xs
xsm
sm
md
lg

น้ำเงินมา "เสี่ยหนู" อนุทิน ตีขิมนั่งนายกฯ ดึง"แดง-เขียว" ร่วม "ส้ม-ฟ้า" ยอมรับฝ่ายค้าน จับตาโผครม.ภูมิใจไทย ฟัดกันเละ !?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ข่าวปนคน คนปนข่าว

++ น้ำเงินมา "เสี่ยหนู" อนุทิน ตีขิมนั่งนายกฯ ดึง"แดง-เขียว" ร่วม "ส้ม-ฟ้า" ยอมรับฝ่ายค้าน จับตาโผครม.ภูมิใจไทย ฟัดกันเละ !?

เรียบโร้ยยย..เลือกตั้ง 2569 คะแนนอย่างไม่เป็นทางการคงได้เห็นกันแล้วพรรคการเมืองไหนชนะมีโอกาสได้เข้ามาเป็นนายกฯ จัดตั้งรัฐบาล

ผลอย่างเป็นทางการก็คงรู้กันในไม่ช้านัก

ว่ากันว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่สำคัญ เพราะมีการลงประชามติพร้อมกัน เพื่อถามความเห็นว่าควรแก้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันหรือไม่ ?


พร้อมๆกับความคาดหวังของประชาชนถึงมาตรฐานและการเมืองใหม่ที่จะได้มากับการเลือกตั้งทุกๆ ครั้ง..แต่จะเป็นตามที่หวังหรือไม่ !?..เพราะที่ผ่านมาล้วนแต่วนลูปเดิม วงจรอุบาทว์ "น้ำเน่า" ไม่เปลี่ยนแปลง

ก่อนการเลือกตั้ง วิเคราะห์สถานการณ์ มองกันว่า เป็นศึกของ “สามขั้ว” ระหว่างพรรคสายอนุรักษ์นิยม นำโดย ภูมิใจไทย ห่ำหั่นกับสายสีส้ม ที่อ้างเป็นพรรคสายปฏิรูป และ พรรคเพื่อไทย ดีเอ็นเอ "ทักษิณ"

แน่นอนว่า ผลคะแนนที่ออกมาไม่มีพรรคใดจะได้เสียงข้างมากเพียงพอคนเดียว ภูมิใจไทย อันดับหนึ่ง ประชาชนอันดับสอง เพื่อไทย อันดับสาม จึงต้องจับตาการจัดตั้งรัฐบาลภายหลังเลือกตั้ง "โต๊ะเจรจา" จะมีสมการของคนชนะใครจะจับกับใคร !?
ระหว่างน้ำเงิน เบื้องหลังที่บัญชาเกมโดย "เนวิน ชิดชอบ" จะจับกับ "แดง" เพื่อ "ทักษิณ ชินวัตร" ที่มีบทละครความเดิมเมื่อตอนที่แล้วเรื่อง "แทงข้างหลัง" มีความเป็นไปได้สูง จะหวนมาทำงานร่วมกัน เพราะ เสี่ยหนู "อนุทิน ชาญวีรกูล" หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังไม่ทันไรหลังการเลือกตั้ง ก็พูดว่าให้ทุกพรรคลืมความบาดหมาง และขัดแย้งกัน


ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า พร้อมที่จะจับมือกับพรรคที่ได้เสียงข้างมาก รองๆ ลงมา

สอดรับกับ "หนิม" จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ว่า เรื่องจัดตั้งรัฐบาลเป็นเรื่องของพรรคที่ได้ อันดับ 1 พรรคเพื่อไทย พร้อมจะร่วมทำงานกับใครก็ได้

จากผลเลือกตั้ง “น้ำเงิน” พรรคภูมิใจไทยนั้น ออกสตาร์ดนับคะแนนก็เห็นได้ชัดว่า นำคู่แข่งสำคัญอย่างพรรคส้มอยู่หลายช่วงตัว
นอกจากอีสาน หลายที่นั่ง หลายพื้นที่เป็นพื้นที่ใหม่แต่เป็นพื้นที่เดิมของบ้านใหญ่ ที่ถูกดูดและไหลมารวมกันสามารถปักธงในสีน้ำเงินได้

บทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งเมื่อปี 2566 ทำให้บ้านใหญ่รัดกุมขึ้น และวางยุทธศาสตร์ป้องกันไม่ให้สีส้มเข้ามาแทรกแซงได้
ขณะที่ “พรรคส้ม” เริ่มต้นด้วยการหาเสียงที่ปลุกกระแสไม่ขึ้น แคมเปญต้องเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก จาก “มีส้มไม่มีเทา ...เลือกส้มเพื่อล้มเทา ไม่มีเสียงตอบรับ จะมีก็แต่บรรดาโหวตเตอร์ ที่เป็นเยาวชนและวัยหนุ่มสาว ที่ยังศรัทธาตัวบุคคลของพรรค และ คนในเขตเมือง

เพราะฉะนั้นไม่ได้แปลกใจที่ "กรุงเทพฯ" พรรคประชาชนมีคะแนนนำกวาดเรียบทั้ง 33 เขต


ส่วนเสื้อแดงไม่ได้แรงฤทธิ์ เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่โดนเบียดโดยสีน้ำเงิน แต่ก็ไม่ถึงกับหน้าผิดหวังเพราะเริ่มต้นอย่างหงอยเหงามาได้ "อาจารย์เชน" ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนติเดตนายกฯของพรรค มาช่วยเรียกเรตติ้งแต่เวลาไม่พอก็ได้ตามที่เห็น

ส่วนระดับ 4 ค่อนข้างจะ "เซอร์ไพร้ส์" เมื่อพรรค "สีเขียว" กล้าธรรม ของ “ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า” เข็นพลพรรค “ทำมากกว่าพืช" เอ๊ย! ทำมากกว่าพูด จนได้จำนวน สส.เข้ามามิใช่น้อย ทั้งที่พะเยา เจ้าของพื้นที่ และ ภาคเหนือบางจังหวัด กระจายไปอีสาน และภาคใต้ แม้กระแสในภาคใต้ในช่วงหลังประชาธิปัตย์มาแรงมาก แต่สีเขียวก็สอดแทรกเข้ามาได้
เรียกว่า เป็นพรรครอร่วมรัฐบาลได้สบายๆ

ตามนี้ สมการการจัดตั้งรัฐบาล ก็ไม่ได้เหนือความคาดหมายกันก่อนหน้านี้สักเท่าไหร่

นั่นคือ พรรคตัวแทนอนุรักษ์นิยม "สีน้ำเงิน" จะจับคู่กับ "แดงและเขียว" และอาจจะดึงพรรคเล็กพรรคน้อย อีกสองสามพรรค เพื่อจัดตั้งรัฐบาล


นอกจากตัวบุคคลที่จะนั่งเป็นนายกฯ ก็คงจะหนีไม่พ้น "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล ตัวรัฐมนตรีที่ขายตอนหาเสียงเอาไว้ก่อนเช่น "ศุภจี- เอกนิติ -สีหศักดิ์" จะได้กลับมาเป็นรองนายกฯ และดูแลสามกระทรวง ที่จองไว้ ยังจะยึดกระทรวงเกรดเออีกหลายที่
ฝั่งแดงที่เข้ามาเป็นอันดับ 3 ก็น่าจะได้การจัดสรรโควต้าตามสมควร

และถ้าหากเป็น “กล้าธรรม” ย่อมต้องจับจอง กระทรวงเกษตรฯ -กระทรวงศึกษาฯ และบางกระทรวง ก็น่าจะอยู่ในข้อตกลง
สูตรนี้ในทางทฤษฎีการเมืองว่าด้วยตัวเลขสส. ต่อจำนวนรัฐมนตรีก็ถือว่า "วิน-วิน"

ที่น่าสนใจ และน่าจะเป็นประเด็นที่ตัองติดตามความเคลื่อนไหวย่อมต้องมองไปที่แกนนำอย่าง “ภูมิใจไทย” จากนี้จะเข้าทำนอง "ยามศึกเรารบ ยามสงบเรารบกันเอง" ปล่อยข่าวลือข่าวลวง กันเละตุ้มเป๊ะ แน่!

เพราะ มุ้งแต่ละมุ้งในพรรคภูมิใจไทย จะฟาดฟันกันเพื่อเอาเก้าอี้เป็นของโควต้ากลุ่ม อย่างชนิดที่ว่า "ทวงบุญคุณ" กันจนนาทีสุดท้าย ที่อาจจะทำให้ "โผครม." ของรัฐบาลใหม่ ฝุ่นตลบที่สุด


ส่วนคนที่แพ้อย่าง "สีส้ม" และ "สีฟ้า" ก็ต้องยอมรับสภาพกันไป "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ให้สัมภาษณ์ยอมรับ พร้อมที่จะเป็นฝ่ายค้าน ตามบทถนัด

ส่วน "เท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พรรคอันดับสอง พูดสั้นๆ ยอมรับว่า วันนี้ไม่ใช่พรรคอันดับหนึ่ง แต่ก็เคารพให้พรรคอันดับหนึ่ง จัดตั้งรัฐบาล ซึ่งยังไงก็ต้องทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน

ท่ามกลาง "ด้อมส้ม" ที่แสดงความเห็นในสื่อโซเชียลฯ ผิดหวังท้อแท้กันเป็นแถว คาดเอาไว้สูงว่าจะได้มากกว่า 200 เสียง แต่ความเป็นจริงผลออกมาไม่เป็นอย่างที่คาด

ขณะที่เรื่องของผลประชามติ เรื่องแก้รัฐธรรมนูญอาจจะเป็นตัวชี้ทิศทางระยะยาวของการเมืองไทยก็ว่ากันไป

นี่ก็เป็นทิศทางการเมืองหลังจากเลือกตั้ง

งานนี้ ประชาชนเลือกแล้ว แต่คำถามใหญ่ยังเหมือนเดิม การเมืองจะเปลี่ยนจริงไหม หรือแค่เปลี่ยนตัวละคร ในบทเดิม?..คำตอบย่อมมีกันอยู่แล้ว

ที่สำคัญประชาชนอีกบางส่วนซึ่งน่าจะเยอะพอสมควรที่เลือกโดย "ไม่เลือก" กาโหวตโน และไม่แสดงความคิดเห็นในเรื่องแก้รัฐธรรมนูญนั้น ก็ต้องไม่ลืมว่า นี่เป็นภาพสะท้อนความรู้สึกของประชาชนที่เอือมระอากับระบบการเมืองเมืองไทยได้เป็นอย่างดี


กำลังโหลดความคิดเห็น