xs
xsm
sm
md
lg

"ธรรมนัส" เดือดพะเยาบ้านเกิดจะไม่เป็นเมืองทางผ่าน ชูผลงาน 5 ปีเปลี่ยนโฉมท้าพรรคใหญ่ทำจริง มั่นใจ 40-60 สส.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปิดเวทีพะเยาเดือด! “ธรรมนัส” ลั่น บ้านเกิดจะไม่เป็นเมืองทางผ่านอีก ชูผลงาน 5 ปีเปลี่ยนโฉมทั้ง ถนน น้ำ เกษตร ท้าพรรคใหญ่ดูเอาเองใครทำจริง ประกาศปักธงเขียวทั่วประเทศ มั่นใจ 40–60 ที่นั่ง ไม่ขายฝัน แต่ทำได้จริง

เมื่อวันที่ (6 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 18.00 น.ที่ลานตลาดนัดคลองถม (บ้านหม้อ) อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยาพรรคกล้าธรรม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เปิดเวทีปราศรัยหาเสียงให้กับผู้สมัคร ส.ส.พะเยา ของพรรคกล้าธรรม ได้แก่ เขต 1 นายอัครา พรหมเผ่า หมายเลข 3,เขต 2 นายอนุรัตน์ ตันบรรจง หมายเลข 1 และเขต 3 นายจีรเดช ศรีวิราช หมายเลข 1

โดย นายอนุรัตน์ กล่าวเปิดเวทีช่วงหนึ่งว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ถือเป็นการสู้ครั้งที่ 2 ของพี่น้องชาวพะเยา เพราะเรามีโอกาสผลักดันคนพะเยาให้ก้าวไปสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นั่นคือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ตลอดระยะเวลา 2 ปี 7 เดือนที่ผ่านมา พี่น้องในอำเภอจุน อำเภอเชียงคำ และอำเภอภูซาง ได้มอบความไว้วางใจให้ตนเข้าไปทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร นำปัญหาในพื้นที่ไปผลักดันของบประมาณจากกระทรวงและหน่วยงานต่าง ๆ กลับมาพัฒนาบ้านเกิดของเรา ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ปัญหา “โค้งเชียงบาน” ที่เคยถูกเรียกว่า “โค้งมรณะ” วันนี้ได้รับงบประมาณมาก่อสร้างถนนคอนกรีตและติดตั้งสัญญาณไฟจราจร เพิ่มความปลอดภัยให้พี่น้องชาวเชียงบานอย่างเป็นรูปธรรม

อีกหนึ่งปัญหาใหญ่คือ น้ำท่วมในอำเภอเชียงคำ จากแม่น้ำลาวและแม่น้ำญวน ที่ไหลมารวมกันบริเวณตำบลหย่วน ส่งผลกระทบต่อตำบลเจดีย์คำ ตำบลเวียง ตำบลหย่วน และเขตเทศบาลเชียงคำ ปัญหานี้ได้รับการผลักดันจนเกิดโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ตำบลร่มเย็น วงเงินกว่า 3,000 ล้านบาท เป็นงบผูกพันถึงปี 2573 เพื่อบริหารจัดการน้ำ แก้ปัญหาน้ำท่วม และกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ช่วยเกษตรกรในตำบลร่มเย็น ฝายกวาง เวียง เจดีย์คำ และหย่วน ได้มีน้ำทำการเกษตรอย่างมั่นคง

นอกจากนี้ ตำบลน้ำแหวน ซึ่งมีพื้นที่นากว่า 30,000 ไร่ ได้รับการอนุมัติงบประมาณจัดซื้อเครื่องสูบน้ำพลังงานไฟฟ้า เพื่อลดต้นทุนการสูบน้ำของเกษตรกร เพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก และสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้พี่น้องในพื้นที่ ทั้งหมดนี้คือ ผลงานที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือ และความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องของพรรคกล้าธรรม

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้จังหวัดพะเยาเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน ไม่ใช่เมืองทางผ่านเหมือนในอดีต แต่กำลังก้าวสู่การเป็นเมืองหลักของภาคเหนือ โดยเฉพาะด้านคมนาคมที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงการรถไฟรางคู่ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ การขยายถนนสายหลักจาก 2 เลนเป็น 4 เลนในหลายเส้นทาง และกำลังจะมีสนามบินแล้วในเร็ว ๆ นี้ ทำให้การเดินทางสะดวกและเอื้อต่อการค้า การท่องเที่ยว และการลงทุน

“พะเยาวันนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว ถนนขยายเกือบทุกสาย รถไฟกำลังมา งบประมาณลงถึงพื้นที่หมู่บ้านและชุมชน เราต้องทำให้พะเยาเป็นเมืองที่คนมาแล้วต้องแวะพัก ใช้จ่าย และสร้างรายได้ในพื้นที่ ไม่ใช่แค่ผ่านไปจังหวัดอื่น” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงภาคการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นในจังหวัดพะเยา โดยยกตัวเลขจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่า ปี 2568 รายได้ท่องเที่ยวของประเทศภาพรวมติดลบกว่า 2% แต่จังหวัดพะเยาเติบโตบวก 10.82% สูงสุดใน 17 จังหวัดภาคเหนือ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการส่งเสริมกิจกรรม การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน สะท้อนศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นของพวกเรา

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงภาคเกษตรกรรมว่า เป็นหัวใจสำคัญของคนพะเยา นโยบายต้องเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงคำสัญญา โดยยกตัวอย่างโครงการปุ๋ยคนละครึ่งในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกร รวมถึงการดูแลราคายางพาราให้ปรับตัวดีขึ้น เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้มั่นคงมากขึ้น โดยพรรคกล้าธรรมมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่า เกษตรกรต้องอยู่ได้จริง ต้องลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และเข้าถึงมาตรการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง นโยบายที่พูดบนเวทีต้องทำได้ ไม่ใช่ขายฝัน

“การพัฒนาต้องควบคู่กับการรักษาศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ทั้งประเพณีสำคัญ ภาษาคำเมือง และอัตลักษณ์ของชุมชน ผมขอเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งโดยขอให้เลือกผู้สมัครจากพรรรกล้าธรรมทั้ง 3 เขต ที่พี่น้องประชาชนได้เห็นผลงานของ 2 สส.และ 1 รัฐมนตรีมาแล้ว ครั้งนี้ เราจะเข้ามาดูแลจังหวัดพะเยาของพวกเราเหมือนเดิม และพร้อมเดินหน้าทำงานเพื่อพัฒนาจังหวัดอย่างต่อเนื่อง”

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุผลในการเลือกเวทีปราศรัยปิดท้ายที่ จ.พะเยา เพราะถิ่นกำเนิดของเราคือที่นี่ และเราเห็นว่าการปราศรัยของพรรคใหญ่หลายพรรค เอาจุดขายและนโยบายของตัวเองไปนำเสนอต่อคน กทม. แต่สำหรับพรรคกล้าธรรม เรามาจากคนฐานราก เมื่อเราเกิดที่นี่ ก็จะมาปิดการปราศรัยที่นี่

“ไปถามก็รู้ว่า ใครทำอะไรให้คนพะเยาบ้าง พวกผมเข้ามาแค่ 5-6 ปี บ้านเมืองเปลี่ยนไปเยอะ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใน จ.พะเยา ทั้งทางบก ทางอากาศ และทางราง เราทำมาหมดแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องพูดมากว่านักการเมืองที่เข้ามาในยุคของผมเป็นอย่างไร ขอให้พรรคอื่นดูเอาแล้วกัน”ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า ตนปราศรัยมาแล้วไม่ต่ำกว่า 20 จังหวัด ซึ่งตนมั่นใจว่าปักธงสีเขียวได้ ส่วนจะได้กี่คนต้องรอดู ซึ่งตามโพลของแต่ละสำนัก บอกว่าตนได้ประมาณ 40-50 คน แต่สำหรับโพลที่เราทำ ก็มีประมาณ 60 กว่าคน

“ผมไม่ใช่คนชอบฝัน แต่พรรคอื่นอาจจะชอบฝัน ก่อนหน้านี้พรรคบางพรรคเอาระดับเบอร์ 1 เข้ามา แต่เด็กๆ ที่เพิ่งมา ไม่มีความหมายหรอก ขนาดสมัยก่อนเอาเบอร์อย่างหนามาก็ได้เท่านั้น เพราะฉะนั้นไม่ใช่ปัญหา พะเยา 3 เขตมี 5 แสนคน ถ้าจะหลุดไปสัก 1-2 หมื่น ก็เป็นเรื่องปกติ”


กำลังโหลดความคิดเห็น