ข่าวปนคน คนปนข่าว
++ ศึกเลือกตั้ง 8 ก.พ. ชิง 500 สส. “ส้ม-เเดง-น้ำเงิน-ฟ้า-เขียว” วัดกันที่กระแส-กระสุน !!
เหลือเวลาไม่กี่ชั่วโมง จะต้องลงคะเเนนเลือกตั้ง สส.400 เขต เเละ100 บัญชีรายชื่อ รวมทั้งประชามติเเก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560กันเเล้ว ในวันที่ 8 ก.พ.นี้
แต่ก่อนที่จะถึงวันหย่อนบัตร แต่ละพรรคก็จะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ในกรุงเทพฯ ช่วงเย็นวันที่ 6 ก.พ. เพื่อตอกย้ำนโยบาย “ปล่อยวาทกรรม” เป็นการทิ้งทวน ก่อนปิดฉากการหาเสียง
“พรรคภูมิใจไทย” จัดที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 6 ก.พ. ตั้งแต่เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป นำโดย “อนุทิน ชาญวีรกูล” แคนดิเดตนายกฯ พร้อมคณะผู้บริหารมืออาชีพอย่าง “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว - เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ-ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ในธีม "เลือกพรรคภูมิใจไทย ได้มืออาชีพ พลิกโฉมเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตโลก"
“พรรคประชาชน” ชวนด้อมส้ม ร่วมฟังปราศรัยใหญ่ที่ศูนย์เยาวชน ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เริ่มเวลา 16.00 น. ในหัวข้อ “ประชาชน เปลี่ยนประเทศ” เพื่อระดมพลังเสียงของประชาชน ที่ต้องการเปลี่ยนแปลง ให้มาร่วมกันสร้างทะเลดาว
“พรรคเพื่อไทย” นัดมวลชนใส่เสื้อแดง ไปร่วมแสดงพลัง ฟังปราศรัยใหญ่ ที่ สนามเทพหัสดิน เริ่มเวลา17.00 น.เป็นต้นไป นำโดย “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” แคนดิเดตนายกฯ และ “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ
“พรรคประชาธิปัตย์” ที่มี“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นำทัพ ก็เปิดเวทีปราศรัยใหญ่เช่นกัน ที่ วัน แบงค็อก ฟอรัม (One Bangkok Forum) ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ในชื่องาน "ทางรอดที่ปลอดภัยของประเทศไทย"
พรรคการเมืองที่กล่าวมาข้างต้น ล้วนต้องการปักธง สส.เขต และเรียกคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ จากคนกรุงให้ได้มากที่สุด
คราวนี้ มาดูภาพรวมของการเลือกตั้งทั่วประเทศ กกต.ได้สรุปตัวเลขผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง มีจำนวน 3,526 คน สส.แบบบัญชีรายชื่อจาก 57 พรรคการเมือง มี1,570 คน และ แคนดิเดตนายกฯ 94 คน
ถึงตอนนี้ มี 5 พรรคการเมือง ที่หลายฝ่ายคาดว่าน่าจะได้ สส.สองระบบ เเบบจับต้องได้เเละเป็นปัจจัยทางการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ คือ พรรคประชาชน เพื่อไทย ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ และกล้าธรรม
ส่วนพรรคอื่นๆ นั้น ว่ากันตามเนื้อผ้า ยามนี้ลุ้นได้...เเต่ลุ้นยาก เพราะกระเเสพรรคไม่ฟู
ส่วนกระเเสซื้อเสียงนั้นเเทบทุกพรรคประกาศกันถ้วนหน้า ว่างวดนี้ “กระสุนสีเทา” มหาศาล ขั้นต่ำ หนึ่งใบเทาต่อ 1 คะเเนนเสียง เเละบางพรรคอัดกระสุนสีเเดง สีม่วง เพื่อ 1 คะเเนนในระบบบัญชีรายชื่อ เพิ่มเชข้าไปด้วย เเละลือกันหนาหูช่วงนี้ ว่า บางเขตที่เเข่งกันดุ อาจอัดกระสุนสีเทา มากกว่าหนึ่งใบ ต่อ 1 คะเเนนเสียง !
หากมองยุทธวิธีที่เเต่ละพรรคใช้ช่วงนี้ พบว่า พรรคสีเเดง เน้นภาพ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์”เป็นจุดขาย บนเเคมเปญ ใช้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี “ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้” เเละการระบุหลายครั้งของ “ดร.เชน” ว่าพร้อมจับมือทุกพรรคตั้งรัฐบาล เเละค่ายสีเเดง น่าจะชนะเลือกตั้ง!
เเต่ตัวเลข สส.ที่หลายฝ่ายวางไว้นั้น พบว่าอันดับ 2 หรือ 3 คือสิ่งที่พอเป็นไปได้สำหรับพรรคสีเเดง เเม้ตอนนี้เรตติ้งของ “ดร.เชน” ขยับมาดีขึ้นมากกว่าช่วงเเรกๆ
เเต่จุดอ่อนของพรรคเพื่อไทย ก็คือผลงานไม่ตรงปก ตามที่ได้หาเสียงไว้ ในช่วงของ “ครม.เศรษฐา ทวีสิน-เเพทองธาร ชินวัตร” หลายๆข้อที่ทำไม่สำเร็จ ก็ยังเป็นตราบาปในระดับหนึ่งที่ เป็นตัวฉุดรั้ง “ดร.เชน” เเละพรรคสีเเดง
เเม้เเกนนำพรรคมองว่า ตอนนี้พรรคสีเเดง มีลุ้นเเตะอันดับ 1 ก็ตาม เพราะจำนวน สส.ในภาคอีสาน 133 คนนั้น พรรคสีเเดง เคยครองไว้เกินครึ่ง ในปีการเลือกตั้งปี 2566 เเละครั้งนี้ มีที่หนักใจคือพื้นที่อีสานใต้ ที่พรรคสีน้ำเงิน กำลังแผ่บารมีจนยากที่พรรคสีเเดงจะเจาะทะลุ เเต่โอกาสในภาพรวมของภาคอีสานนั้นพรรคสีเเดง มีลุ้นรักษาตำเเหน่งเเชมป์ได้อีกครั้ง
สุดท้ายเเล้วไม่ว่าจะจบเเบบใด ที่ 1 ที่ 2 หรือที่ 3 เชื่อว่า“พรรคสีเเดง” ได้เเตะมือกับบางพรรคในการตั้งรัฐบาลใหม่ เเน่นอน!
ส่วน “พรรคสีน้ำเงิน” ของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นั้น ช่วงนี้ “เสี่ยหนู” เเกล้งงงๆ มึนๆ กับผู้สื่อข่าวว่า เคยพูดตอนไหน ว่าภูมิใจไทย จะได้ 200 สส.? เเต่เสี่ยหนูมั่นใจว่า พรรคภูมิใจไทย ได้ สส.เยอะกว่าคราวที่เเล้วแน่นอน
กูรูการเมืองหลายคน ชี้ว่า สส.ทั้งสองระบบ อาจได้ถึง 140-180 ที่นั่ง และมีโอกาสเบียดแซงค่ายสีส้มไปได้
เพราะถึงพร้อมด้วยองค์ประกอบหลายอย่างที่เอื้ออำนวย แบบ “ครบเครื่อง” ทั้ง กระเเส กระสุน ระบบบ้านใหญ่ของคนการเมืองที่มาร่วมพรรค การโยกย้ายวางตัวข้าราชการในหลายจังหวัดเป้าหมาย
ส่วนยุทธศาสตร์เดินเกมหาเสียงบนฝั่งอนุรักษ์นิยม “รักษาชาติ ศาสน์ กษัตริย์” เเบบเต็มตัว การปล่อยมุก “ไม่เลือกเราเขามาเเน่?”... บวกกับการมีเทคโนเเครต คือ “ครม.คนนอก” มาช่วยงานในรัฐบาลของเสี่ยหนู ช่วงสองเดือนเศษ เเละเดินสายหาเเต้มให้พรรคภูมิใจไทย ตอนนี้คะเเนนของพรรคสีน้ำเงิน ยืนอันดับ 2 เเละอาจเบียดขึ้นอันดับ 1 ก็เป็นได้
สำหรับ “พรรคสีฟ้า” ประชาธิปัตย์ หลังจาก “อภิสิทธิ์ ”คัมเเบ็กเก้าอี้หัวหน้าพรรครอบสอง เขาประกาศวางโพสิชั่นของตัวเองและพรรคประชาธิปัตย์ เอาไว้ว่า จะเป็น“คนคุมเกมรัฐบาล” เเละไม่ร่วมครม.กับ พรรคกล้าธรรม!
การหาเสียง นอกจากดึงคะแนนเสียงแฟนคลับ แม่ยกสีฟ้า ให้กลับมาแล้ว ยังขอคะแนนจากคนที่รัก “ลุงตู่” ด้วยการวางบท “อนุรักษ์นิยมทันสมัย” ที่ไว้คานพรรคสีน้ำเงินเป็นการเฉพาะ บวกกับถ่วงพรรคประชาชน เเละพรรคเพื่อไทย ไม่ให้ขยับได้ถนัด
เพราะอย่างไรเสีย หาก“พรรคส้ม” ได้สิทธิตั้งรัฐบาล ก็น่าจะมอง “พรรคสีฟ้า” เป็นพรรคเเรกๆ ที่จะดึงมาเข้าร่วม
ขณะเดียวกัน หาก “พรรคสีเเดง-ค่ายสีน้ำเงิน” ได้สิทธิ์จัดตั้งครม. แล้ว ปชป. มีตัวเลขจำนวน สส. 50 ที่นั่ง บวก ลบ ก็มีสิทธิ์ได้รับเทียบเชิญเข้าร่วมรัฐบาลเช่นกัน
ส่วน 33 เขต ในกทม.นััน เเว่วว่า ประชาธิปัตย์ ตั้งเป้า ขอ10 เก้าอี้สส. เเต่ตัวเลขจริงๆ น่าจะอยู่ในวง 5-10 ที่นั่ง ไม่มากกว่านี้ เพราะ ปชป.เสียพื้นที่ กทม.ในการเลือกตั้งปี 62เเละ 66 เเบบสูญพันธุ์ และผู้สมัครสสงเขตรอบนี้ เป็นคนรุ่นใหม่ หน้าใหม่ เกือบทั้งหมด !
ประชาธิปัตย์จึงหวังพึ่งกระแสในภาคใต้ ที่กำลังดีวัน ดีคืน ยืนยันจากผลการสำรวจเรตติ้งดีดตัวมาเเตะร้อยละ 50
จำนวนสส.เขต 59 คน ในภาคใต้ ตอนนี้ พรรคสีฟ้าน่าจะจองได้ 20-25 คน ซึ่งเป้าหมายที่ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” แม่ทัพของพรรคภูมิใจไทย เคยบอกว่าจะทำให้ได้ 31 คน ก็จะไม่เป็นไปตามเป้า หลังจากพรรคสีฟ้าปลุกศักดิ์ศรีคนใต้ ต้องไม่โดนซื้อ จากเงินที่ไม่สุจริต!!
ส่วน “สีส้ม” พรรคประชาชน ที่โดนสกัดดาวรุ่งหลายรอบ จากหลากพรรค เเต่เมื่อกองหนุนสีส้มคือ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ-ปิยะบุตร เเสงกนกกุล-พรรณิการ์ วานิช- ชัยธวัช ตุลาธน- พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” มาช่วยหาเสียงผนึกกับ “รักชนก ศรีนอก” ก็น่าจะดึงคะเเนน เเละรักษาอันดับนำ ไว้ได้
“พรรคส้ม” เน้นการโจมตีการทำงาน การใช้งบประมาณของสำนักงานประกันสังคม เเละ ล่าสุดถล่มไปที่ ความสะเพร่า ของกกต.ในการจัดการเลือกตั้ง สส.ล่วงหน้า เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ยังมีกระแสด้านลบของพรรคส้ม ที่เป็นตัวฉุดรั้ง อย่างเช่น ข้อหาล้มสถาบันฯ ด้อยค่าทหาร คนในพรรคก็เกี่ยวข้องกับเงินสีเทา ขัดกับวาทกรรมหาเสียง “มีส้ม ไม่มีเทา”
เหล่านี้อาจทำให้พรรคส้ม พลาดการขึ้นแท่นอันดับ 1
ส่วน “พรรคกล้าธรรม” ที่หลายคนมองว่าไม่ติดอันดับในโพลหลากสำนัก เเต่ตัวเลข 40-50 สส. กระจายทุกภูมิภาคทั่วประเทศ หลายคนมองว่าพรรคสีเขียว มีสิทธิทำได้ เพราะผู้สมัครบางคน ของบางพรรคที่ล้น ก็ถูกนำมาฝากเลี้ยงไว้ในพรรคนี้เเละเปิดทางให้เเข่งขันกันเต็มสูบ! ซึ่ง เบอร์ 1 ของพรรคกล้าธรรม คือ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” แคนดิเดตนายกฯ
หากหลังเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคเเกนนำ ตั้งครม.ชุดใหม่ คือ พรรคเพื่อไทย หรือ ภูมิใจไทย โอกาสที่กล้าธรรมจะได้ร่วมรัฐบาลก็อยู่ในอัตราที่สูงไม่น้อย
ต้องรอวัดใจคนไทยว่าจะเทใจให้ “พรรคสีเขียวเเละร้อยเอกธรรมนัส”กี่เเต้มในคราวนี้


