มหาดไทย รับลูก สตง. หลังพบ ท้องถิ่นขนาดใหญ่ ระดับท๊อปไฟว์ของประเทศ บกพร่องคํานวณมูลค่าผิดพลาด การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เหตุเจ้าของที่ดินเดียวกัน แต่ไม่ปรากฏว่ามีการคํานวณมูลค่าที่ดินทุกแปลง ทำรายได้ขาดหายไปเป็นเงินจํานวนหลายร้อยล้านบาท จี้ 7 พัน อปท.ใช้ระบบตรวจสอบของกรมที่ดิน ที่มีมาตรฐานคำนวณแปลงที่ดินที่มีอาณาเขตติดต่อกันทุกแปลง เชื่ออปท. บางแห่งอาจผิดพลาด
วันนี้ (5 ก.พ.2569) มีรายงานจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆนี้ สํานักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีหนังสือแจ้งถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย (ป.มท.) เพื่อรับทราบและแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ดำเนินการแก้ไขตามข้อเสนอแนะ
กรณี สตง.ภูมิภาคที่ 3 (จังหวัดนครปฐม) ตรวจสอบ พบ ข้อบกพร่องจากการตรวจสอบการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ของ อปท.ในพื้นที่ จ.นนทบุรี ไม่นําที่ดินที่มีอาณาเขตติดต่อกันและเป็นเจ้าของเดียวกันมาคํานวณมูลค่าที่ดินทั้งหมดรวมเป็นฐานภาษี
"ซึ่งเป็นการไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด และส่งผลทําให้การคํานวณภาษีและการจัดเก็บ ภาษีได้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น"
สตง. เชื่อว่า ข้อผิดพลาดที่ตรวจพบดังกล่าว อาจเกิดขึ้นกับ อปท. ทั้งที่เป็น เทศบาล อบต. กทม. เมืองพัทยา รวมจํานวน 7,767 แห่งทั่วประเทศ ที่มีหน้าที่จัดเก็บภาษีที่ดินและ สิ่งปลูกสร้าง
ส่วนใหญ่เกิดข้อผิดพลาดในการสํารวจแปลงที่ดินที่มีอาณาเขต ติดต่อกัน ซึ่งตามมาตรา 35 และมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 กําหนดว่า
กรณีที่ดินหลายแปลงซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกันและเป็นเจ้าของเดียวกันให้คํานวณมูลค่าที่ดิน ทั้งหมดรวมกันเป็นฐานภาษี แต่ไม่ปรากฏว่ามีการคํานวณมูลค่าที่ดินทุกแปลงที่ติดต่อกันทั้งหมดรวมเป็น ฐานภาษี
สตง.มีข้อเสนอแนะให้ อปท.ดําเนินการตรวจสอบข้อมูลแปลงที่ดินที่มีอาณาเขตติดต่อกันทุกแปลง โดยใช้ข้อมูลจากแอปพลิเคชัน Smart Lands หรือเว็บไซต์ Lands Maps ของกรมที่ดิน
ซึ่งสามารถทําได้สะดวกและรวดเร็ว และควบคุมให้มี การดําเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้มูลค่าที่ดินทั้งหมดรวมเป็นฐานภาษีที่ตรงกับข้อเท็จจริงสําหรับนําไปใช้ในการคํานวณค่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ถูกต้อง
ล่าสุด กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (กสถ.) เวียนหนังสือด่วนมาก ลงนามโดย อธิบดีสถ. แจ้งไปยัง ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ แล้ว
สำหรับ กรณีดังกล่าว สตง.ภูมิภาคที่ 3 (จังหวัดนครปฐม) ผลการตรวจสอบไปยังเทศบาลขนาดใหญ่ สองแห่ง ในจ.นนทบุรี ที่มีรายได้จัดเก็บเองสูงอยู่ในลําดับที่ 3 และลําดับที่ 5 ของประเทศ ที่จัดเก็บได้ประมาณ 350 - 480 ล้านบาท
การตรวจสอบในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 พบว่า มีการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่ถูกต้องและไม่ครบถ้วน ส่วนใหญ่เกิดข้อผิดพลาดในการสํารวจแปลงที่ดินที่มีอาณาเขตติดต่อกัน
จากการ สุ่มตรวจสอบ จากผู้ชําระภาษีของเทศบาลทั้งสองแห่ง รวมจํานวน 42 ราย พบว่า ผู้ชําระภาษีจํานวน 22 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 52.38 ของจํานวนผู้ชําระภาษี
ทั้งหมดที่สุ่มตรวจสอบ มีที่ดินที่มีอาณาเขตติดต่อกันและเป็นเจ้าของเดียวกัน แต่ไม่ปรากฏว่ามีการคํานวณมูลค่าที่ดินทุกแปลงที่ติดต่อกันทั้งหมดรวมเป็นฐานภาษี ซึ่งเป็นการไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กฎหมายกําหนดและส่งผลทําให้การคํานวณภาษีและการจัดเก็บภาษีได้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น
โดยเทศบาลประเมินและ จัดเก็บภาษีรวมเป็นเงินจํานวน 38.84 ล้านบาท เมื่อตรวจสอบรายการฯ กับข้อมูลรูปแปลงที่ดินในเว็บไซต์ LandsMaps ของกรมที่ดิน พบว่า ผู้ชําระภาษีเป็นเจ้าของแปลงที่ดินที่มี พื้นที่ติดต่อกัน ซึ่งต้องนํามาคํานวณมูลค่าที่ดินทั้งหมดรวมเป็นฐานภาษี
"เมื่อคํานวณภาษีโดยใช้ข้อมูล ที่ถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริง ได้จํานวนเงินค่าภาษีที่ต้องชําระรวมเป็นเงินจํานวน 46.41 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่า ที่เทศบาลจัดเก็บได้เป็นเงินจํานวน 7.57 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 19.49 ของจํานวนเงินภาษีที่ดิน"
ทําให้เทศบาลทั้งสองแห่งมีการตรวจพบและได้ดําเนินการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม และต่อมามีการทบทวนการ จ่ายภาษีในรอบ 3 ปี ทําให้สามารถจัดเก็บภาษีจากผู้ชําระภาษีทั้ง 22 ราย ได้เพิ่มขึ้นรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 12.22 ล้านบาท
สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 อปท. 7,767 แห่ง มีรายได้จากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมจํานวน 37,118.08 ล้านบาท หรือคิดเป็น ร้อยละ 53.14 ของรายได้จัดเก็บเองทั้งหมดที่จัดเก็บได้รวมจํานวน 69,851.42 ล้านบาท
"ข้อบกพร่องดังกล่าว ทำให้เกิดข้อผิดพลาดตามที่ตรวจพบ คิดเป็นเพียงร้อยละ 9.00 ของจํานวนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จัดเก็บ ทำให้รายได้จากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของ อปท. จะหายไปเป็นเงินจํานวนหลายร้อยล้านบาท".


