ป.ป.ช.เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินรัฐมนตรี “พล.ท.อดุลย์” รมช.กลาโหม รวย 105.8 ล้าน สะสมพระสมเด็จ ปืน นาฬิกา Rolex เครื่องประดับเพียบ ด้าน “สีหศักดิ์” รมว.กต.14.5 ล้าน ไร้หนี้สิน
วันนี้ (10 ก.พ.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว กรณีเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 68 ในรัฐบาล “อนุทิน 1” โดย นายสีหศักดิ์ และ นางวราภรณ์ คู่สมรส แจ้งมีทรัพย์สินรวม 14,580,902บาท ไม่มีหนี้สิน
เป็นทรัพย์สินของ นายสีหศักดิ์ 3,039,626 บาท ประกอบด้วย เงินฝาก 1,489,626 บาท เงินลงทุนในกองทุนเปิด 1 ล้านบาท ยานพาหนะ 300,000 บาท ทรัพย์สินอื่น 250,000 บาท และแจ้งมีรายได้ต่อปี 2,108,000 บาท โดยเป็นเงินเดือนรัฐมนตรี 878,000 บาท เงินบำนาญ 720,000 บาท เงินประจำตำแหน่งรัฐมนตรี 510,000 บาท มีรายจ่ายต่อปี 150,000 บาท โดยเป็นค่าอุปโภคบริโภคและค่าท่องเที่ยว
ส่วน นางวราภรณ์ มีทรัพย์สินรวม 11, 541,275 บาท แบ่งเป็นเงินฝาก 2,194,807 บาท เงินลงทุน 1,533,468 บาท ที่ดินในเขตบางเขน กรุงเทพฯ มูลค่า 4 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 3 ล้านบาท ยานพาหนะ 300,000 บาท ทรัพย์สินอื่น 713,000 บาท และแจ้งมีรายได้ต่อปี 120,000 บาท จากเงินบำนาญ ส่วนรายจ่ายต่อปีไม่มีการแจ้ง
ทั้งนี้ ทรัพย์สินอื่นที่น่าสนใจของทั้งคู่ เป็นนาฬิกา Rolex Oyster Perpetval มูลค่า 150,000 บาท นาฬิกา omega มูลค่า 100,000 บาท ชุดไพลินเป็นสร้อยคอ กำไล จี้ แหวน ตุ้มหู มูลค่า 100,000 บาท ชุดมรกตเป็นจี้และแหวน 3 วง มูลค่า 120,000 บาท ชุดทอง เป็นตุ้มหู จี้ แหวน 3 วง มูลค่า 55,000 บาท สร้อยมุก 1 เส้น มูลค่า 100,000 บาท สร้อยทอง 1 เส้นมูลค่า 25,000 บาท ชุดเพชรซีก เป็นกำไลแหวน จี้ ตุ้มหู มูลค่า 55,000 บาท ชุดทับทิมเป็นสร้อยข้อมือ กำไล แหวน ตุ้มหู จี้ เข็มกลัด มูลค่า 120,000 บาท เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังเปิดทรัพย์สิน พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ กรณีเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อ 24 ก.ย. 68 โดย พลโท อดุลย์ และ นางพรชนก คู่สมรส แจ้งมีทรัพย์สินรวม 105,894,039 บาท มีหนี้สิน 2,012,433 บาท
โดยเป็นทรัพย์สินของ พลโท อดุลย์ 32,425,985 บาท ประกอบด้วย เงินสด 150,000 บา ทเงินฝาก 3,041,503 บาท เงินลงทุน 8,529,680 บาท ในหุ้นสหกรณ์กองทัพบกภาคที่ 2 และ บมจ.เคจีไอ (ประเทศไทย) ที่ดิน 5 แปลงในจังหวัดนครราชสีมา, สุรินทร์, บุรีรัมย์, ปราจีนบุรี รวมมูลค่า 1,426,055 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 9.8 ล้านบาท โดยเป็นบ้านพักใน จ.นครราชสีมา และห้องชุดย่านประชาชื่น กรุงเทพฯ ยานพาหนะ 2.55 ล้านบาท สิทธิและสัมปทานเป็นกรมธรรม์ประกันชีวิต 3,273,746 บาท ทรัพย์สินอื่น 3,655,000 บาท
มีหนี้สินเป็นสินเชื่อบ้านธนาคารทหารไทยธนชาตซึ่งมียอดหนี้คงเหลือ 2,012,433 บาท
นอกจากนี้ แจ้งมีรายได้ต่อปีรวม 3,112,320 บาท เป็นเงินเดือน 864,720 บาท เงินประจำตำแหน่ง 498,000 บาท เงินบำนาญ 921,600 บาท ค่าตอบแทนอื่น เบี้ยประชุม 120,000 บาท และยังมีรายได้จากทรัพย์สินอื่นเป็นเงินปันผลสหกรณ์ 3,000 บาทเงินปันผลหุ้น บมจ.เคจีไอ 600,000 บาท ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร 5,000 บาท เงินคืนกรมธรรม์ประกันชีวิต 100,000 บาท
และมีรายจ่ายต่อปีรวม 1,654,000 บาท แบ่งเป็นค่าอุปโภคบริโภค 120,000 บาท ค่าสาธารณูปโภค 20,000 บาท ค่าอุปการะบุตร 100,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง 90,000 บาท เบี้ยประกันชีวิต 200,000 บาท ชำระหนี้เงินกู้ TTB 620,000 บาท และมีค่าใช้จ่ายในการศึกษาบุตร 30,000 บาท ค่าประกันและมารดา 100,000 บาท เงินบริจาคเพื่อกุศลสาธารณะ 70,000 บาทค่าภาษีเงินได้ประจำปี 200,000 บาท ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น 1 แสนบาท
ส่วน นางพรชนก มีทรัพย์สินรวม 73, 399,754 บาท แบ่งเป็นเงินสด 200,000 บาท เงินฝาก 1,64,250 บาท เงินลงทุน 60,699,280 บาท โดยเป็นการลงทุนในสหกรณ์ออมทรัพย์ครูบุรีรัมย์ 45,699,280 บาท และลงทุนร้านเมืองตะลุงยิ่งเจริญค้าวัสดุ 15 ล้านบาท ที่ดิน 5 แปลงในจังหวัดบุรีรัมย์ รวมมูลค่า 5,802,830 บาท ยานพาหนะ 1.95 ล้านบาท สิทธิและสัมปทาน เป็นกรมธรรม์ประกันชีวิต 2,833,393 บาท ทรัพย์สินอื่น 310,000 บาท
นอกจากนี้ แจ้งมีรายได้ต่อปีรวม 3,864,800 บาท แบ่งเป็นจากดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร 4,800 บาท เงินปันผลจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 620,000 บาท เงินคืนกรมธรรม์ประกันชีวิต 45,000 บาท และมีรายได้จากการขายสินค้า 3.14 ล้านบาท รายได้จากการขายเศษวัสดุ 55,000 บาท
มีรายจ่ายต่อปีรวม 860,000 บาท โดยแยกเป็นค่าอุปโภคบริโภค 100,000 บาท ค่าสาธารณูปโภค 60,000 บาท ค่าอุปกรณ์ 120,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง 30,000 บาท ค่าเบี้ยประกันชีวิต 300,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการศึกษาบุตร 40,000 บาท ค่าอุปการะบิดามารดา 120,000 บาท เงินบริจาคเพื่อกุศลสาธารณะ 10,000 บาท ค่าภาษีเงินได้ประจำปี 20,000 บาท ค่าใช้จ่ายส่วนตัว 60,000 บาท
ส่วนบุตรที่ยังไม่ได้บรรลุนิติภาวะแจ้งมีสิทธิและสัมปทาน 68,300 บาท
สำหรับทรัพย์สินอื่นที่น่าสนใจของทั้งคู่ อาทิ พระเครื่องพระสมเด็จพร้อมสร้อยทองคำ 1 องค์ มูลค่า 3 ล้านบาท นาฬิกาข้อมือ Rolex Datejust 1 เรือน มูลค่า 300,000 บาท นาฬิกาข้อมือ Rolex Submariner Date 1 เรือน มูลค่า 200,000 บาท ปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ 2 กระบอก รวมมูลค่า 150,000 บาท จักรยาน GiantTCR 1 คัน 50,000 บาท สร้อยคอทองคำเพชร 1 เส้น 90,000 บาท สร้อยคอทองคำขาวเพชร 1 เส้น 50,000 บาท แหวนทองคำเพชร 1 วง 50,000 บาท กำไลทองคำเพชร 1 วง 60,000 บาท ต่างหูเพชร 1 คู่ 40,000 บาท ต่างหูทองคำขาวเพชร 20,000 บาท
ทั้งนี้ พลโท อดุลย์ ก่อนเข้ารับตำแหน่ง รมช.กลาโหม ในปี 2565-2567 ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาค 2 เป็นเพื่อนร่วมรุ่นวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรรุ่นที่ 61 กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล


