"ดร.เจษฎ์" ห่วงการเมืองสะท้อนภาพพรรคใหญ่ "ส้ม-แดง-ฟ้า" หวังฮุบอำนาจ เมินปกป้องสถาบันฯ ย้ำจุดยืนพรรครักชาติ ค้านยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ปกป้องสถาบันหลักของชาตื ถึงได้เข้าสภาเพียงคนเดียวก็พร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบ-ถ่วงดุลอำนาจ ขัดขวางพวกทำลายชาติบ้านเมือง
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00 น. รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนทางการเมืองของพรรค โดยย้ำว่า พรรครักชาติเป็น "ดัชนีชี้วัด" ความดีเลวในวงการการเมือง พร้อมวิพากษ์วิจารณ์การทำงานและอุดมการณ์ของพรรคการเมืองใหญ่ทุกขั้วอย่างตรงไปตรงมา
"วันนี้พรรครักชาติเรามาอยู่ตรงนี้ เราไม่ได้มาเล่น ๆ ครับ เราจริงจัง สิ่งที่เราพูดตลอดมา เราได้บอกแล้วตั้งแต่แรก ว่าเราจะเป็นดัชนีชี้วัดการเมืองไทย ไม่ว่าเราจะเป็นพรรคเล็กพรรคใหญ่ เราบอกแล้วเราจะเป็นกระดาษอินดิเคเตอร์ เป็นดัชนีเมื่อแตะแล้วยกขึ้นมา ถ้าเปลี่ยนสี แปลว่าไม่ดี เลว ชั่ว" รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว
จากการลงพื้นที่หาเสียงทั่วประเทศ รศ.ดร.เจษฎ์ ระบุว่าได้รับฟังปัญหาและคำถามจากประชาชนที่มีต่อพรรคการเมืองต่าง ๆ โดยเริ่มจากการตั้งคำถามถึงพรรคเพื่อไทยในประเด็นความมั่นคงชายแดน ที่นำไปสู่สถานการณ์ความขัดแย้งในปัจจุบัน รวมถึงตั้งคำถามต่อพรรคประชาชน ถึงความชัดเจนในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเฉพาะหมวด 1 และหมวด 2 ที่เกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจ
"เขาตั้งคำถามไปทั่วว่าวันนี้พรรคประชาชนต้องการอะไร จากการที่จะให้คนเห็นชอบการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตอบก็ไม่ตอบ ว่าหมวด 1 หมวด 2 เรื่องเกี่ยวกับพระราชอำนาจจะเอายังไง แปลว่าคุณจะเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ใช่ไหม" รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว
นอกจากนี้ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ ยังกล่าวถึงพรรคประชาธิปัตย์ ว่าสูญเสียอุดมการณ์และหันมาทะเลาะกับฝ่ายอนุรักษ์นิยม แทนที่จะชี้แจงปัญหาบ้านเมือง กลับแสดงท่าทีจะไปรวมกับขั้วการเมืองอื่น ในขณะที่พรรคภูมิใจไทย (สีน้ำเงิน) ซึ่งเคยได้รับความนิยม กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเนื่องจากไม่แสดงจุดยืนในการปกป้องสถาบันหลัก แต่กลับเห็นชอบกับการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่อาจนำไปสู่ความแตกแยก
รศ.ดร.เจษฎ์ ยังได้ประเมินสถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลในอนาคตว่า "พรรคการเมืองใหญ่ 3 พรรค พรรคการเมืองย่อมลงมา 1 พรรค คือพรรคที่แทนด้วยสีส้ม สีแดง สีน้ำเงิน สีฟ้า สิ่งที่พวกคุณต้องการกันคือกอบโกยคะแนนจากพี่น้องประชาชน แล้วก็ไปจัดตั้งรัฐบาลกัน วันนี้ส้ม แดง ฟ้า จัดตั้งรัฐบาล น้ำเงินจะอยู่ในสมการที่ไหนไม่รู้ แต่ไม่มีใครคิดจะปกป้องบ้านเมืองนี้อย่างแท้จริง"
ในช่วงท้าย รศ.ดร.เจษฎ์ ย้ำจุดยืนของพรรครักชาติในการคัดค้านการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และอาสาเป็นเกราะป้องกันสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมประกาศว่าแม้จะได้ ส.ส.เพียงคนเดียว ก็จะทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจมืดในสภา
"ถ้าเราได้ ส.ส. แม้คนเดียว ส.ส. คนนั้นก็จะเป็นดัชนีชี้วัดความดีความเลวของสภาทั้งหมด และยิ่งเราได้มากเท่าไหร่ น้ำดีก็จะยิ่งมีมากไปไล่น้ำเสียเท่านั้น ขอให้พี่น้องคิดให้จงหนัก วันนี้ท่านกำลังจะเลือกอะไร เลือกคนไปรวมกันแล้วบ้านเมืองมีโอกาสนำพาไปสู่ความสิ้นชาติ หรือเลือกคนที่จะขัดขวางการทำลายชาติบ้านเมือง" รศ.ดร.เจษฎ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ กล่าวทิ้งท้าย


