่อนหรือรายจ่ายเพื่อการบริจาคได้ ตามประมวลรัษฎากร

ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันประกาศก้าหนด (ร่างมาตรา 7)

กําหนดให้ผู้บริจาคเงินแก่ อปท.มีสิทธิได้รับการลดภาษี ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ร่างมาตรา 4)

กําหนดให้ สถ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่ออํานวยความสะดวกในการบริจาคเงินแก่ อปท. (ร่างมาตรา 9)

สุดท้าย กําหนดให้ อปท.อาจจัดหา จัดทําสิ่งของ หรือผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือให้บริการสาธารณะ เป็นกรณีพิเศษ เพื่อตอบแทนผู้บริจาคเงินแก่ อปท.

โดยมีค่าใช้จ่าย ในการดําเนินงานไม่เกินร้อยละสิบของเงินที่ได้รับบริจาคในแต่ละปี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกําหนด (ร่างมาตรา 10)


กำลังโหลดความคิดเห็น