xs
xsm
sm
md
lg

“จุลพันธ์” ลั่น เพื่อไทยไม่เหยียบใคร ไม่ทิ้งเสื้อแดง ชู "ยศชนัน" พาพ้นความขัดแย้ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“จุลพันธ์” ลั่น เพื่อไทยไม่ขายความสะใจ ไม่เหยียบคนอื่นให้ตัวเองดูดี ชู “ยศชนัน”ไม่กดใครให้ต่ำ ยกตัวเองให้สูงขึ้น จะเป็นที่นำพาประเทศออกจากความขัดแย้ง ลั่นเพื่อไทยไม่เคยทิ้งประชาชน -คนเสื้อแดง ซัด บางพรรคพยายามเคลมความเป็นเสื้อแดง แต่ยังสะใจ กับความตายของคนเสื้อแดงอยู่เลย บอกทุกคนรักชาติ มีพรรคประชาชนที่รักหนูสุดหัวใจ
วันนี้ (6 ก.พ.) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ปราศรัยเป็นต่อจากนายสุริยะ ว่า จะแดงไหน ๆ พวกเราคือหัวใจดวงเดียวกัน การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ สำหรับบางคน อาจเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในชีวิต สำหรับหลายคน อาจเป็นเพียงการเลือกตั้งอีกครั้ง แต่สำหรับตนเองการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การหย่อนบัตร ไม่ใช่แค่การแข่งขันทางการเมืองเพราะผลของมัน จะเปลี่ยนประเทศไทยไปอีกยาวนาน

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม ปีที่แล้ว ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เป็นอีกครั้ง ที่นายกรัฐมนตรีของเรา ถูกปลดด้วยอำนาจ ที่ไม่ได้มาจากเสียงของประชาชนและการเมืองไทยยังคงบิดเบี้ยว พรรคประชาชน ที่มีจำนวน สส. มากที่สุดในสภา กลับไปยกมือให้พรรคภูมิใจไทยจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งสร้างความเสียหายต่อประเทศอย่างมากมายมหาศาล แต่พรรคการเมืองซึ่งเข้าร่วมอยู่ใน MOA กลับลอยตัวขาดความรับผิดชอบทางการเมืองต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
นายจุลพันธ์ ระบุว่า ความบิดเบี้ยวและสัญญาณอันตรายนี้ ไม่ได้อยู่ตรงที่พรรคเพื่อไทยต้องกลายมาเป็นฝ่ายค้าน แต่เพราะรัฐบาลเสียงข้างน้อย สร้างปรากฏการณ์ทางการเมือง ที่สุ่มเสี่ยงจะทำให้ประชาธิปไตยถอยหลังอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

สิ่งที่เราเห็น คือการเปิดทางให้การเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมกลับมาแข็งแรง เราเห็นการโยกย้ายข้าราชการอย่างขนานใหญ่ เพื่อเตรียมการเลือกตั้ง คดีสำคัญ ๆ อย่างฮั้ว สว. คดีเขากระโดง ถูกบิดเบือน การเอื้อประโยชน์ด้านงบประมาณ เช่น เรื่องของ MotoGP สื่อ นักวิชาการ


”ฝ่ายค้านผู้เลือกเขาเข้ามา กลับเลือกที่จะปิดปากอย่างยินยอมพร้อมใจ อำนาจอนุรักษ์นิยมเติบโตแผ่ซ่าน วันนี้อนุทินพยายามใช้ความรักชาติ มาแบ่งแยกประชาชน หนิมอยากบอกหนูว่า ประชาชนทุกคนรักชาติ เพียงแต่คนส่วนใหญ่ เขาไม่ได้รักหนู คนที่รักหนูสุดหัวใจ มีแต่พรรคประชาชนเท่านั้นแหละหนูเอ้ย“ นายจุลพันธ์ กล่าว 

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า หลังจากมีการยุบสภา เพื่อนร่วมทางของเราบางคน เลือกที่จะเดินจากไป พรรคเพื่อไทยถูกตราหน้าจากสังคม บางคนบอกว่า พรรคเพื่อไทยเลือดจะไหลหมดตัว เราจะกลายเป็นพรรคเล็ก มี สส. ไม่ถึง 100 คน บางคนถึงกับบอกว่า ถ้ามีการเลือกตั้งอีกครั้ง พรรคเพื่อไทยอาจถึงขั้นสูญพันธุ์ ในวันที่พรรคกำลังลำบากที่สุด ตนเองได้รับความไว้วางใจจากพรรคให้ทำหน้าที่หัวหน้าพรรค และยังได้รับเลือกเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย การได้เป็นหัวหน้าของพรรคเพื่อไทยคือเกียรติสูงสุด และความรับผิดชอบที่หนักที่สุด ตนเองเคยถามตัวเองว่า จะพาพรรคกลับมาแข็งแกร่ง และลบทุกคำสบประมาทได้หรือไม่ ในที่สุด ตนเองก็ได้คำตอบครับ คำตอบนั้นเรียบง่ายมาก นั่นคือ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราโดนกระทำ แต่เราลุกขึ้นได้ทุกครั้งด้วยพลังของประชาชน

ตลอดเวลากว่า 20 ปี ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนมาถึงพรรคเพื่อไทย พวกเราโดนรัฐประหาร เพื่อนของเราโดนสังหารกลางถนน เราโดนนิติสงครามครั้งแล้วครั้งเล่า หลายครั้งเราต้องยอมถอย หลายครั้งเราต้องกลืนเลือด หลายครั้งต้องตัดสินใจทำ แม้จะต้องเผชิญกับการถูกต่อว่าแต่ภายใต้กติกาที่บิดเบี้ยว แต่เราไม่เคยถอยออกนอกเส้นทางการต่อสู้ เรายังคงสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงเปลี่ยนแปลง สู้อย่างที่พวกเราทำมาตลอด

นายจุลพันธ์ ระบุว่า เหมือนที่เชน ยศชนัน เคยพูดว่า “เราแค่ต้องไม่ตาย” การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไม่มีทางลัด เพราะเรารู้ว่า ความหวังจะมีค่า ประชาธิปไตยจะมีความหมาย ก็ต่อเมื่อประชาชน กินอิ่ม นอนหลับ มีงานทำ มีรายได้ เศรษฐกิจจะมั่งคั่ง ประเทศจะมั่นคงประชาชนต้องแข็งแรง ภาพของประชาชนทั่วประเทศ ไม่เคยจางหายไปจากหัวใจ ของพวกเราเลย เรารู้ดีว่าประชาชนไม่เคยทิ้งพรรคเพื่อไทย และพรรคเพื่อไทยก็จะไม่มีวันทิ้งประชาชน

“บางพรรคบอกว่าเพื่อไทยละทิ้งคนเสื้อแดง บางพรรคพยายามเคลมความเป็นเสื้อแดงไปจากเราในวันที่เราเจ็บปวด ในวันที่เราถูกเรียกว่าควาย ในวันที่เราใส่เสื้อแดง และโดนดูถูกดูแคลน ในวันที่เราเคยวิ่งหลบกระสุนร่วมกันกับประชาชน พวกคุณหลายคนยังสะใจ กับความตายของคนเสื้อแดงอยู่เลย” นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า แต่ในวันนี้ คนเสื้อแดงสามารถกลับมามีเสียงมีที่ยืนในสังคม คนเสื้อแดงสามารถยืดอกภูมิใจในตัวตนของเราอีกครั้ง นั่นคือวันที่ตนเองมั่นใจ ว่าพรรคเพื่อไทยกลับมาแล้ว กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ และยังคงเป็นความหวังให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งชาติ


นายจุลพันธ์ ย้ำนโยบายของพรรคเพื่อไทย ว่า วันที่พี่น้องเจ็บป่วย 30 บาทรักษาทุกโรคจะรักษาได้ทุกที่ไม่ต้องเดินทางไกลอีกต่อไป รถเมล์แอร์เย็น ราคาเพียง 10 บาท รถไฟฟ้า ราคา 20 บาทตลอดสาย เกษตรกรจะมีกำไรอย่างน้อย 30% วันที่หนี้สินของผู้สูงอายุและประชาชน จะไม่ใช่โซ่ตรวนอีกต่อไป ไม่ต้องห่วงพะวงเรื่องน้ำท่วม น้ำแล้ง วันที่การเสี่ยงโชค ไม่ใช่ภาระต่อรายได้ แต่เป็นเงินออมที่สะสมไว้ มีกินมีใช้ยามเกษียณ ยาเสพติดและแก๊งสแกมเมอร์ จะไม่สามารถทำลายลูกหลานของเราได้อีก โครงการ ODOS ศิลปะได้รับการให้คุณค่า และเด็กไทยสามารถสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่ การแก้ปัญหาฝุ่น ประกันสังคมตอบโจทย์พี่น้องภาคแรงงาน มีการลงทุนโดยมืออาชีพ มีสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น มีรายได้อย่างน้อย 3,000 บาทต่อเดือน

ทั้งหมดนี้ จะชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยรัฐบาลดิจิทัล ด้วยข้อมูลที่แม่นยำตรงจุด ผ่านนโยบายเศรษฐีเงินล้าน ที่นำประชาชนเข้าสู่ระบบด้วยความเต็มใจ นี่คือภาพประเทศไทยที่พวกเราอยากเห็นซึ่งเราทุกคนที่นี่ ฃูสาวตนเองอยู่ที่นี่ ตนเองจะส่งสังคมที่ดีมอบให้แก่ลูกสาง เราจะร่วมสร้างมันไปพร้อม ๆ กันด้วยการเลือกพรรคเพื่อไทยไปเป็นรัฐบาลส่ง เชน ยศชนันไปเป็นนายกรัฐมนตรี

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า หลังจากที่ #genzforpheuthai ออกมาแสดงความคิดเห็นมากมาย หนึ่งเสียงของน้องมีค่าเท่ากับทุกเสียงในประเทศนี้ ทุกการเลือก ทุกการตัดสินใจเป็นของเรา จงภูมิใจในเสียงของตัวเอง

”แดงเพื่อไทยทั้งหลาย ผมสัมผัสได้ถึงสัญญาณที่ชัดเจน ว่าพวกเราโอบรับความแตกต่าง เราไม่ตัดสินกัน เราเปิดพื้นที่ให้กันและกัน เราไม่สร้างความแตกแยก ประชาธิปไตยไม่ใช่เวทีให้ประกาศว่าใครที่คิดไม่เหมือนเราคือศัตรู เราไม่ทำทุกอย่างเพื่อชนะบนโลกโซเชียล แต่แพ้ในโลกแห่งความเป็นจริง“ นายจุลพันธ์ กล่าว

”ประชาชนไม่ได้เลือกเพื่อไทยเพราะโง่ แต่เพราะเรามีนโยบายจากชีวิตจริง เราเสนอทางออกต่อปัญหาแบบจับต้องได้ ประชาธิปไตยต้องเริ่มจากการยอมรับความจริงข้อนี้ ไม่ใช่เหยียบหัวคนส่วนใหญ่ แล้วเรียกตัวเองว่าก้าวหน้า“

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า เพื่อไทยไม่ขายความสะใจ ไม่เหยียบคนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูดี ไม่ใช้ความโกรธเป็นแรงขับเคลื่อน แต่เราเลือกทำในสิ่งที่ยากกว่า คือ ความอดทนของประชาธิปไตย เพราะประชาธิปไตยไม่ใช่ยาวิเศษต้องใช้เวลา ต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน พรรคเพื่อไทยต่อสู้มายาวนานเราล้ม แต่เราก็ลุกขึ้นมาได้ เพราะประชาชนโอบอุ้มเราเอาไว้ทุกครั้ง และวันนี้ จะเป็นวันที่พรรคเพื่อไทย พาพี่น้องประชาชนเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง เดินไปข้างหน้าเถิดประชาชน เดินไปสู่อนาคตที่ดีกว่า
ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าท่านจะเดินไปไกลเพียงใด เมื่อหันกลับมา พรรคเพื่อไทยจะอยู่ตรงนี้เสมอ หากท่านล้มลง พรรคเพื่อไทยจะโอบอุ้มท่านเอาไว้ และเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องประชาชนตลอดไปความหวังและอนาคตของพี่น้องประชาชนพรรคเพื่อไทยจะรับมันไว้ และทำให้มันเป็นจริง

สุดท้ายนี้ ตนเองอยากจะสื่อสารไปยังแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย คือ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หรือ อ. เชน ตนเองรู้จักเชน ตั้งแต่เชนลงสมัคร สส. เชียงใหม่ ครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2557 หรือ 12 ปีที่แล้ว และ 50 กว่าวันที่ผ่านมา ยิ่งทำให้ตนเองได้เห็นตัวตนของเชนอย่างลึกซึ้งมากขึ้น เชนเป็นผู้สร้างนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับอย่างไร้ข้อกังขาในระดับโลกเป็นผู้คิดค้น สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาคน พัฒนาประเทศ

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า เชนเป็นผู้นำที่มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นใช้เวลาค่อนชีวิต คิดหาวิธีช่วยเหลือผู้พิการ และมุ่งมั่นทำจนสำเร็จที่โลกออนไลน์พูดว่า “วันนี้คุณเติมเชนแล้วหรือยัง” สะท้อนถึงการส่งพลังบวก ความหวัง และความเชื่อมั่น และสำคัญที่สุด คือ เชนอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่กดใครให้ต่ำ เพื่อยกตัวเองให้สูงขึ้น ไม่ทะเลาะกับใคร ไม่เล่นวาทกรรม จะเป็นนายกรัฐมนตรี ที่นำพาประเทศออกจากความขัดแย้งจะเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทยทุกคน

“หนิมอยากจะบอกเชนว่าเชนเอ้ย เชนเป็นคนมีความสามารถเชนเป็นคนมุ่งมั่นทุ่มเทเชนเป็นคนกล้าที่จะคิดใหม่ ทำใหม่ เชนเป็นผู้โอบรับความแตกต่างเชนเป็นผู้ที่มองไปข้างหน้า โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เชนเป็นผู้ที่จะพาทุกคนก้าวข้ามความขัดแย้งเชนคือความหวังและอนาคตของคนไทยทุกคน หนิมอยากจะบอกเชนว่า จงอย่าแปรเปลี่ยนตัวตน จงอย่าเปลี่ยนความตั้งใจ จงเป็นเชนอย่างที่เป็นอยู่ แม้แต่หนิม ก็กำลังโดนเชนเปลี่ยนไปทีละน้อย ประเทศไทย และประชาชนคนไทย ก็กำลังจะถูกเปลี่ยนโดยเชนเช่นเดียวกัน จงโอบรับความฝัน จงแบกรับความหวัง และนำพาพวกเรา ก้าวเดินไปสู่อนาคตที่ดีกว่า ผมมั่นใจอย่างที่สุดว่าเชน ยศชนัน จะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุดสำหรับคนไทยทุกคน“ นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่ยศชนันทำได้ ทำให้ไทยยิ่งใหญ่ เรามาร่วมกันเปลี่ยนประเทศไทย ด้วยการเปลี่ยน อ. เชน เป็น นายกฯ เชน

จากนั้น นายจุลพันธ์ ได้ชวนประชาชนทั้งสนามกีฬาเทพหัสดิน ให้ช่วยกันตะโกนคำว่า “นายกฯ เชน”


กำลังโหลดความคิดเห็น