xs
xsm
sm
md
lg

"ชัยวุฒิ" เผย ปชป.ได้ 22 ที่นั่งพลาดเป้าไม่กี่เขต เตรียมรีเซ็ตงานพรรค ลั่นร่วมรัฐบาลต้องไร้ "กล้าธรรม"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เลขาฯ ปชป.เผยได้ สส. 22 ที่นั่ง ผิดเป้าเพียงไม่กี่เขต เตรียมรีเซ็ตงานพรรค ทบทวนยุทธศาสตร์ทั้งระบบ ตั้งเงื่อนไขร่วมรัฐบาล ต้องไร้ “กล้าธรรม” และการเมืองไม่สุจริต ชี้จำนวนเสียงรัฐบาลไม่ใช่ปัญหา เสถียรภาพการเมืองอยู่ที่การทำงาน ไม่ใช่จำนวนฝ่ายค้าน พรรคพร้อมตรวจสอบเต็มที่ ยึดหลักการเมืองสุจริต

วันนี้(9 ก.พ.)นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างไม่เป็นทางการว่า จากการติดตามผลคะแนน พรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่งใน 10 เขตเลือกตั้ง ขณะที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ คาดว่าจะได้ประมาณ 12 คน รวมแล้วประมาณ 22 ที่นั่ง

เมื่อถามถึงกรณีชัยชนะของนายจุรี ในพื้นที่จังหวัดสงขลา สามารถเอาชนะแชมป์เก่าและคู่แข่งจากพรรคประชาชนได้ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ถือเป็นการตอกย้ำแนวทางการสร้าง “การเมืองสุจริต” ที่พรรคประชาธิปัตย์ยึดมั่นมาโดยตลอด โดยเฉพาะการต่อต้านการซื้อเสียง ซึ่งผลคะแนนในเขตดังกล่าวสะท้อนชัดว่า ประชาชนเลือกคนที่เชื่อมั่นในความสุจริต โดยนายจุรีมาเป็นอันดับหนึ่ง ขณะที่ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัครจากพรรคประชาชนมาเป็นอันดับสอง แสดงให้เห็นว่าการเลือกตั้งในพื้นที่ดังกล่าวไม่มีการใช้เงินซื้อเสียง และประชาชนเลือก “ลูกชาวบ้าน” เข้าไปทำหน้าที่เป็นผู้แทน

นอกจากนี้ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ในหลายเขตพื้นที่ภาคใต้ที่ผู้สมัครของพรรคมีคะแนนสูสี ถือเป็นสัญญาณว่าประชาชนให้ความสำคัญกับการเมืองสุจริต และตื่นตัวทางการเมืองมากขึ้น

เมื่อถามถึงกรณีที่หลายพื้นที่มีกระแสข่าวร้องเรียนการทุจริตเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์จะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานจากผู้แทนพรรคในพื้นที่ว่าพบความผิดปกติถึงขั้นต้องดำเนินการร้องเรียน พร้อมยอมรับว่าพรรคได้เตรียมระบบดูแลการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้เตรียมบุคลากรเพื่อจับผิดฝ่ายอื่น เนื่องจากยึดหลักการหาเสียงสุจริตและเชื่อมั่นในแนวทางของตนเอง

ส่วนการประเมินผลเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดตาก นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากแชมป์เก่าและอดีต ส.ส.ในพื้นที่ยังคงได้รับความนิยม ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เริ่มต้นเตรียมตัวค่อนข้างช้า และมีระยะเวลาหาเสียงจำกัด ทำให้ไม่สามารถไล่ทันได้ อย่างไรก็ตาม คะแนนที่ได้รับถือเป็น “ต้นทุนทางการเมือง” ที่สำคัญ ซึ่งพรรคจะต้องทำงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่องในทุกจังหวัด

นายชัยวุฒิ กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ จะนัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อทบทวนการทำงานที่ผ่านมา วิเคราะห์จุดแข็ง–จุดอ่อน และพิจารณาปรับโครงสร้างพรรค ขณะที่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ จะเชิญอดีตผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพมหานคร มาหารือร่วมกัน เพื่อกำหนดทิศทางการทำงานทางการเมืองต่อไป ว่าใครพร้อมทำงานกับพรรคในบทบาทใด

“ผลเลือกตั้งที่ออกมา ผิดความคาดหวังไปไม่มาก เพียง 3–4 เขต เช่น ตรัง เขต 1 และเขต 2 สมุทรสาคร และสงขลา ซึ่งพรรคยอมรับผลการเลือกตั้ง และจากนี้ต้องทบทวนการทำงาน ชักชวนคนที่พร้อมลุยต่อ เพื่อเดินหน้าสร้างการเมืองสุจริต โดยผู้สมัคร ส.ส.กทม.หลายคนยืนยันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น” นายชัยวุฒิ กล่าว

เมื่อถามถึงการประเมินภาพรวมการจัดตั้งรัฐบาล นายชัยวุฒิ ระบุว่า ยังไม่สามารถประเมินได้อย่างชัดเจน แต่เชื่อว่า พรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่ง จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ไม่ยากนัก ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะพรรคขนาดเล็ก ไม่ควรเข้าไปก้าวก่ายหรือเสนอแนะในกระบวนการดังกล่าว

สำหรับจุดยืนการร่วมรัฐบาล นายชัยวุฒิ ยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังยึดเงื่อนไขเดิม 3 ประการ คือ ต้องไม่มี พรรคกล้าธรรม ไม่มีนักการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่ซื่อสัตย์ และไม่สร้างความแตกแยกให้กับบ้านเมือง

เมื่อถามถึงความกังวลกรณีรัฐบาลอาจมีเสียงสนับสนุนเกิน 300 เสียง นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะฝ่ายค้านสามารถทำหน้าที่ได้ แม้จะมีผู้แทนเพียงคนเดียว โดยมองว่าเสถียรภาพของรัฐบาลไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝ่ายค้าน แต่อยู่ที่พฤติกรรมและการบริหารงานของรัฐบาลเอง

“ความมั่นคงของรัฐบาลไม่ได้อยู่ที่จำนวนเสียงฝ่ายค้าน แต่อยู่ที่การทำงาน หากรัฐบาลทำผิดพลาดหรือซ้ำรอยปัญหาในอดีต ประชาชนจะเป็นผู้ส่งสัญญาณ ไม่ใช่ฝ่ายค้าน สนิมเกิดจากเนื้อใน ไม่ใช่จากภายนอก พรรคประชาธิปัตย์ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ก็พร้อมทำหน้าที่อย่างเต็มที่” นายชัยวุฒิ กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น