xs
xsm
sm
md
lg

ปชป.ปราศรัยใหญ่ทิ้งทวนชู 27 นโยบายกู้เชื่อมั่นคนกรุง ให้เปรียบผู้นำผ่านดีเบต ย้ำเลือกตั้งต้องโปร่งใส

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปชป.จัดปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย ชู 27 นโยบาย หวังเรียกความเชื่อมั่นคนกรุง “อภิสิทธิ์” ลั่นโค้งสุดท้ายเต็มที่ เปิดทางให้ปชช.เปรียบเทียบผู้นำผ่านดีเบต ย้ำเลือกตั้งไม่ใช่พิธีกรรมต้องโปร่งใส–ตรวจสอบได้ คนปชต.ต้องกล้าแข่งขัน

วันนี้ (6 กุมภาพันธ์) เวลา 16.00 น. ที่วัน แบงค์คอก ฟอรั่ม พรรค พรรคประชาธิปัตย์ จัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ภายใต้ชื่อ “ทางรอดที่ปลอดภัย ไว้ใจอภิสิทธิ์” โดยมีการนำเสนอนโยบายของพรรคทั้ง 27 นโยบาย พร้อมกิจกรรมให้ประชาชนถือการ์ดสีฟ้าที่ระบุชื่อพรรคและเขตเลือกตั้ง ถ่ายภาพร่วมกับสแตนดี้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คน บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

ภายในงานมีผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร และผู้สมัครจากจังหวัดปริมณฑลเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดยห้องจัดปราศรัยสามารถรองรับประชาชนได้ราว 2,000 คน และมีประชาชนเดินทางมาร่วมรับฟังอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาเวลา 16.30 น. อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย กรณ์ จาติกวณิช และ การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ออกมาพบปะผู้สนับสนุน ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง มีแฟนคลับเข้ามาขอถ่ายรูปและทักทายอย่างใกล้ชิด

นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า แม้จะเหลือเวลาเพียงหนึ่งวันก่อนเลือกตั้ง พรรคยังคงทำงานอย่างเต็มที่ แม้จะเริ่มต้นช้ากว่าพรรคอื่นจากเงื่อนไขหลายประการ แต่ถือว่ามาได้ไกลแล้ว โดยการปราศรัยครั้งนี้ไม่ได้มุ่งหวังเซอร์ไพรซ์ หากต้องการทำให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการตัดสินใจในช่วงโค้งสุดท้าย พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าคนกรุงเทพฯ จะหันกลับมาพิจารณาพรรคประชาธิปัตย์มากขึ้น

เมื่อถูกถามถึงเวทีดีเบตเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งมีประเด็นอยากแลกเปลี่ยนกับ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า สิ่งที่ต้องการคือให้ผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ เพราะการเลือกตั้งไม่ใช่พิธีกรรม แต่เป็นกระบวนการประชาธิปไตยสากลที่ผู้นำต้องแสดงวิสัยทัศน์และนโยบายอย่างชัดเจน

นายอภิสิทธิ์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการเสนอนโยบายต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่ากฎหมายกำหนดให้พรรคการเมืองต้องส่งนโยบายเพื่อให้ประชาชนรับทราบอย่างเป็นทางการ หากมีการหาเสียงด้วยนโยบายที่มากกว่าที่แจ้งไว้ จึงควรชี้แจงให้ชัดเจนว่าเป็นนโยบายจริงหรือไม่

ส่วนกรณีที่นายอนุทินระบุว่าไม่อยากพูดคุยด้วย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คู่กรณีไม่ได้พูดกับตน แต่พูดกับประชาชน และตนเพียงต้องการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้เปรียบเทียบวิสัยทัศน์ของผู้นำ พร้อมย้ำว่า ผู้ที่มีจิตใจเป็นประชาธิปไตยต้องพร้อมแข่งขันอย่างเปิดเผยและเป็นธรรม


กำลังโหลดความคิดเห็น