“”แสวง" คาดรู้ผลเลือกตั้งไม่เป็นทางการ 5 ทุ่มคืนนี้ แนะผู้สังเกตทักท้วงหน้าหน่วยได้ ชี้ ภาพรวมเรียบร้อยทั่วไทย โล่งชายแดนไร้เหตุกระทบ ส่วนจชต.เพิ่มกำลังดูแลพิเศษ เผยจับเข้าข่ายซื้อเสียง 5 กรณี 3 จว. เตือนใช้สิทธิแล้วไม่ควรโพสต์โชว์เลือกใครหรือถ่ายบัตรเลือกตั้ง ส่อผิดกม.
วันนี้ (8 ก.พ.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.แถลงภาพรวมการเปิดหีบเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไป ปี 2569 และการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญ ว่า ขณะนี้มีการเปิดหน่วยเลือกตั้งตั้งแต่เวลา 08.00 น. ตอนนี้มากว่า 3 ชั่วโมงแล้ว ภาพรวมการจัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทางกรรมการประจำหน่วย (กปน.) จะอำนวยความสะดวกจนถึง 17.00 น. ตนขอบคุณประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง และประชามติในวันนี้ เชื่อว่า จะมีการเตรียมหลักฐานในการแสดงตนและชุดความรู้เกี่ยวกับผู้สมัครเขตเลือกตั้งนั้นๆ ก่อนที่จะใช้สิทธิอยากเน้นย้ำขั้นตอนการลงคะแนนที่สำนักงานได้ออกแบบ แบ่งเป็น 2 ขั้นตอน หากมีข้อสงสัยการทำหน้าที่กปน.ขอให้ทักท้วงทันที ซึ่งจะมีการบันทึกเหตุการณ์ประจำหน่วยไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งจะเป็นหลักฐานชั้นดีที่จะมาร้องคัดค้าน และเป็นการช่วยทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต ถือเป็นการมีส่วนร่วมของประชาชนในการช่วยตรวจสอบการเลือกตั้งอีกด้วย
นายแสวง กล่าวว่า วันนี้มี กปน. ทำหน้าที่ 1.5 ล้านคน มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 53 ล้านคน ในจำนวนนี้ใช้สิทธิออกเสียงล่วงหน้า 2 ล้านคน เหลือที่ยังมีสิทธิวันนี้ราวๆ 51 ล้านคนเศษ อยากให้บรรยากาศการเลือกตั้งวันนี้ไปจนถึง 17.00 น. เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและอยาให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง กาเพื่อประเทศไทย ทั้งนี้การนับคะแนน หลังปิดหีบเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่จะทำการตรวสอบจำนวนผู้มาใช้สิทธิให้ตรงกับจำนวนบัตรออกเสียงเลือกตั้ง จากนั้นจะเริ่มนับคะแนน 3 กระดานไปพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม คะแนนแรกน่าจะเริ่มเข้าหลังผ่านไป 1 ชั่วโมงแล้ว โดยประมาณการว่าไม่เกิน 5 ทุ่ม น่าจะรู้ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ หรืออาจจะเร็วกว่า
“การนับคะแนน 3 กระดานพร้อมกัน อาจจะเกิดความล่าช้าบ้าง เนื่องจากต้องการให้เกิดความถูกต้องและชัดเจน หากผุ้สังเกตการณ์ รวมถึงตัวแทนพรรคการเมืองเห็นว่า มีการนับคะแนนไม่ถูกต้อง สามารถทักท้วงได้ ส่วนกรรมการจะวินิจฉัยเป็นอย่างไรก็จะถือว่าเป็นที่สิ้นสุด แต่ท่านสามารถนำคำทักท้วงที่บันทึกไว้ มาร้องการนับคะแนนได้ภายใน 3 วัน” เลขาธิการ กกต. กล่าว
เมื่อถามถึงการจับกุมการซื้อเสียงที่จังหวัดราชบุรี และ นายธนากร เลี้ยงฤทัย อดีตรองนายกเทศมนตรีเมืองบ้านโป่ง ไปแจ้งความว่าเป็นการกลั่นแกล้ง นายแสวง กล่าวว่า ภาพรวมเกี่ยวกับการซื้อเสียงนั้น ทาง กกต. พยายามดูแลปกป้องเจตนารมณ์ของประชาชน ไม่ให้มีการซื้อเสียงได้ โดยร่วมกับตำรวจกว่าแสนนาย ที่ผ่านมา เราเน้นการป้องกัน มีการจับกุมผู้เตรียมการได้ 4-5 กรณี ซึ่งที่ราชบุรีมีหลักฐานเป็นโพย เงิน และรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จากนี้จะดำเนินการตามระเบียบสืบสวนฯ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ส่วนกรณีอื่นๆ มีที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี 3 ราย เชียงราย 1 ราย และราชบุรี 1 ราย
เมื่อถามกรณีประชาชนได้มีการโพสต์โซเชียลมีเดีย ว่า ได้เลือกผู้สมัคร สส. หรือพรรคการเมืองใด หลังการใช้สิทธิ ทำได้หรือไม่ นายแสวง กล่าวต่อว่า ในวันเลือกตั้งจะมีข้อห้ามเพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริตและเที่ยงธรรม เรื่องนี้ต้องดูข้อเท็จจริงว่าเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งตามมาตรา 99 พ.ร.ป.สส. ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง นำบัตรเลือกตั้งที่ออกเสียงลงคะแนนแล้วแสดงต่อผู้อื่น เพื่อให้ทราบว่าตนได้ลงคะแนนอย่างไร ซึ่งขึ้นอยู่กับการตีความ จึงต้องระมัดระวังว่าอาจจะมีคนนำไปร้องและมีความผิดได้ อีกส่วนหนึ่งคือกฎหมายบอกว่าห้ามหาเสียงในวันเลือกตั้ง ก็ต้องมาดูพฤติกรรมว่าเป็นการหาเสียงในวันเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งตนไม่อยากให้ทำ เพราะจะเข้าข้ายกระทำความผิด ส่วนกรณีออกเสียงประชามติเขาห้ามรณรงค์ในวันออกเสียง จะผิดกฎหมาย ก็ขึ้นอยู่กับพฤการณ์เช่นกัน
เมื่อถามถึงการเลือกตั้งในจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา และจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายแสวง กล่าวว่า พื้นที่ชายแดนไทย- กัมพูชา ขณะนี้ถือว่าน่าจะเบาใจได้ แต่ทางจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยปกติฝ่ายความมั่นคงดูแลเป็นพิเศษอยู่แล้ว แต่เมื่อมีการเลือกตั้ง ก็มีการประสานและเพิ่มมาตรการเป็นพิเศษมากกว่าการดูแลปกติ
นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลฎีกาสั่งถอนรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. ซึ่งจะต้องมีการเอาผิดผู้สมัคร และหัวหน้าพรรคที่เซ็นรับรองส่งสมัคร หรือไม่ ว่า เรื่องนี้ต้องดูเป็นกรณี อยู่ที่ข้อเท็จจริง ถ้าเป็นความผิดส่วนตัวของผู้สมัคร บางคนต้องคำพิพากษา บางทีหัวหน้าพรรคก็ไม่รู้ กฎหมายกำหนดให้รับรองเฉพาะตัวผู้สมัคร ต้องรู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่มีสิทธิ ส่วนหัวหน้าพรรคจะต้องรับผิดชอบด้วยหรือไม่ กฎหมายพรรคการเมืองวางหลักไว้ว่า ต้องดูว่าทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม จึงต้องดูข้อเท็จจริงด้วย
เมื่อถามว่า พรรคนั้นได้รับการเลือกตั้ง การดำเนินคดีจะมีผลกับพรรคการเมืองหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า มันคาดคะเนไม่ได้ แต่กฎหมายว่าเป็นความผิด ก็ต้องผิด เมื่อถามย้ำว่า ถ้ากรณีหัวหน้าพรรคผิดด้วย จะส่งผลอย่างไร นายแสวง กล่าวว่า ก็ต้องไปดูข้อเท็จจริง ตอนนี้มันพูดไม่ได้
ทั้งนี้ ฝ่ายกฎหมาย กกต.อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีถ่ายภาพบัตรประชาชน คู่กับบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง ที่พับเรียบร้อยเตรียมหย่อนลงหีบบัตร โดยนำมาเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียว่า กฎหมายไม่ได้ห้ามโดยตรง เรื่องการถ่ายภาพภายในหน่วยเลือกตั้ง แต่มาตรา 97 พ.ร.ป.สส. เขียนห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ใด ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ที่ตนได้ลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวมีเจตนารมณ์ในการป้องกันการทุจริต เพราะบางครั้งเป็นการถ่ายภาพเพื่อไปประกอบการขอรับเงินซื้อเสียงหลักลงคะแนน ซึ่งการถ่ายภาพเช่นนี้แตกต่างจากกรณีที่สื่อมวลชนถ่ายเผยภาพเพื่อเผยแพร่การมาใช้สิทธิของบุคคลสำคัญ ดังนั้น ประชาชนจึงควรหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพบัตรในหน่วยเลือกตั้งมาเผยแพร่ เพราะอาจจะถูกร้องเรียนตามมา ต้องไปต่อสู้ในชั้นศาลอีก


