“รักชนก” สาบานหากยังมีชีวิตอยู่จะปกป้องความหวังของประชาชนที่ฝากไว้บนบ่าเต็มที่ ขอแรงช่วยส่ง “เท้ง” เข้าบริหารประเทศ สัญญารัฐบาล ปชน.จะอุทิศตนไม่โกงกิน-คอร์รัปชัน เพื่อให้แผ่นดินพบกับความสุขความเจริญ
วันนี้ (6 ก.พ.) นางสาวรักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัย “ประชาชนเปลี่ยนประเทศ” ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานครไทย-ญี่ปุ่น (ดินแดง)
นางสาวรักชนก กล่าวว่า ตั้งแต่เราเกิดมาในประเทศนี้ หลายคนไม่ได้แตกต่างไปจากตนเอง หากใครที่เรียนโรงเรียนรัฐและเกิดในชุมชนที่แออัดจะเห็นกับปัญหาสังคมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติด เด็กท้องในวัยเรียน หรือเด็กที่ยากจนต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา ตอนที่เรายังเป็นเด็กเราถูกทำให้เชื่อว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องปกติที่ไม่สามารถมีใครเข้ามาแก้ไขปัญหาได้ เป็นเรื่องของบุญกรรมทำแต่ง
เราเรียนโรงเรียนรัฐเคยไปโรงเรียนที่มีขนาดใหญ่มากกว่า เราคิดว่าเราอาจจะซวยเองที่เกิดมาในครอบครัวที่ยากจน แต่ไม่ใช่แบบนั้น ประชาชนที่อยู่ในวัยทำงานสูดฝุ่นพิษ PM 2.5 เข้าไปในปอด คิดแค่ว่าเมื่อไรช่วงเวลานี้จะผ่านไปสักที หลายคนส่งประกันสังคมได้รับสิทธิแบบอนาถาแบบเจียดเงิน และถูกทำให้เชื่อมาโดยตลอดว่าไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เพราะสิทธิได้เท่านี้ พอแก่ชราก็ได้สวัสดิการแบบอนาถา คิดแค่ว่าชาตินี้ทำบุญเยอะๆ ชาติหน้าจะได้เกิดในตระกูลที่ร่ำรวยกว่านี้
ทั้งหมดที่เจอตั้งแต่ครรภ์มารดาจนสู่เชิงตะกอน ไม่ใช่เรื่องของบุญกรรมทำแต่ง แต่ในชีวิตของท่านอาจจะเกิดมาในรัฐบาลที่ไร้ความสามารถ หลายรัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้มีเจตจำนงเพื่อจะเข้ามาทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน ปัญหาระบบการศึกษาที่เราตั้งคำถามว่าทำอย่างไรให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลหรือยากจนสามารถเข้าถึงระบบการศึกษา เราทำได้หากเรามีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่มีเจตจำนงเข้ามาปฏิรูประบบการศึกษา
ปัญหา PM 2.5 สามารถแก้ได้ หากมีรัฐบาลที่มีเจตจำนงไม่รับพืชผลทางการเกษตรที่มาจากเพื่อนบ้านและการเผา โน้มน้าวให้เกษตรกรในประเทศออกจากวงจรการเผาได้อย่างเต็มใจ ต่อจากนี้เราจะจะมีอากาศที่บริสุทธิ์ ถ้าเรามีรัฐบาลที่มีเจตจำนงกระจายอำนาจกระจายความเจริญทำให้ทุกคนไม่ต้องมุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวง การกระจายอำนาจจะเป็นกุญแจดอกสำคัญที่นำไปสู่ความเจริญในทุกจังหวัด
การเปลี่ยนแปลงที่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล และพรรคประชาชนพูดถึงมันคือความเรียบง่ายในประเทศที่เจริญแล้วเขามีกัน เป็นความธรรมดาปกติ แต่ความเปลี่ยนแปลงที่เรานำเสนอถูกบิดเบือนว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่ากลัว เป็นการเปลี่ยนแปลงที่โค่นล้มบางสิ่งบางอย่างที่ฝากอนุรักษ์นิยมเชื่อและศรัทธา ขอยืนยันว่า การเปลี่ยนแปลงในแบบที่เราฝันถึงมันก็แค่ระบบการศึกษาที่ทำให้เด็กยากจนไม่ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา ทุกคนสามารถยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจของตนเองได้โดยมีเศรษฐกิจที่ไม่มีทุนเทา ทุนใหญ่มาขูดรีดผ่านบิลค่าไฟ หรือมีนายทุนห้องแอร์มาเปิดขายแข่งในตลาด
นางสาวรักชนก กล่าวต่อว่า คน 1% ที่ถือครองทรัพยากรของประเทศ ถือครองอำนาจการบริหารระบบราชการบิดเบือนเจตนารมณ์ของพวกเรา ทำให้ประชาชนเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของพวกเราผิด พวกเขาพยายามทุบทำลายประชาชนให้แบ่งออกเป็นหลายฝักหลายฝ่าย พยายามทุบทำลายองคาพยพที่เป็นความหวังความฝันของประชาชน เขายุบพรรคอนาคตใหม่ ตัดสิทธิ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยะบุตร แสงกนกกุล และ นางสาวพรรณิการ์ วานิช ด้วยเหตุผลเพียงแค่ว่าองคาพยพนี้อยากทำงานการเมืองตรงไปตรงมา
แต่ยังมีคนที่รับเงินทุนใหญ่มาซื้อเสียงในช่วงเลือกตั้งบิดเบือนบัญชีรับทุนจากสแกมเมอร์มาประโคมเงินซื้อหัวคะแนนดูถูกประชาชน เมื่อ 2 วันที่แล้ว ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรมมั่นใจว่าทุกพรรคการเมืองซื้อเสียงกันหมด ต้องขอขอบคุณร้อยเอกธรรมนัสที่ยืนยันเช่นนี้ มีเพียงพรรคประชาชนหากโดนกล่าวหาเรื่องนี้คงมีประชาชนออกมาแก้ให้ว่า เรายังไปขอข้าวกินที่รถแห่ตอนเช้าอยู่เลย
เขายุบพรรคก้าวไกลเพราะพวกเราตั้งใจทำงาน เราเป็นพรรคที่มี สส.ไปลงมติในสภามากที่สุด แต่เขายุบพรรคเราเพียงแค่เราทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติ ตัดสิทธิ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ทั้งที่ สส.จำนวนมาก เช่น นายสุชาติ ชมกลิ่น ลงมติในสภา เพียง 138 ครั้ง จากทั้งหมด 183 ครั้ง มี สส.อีกหลายคนที่ไม่โหวตกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน แต่กลับไม่โดนอะไรเลย
“ดิฉันถามว่าพวกเราทำอะไรผิด หรือความผิดของพวกเรามันเป็นเพียงแค่อยากเห็นประเทศหลุดออกจากระบบอำนาจเก่าๆ ได้ลืมตาขึ้นมา ประชาชนรวมกันจัดตั้งรัฐบาลที่อยากเห็น นี่คือความผิดของพวกเราหรือ“”
นางสาวรักชนก กล่าวต่อว่า หลายคนตั้งคำถามว่าเราจะโดนอะไรอีก ไม่มีใครรู้ว่าเขาจะใช้อำนาจหรือเครื่องมือไหนมาทุบทำลายพวกเราและองคาพยพสีส้ม แต่ตนเองเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้มันไม่มีอะไรเหมือนเดิม ตนเองสาบานในสภา ในวันที่ นายพิธา ต้องก้าวออกไป ตนเองจะทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างสูงสุด การเลือกตั้งครั้งนี้เราทุกคนอย่าปล่อยให้จบแบบเดิม เราจะต้องส่ง “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” และทีมบริหารของพรรคประชาชนเข้าไปเปลี่ยนแปลงสร้างสรรค์ประเทศนี้ไปด้วยกัน
“ดิฉันขอสาบานว่าหากดิฉันมีชีวิตและเป็น สส.อยู่จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องความฝันความหวังของประชาชนที่เอาใส่บ่าใส่หลังพวกเราอย่างเต็มที่และดีที่สุด”
นางสาวรักชนก กล่าวต่อว่า กูรูการเมืองทั่วประเทศประเมินอะไรหลายอย่าง แต่สิ่งที่เขาลืมคือประชาชนที่ตื่นรู้แล้วมีความคิดเป็นของตนเองและเชื่อมั่นในการเปลี่ยนแปลงเราจะร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไปด้วยกัน จึงขอแรงทุกคนเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้พวกเราเพื่อส่งนายณัฐพงษ์ ไปนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีประชาชน ขอสัญญาว่ารัฐบาลเราจะตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อประชาชนโดยไม่โกงกิน ไม่คอร์รัปชันทำงานอุทิศกายและใจเพื่อให้แผ่นดินนี้ได้พบกับความสุขความเจริญ ให้ประเทศนี้สามารถมีพื้นที่ที่จะไปยืนสู้กับนานาอารยะประเทศได้ สัญญาว่าองคาพยพสีส้มและรัฐบาลประชาชนจะทำอย่างสุดความสามารถ
ขอโอกาสพวกเราสักครั้ง ให้ความหวังของประชาชนได้ดังผ่านคูหาเลือกตั้งทำให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ หลัง 17.00 น.มีอนาคตมีความเป็นไปได้ในแบบใหม่ มีโอกาสที่จะมีรัฐธรรมนูญที่เป็นหมุดหมายแรกของการอยู่ร่วมกันของสังคมที่เป็นธรรม มีองค์กรอิสระที่ยึดโยงกับประชาชน ทำงานเพื่อรับใช้ประชาชน ขอโอกาสให้รัฐบาลประชาชนได้ร่วมสร้างสรรค์ประเทศไปด้วยกันกับประชาชน


