กรมชลฯเผยสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศยังอยู่ในเกณฑ์ดี มีน้ำกว่า 6หมื่นล้าน ลบ.ม. รองรับฤดูแล้งปี 2568/69ย้ำเดินหน้า 8 มาตรการบริหารจัดการ คุมคุณภาพ-ความเค็ม พร้อมดูแลการส่งน้ำอย่างทั่วถึง
วันนี้ (9 ก.พ. ) กรมชลประทาน โดยศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศยังอยู่ในเกณฑ์ดี มีปริมาณน้ำรวมประมาณ 60,994 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 80 ของความจุอ่างเก็บน้ำรวมกัน ขณะที่ปริมาณการใช้น้ำทั่วประเทศตั้งแต่ต้นฤดูแล้งถึงปัจจุบันอยู่ที่ 15,990 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 48 ของแผนการใช้น้ำ
สำหรับอ่างเก็บน้ำหลักในลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 แห่ง ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกว่า 20,000 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 83 ของความจุอ่างฯ สะท้อนถึงความมั่นคงด้านน้ำที่ยังเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค การเกษตร และการรักษาระบบนิเวศในช่วงฤดูแล้งปี 2568/69
ด้านคุณภาพน้ำ กรมชลประทานได้ติดตามและเฝ้าระวังค่าความเค็มในแม่น้ำสายหลักอย่างใกล้ชิด ทั้งแม่น้ำเจ้าพระยา บางปะกง ท่าจีน และแม่กลอง โดยผลการตรวจวัดล่าสุดพบว่า คุณภาพน้ำยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาและการใช้น้ำของประชาชน
ทั้งนี้ กรมชลประทานได้ปฏิบัติตาม 8 มาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี 2568/69 ที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติเห็นชอบอย่างเคร่งครัด ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนบริหารจัดการน้ำ การคาดการณ์และแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ การจัดสรรน้ำตามลำดับความสำคัญ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ การเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ การเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรผู้ใช้น้ำในพื้นที่ ตลอดจนการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้ ยังได้เร่งดำเนินการกำจัดวัชพืชและผักตบชวาที่กีดขวางทางน้ำในลำคลองและแหล่งน้ำต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำให้ทั่วถึงและเพียงพอตลอดช่วงฤดูแล้ง หากประชาชนหรือหน่วยงานใดต้องการความช่วยเหลือด้านน้ำ สามารถติดต่อโครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วนกรมชลประทาน 1460 “ชลประทานบริการประชาชน”


