กลุ่มรวมพลังแผ่นดินฯ แถลงไม่เห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ ชี้บางกลุ่มบิดเบือน แถมซ่อนเจตนาเปลี่ยนแปลงหลักการในหมวด 1 หมวด 2 ที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการปกครอง และสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงการตรวจสอบการทุจริต มาตรฐานจริยธรรมนักการเมือง พร้อมเรียกร้องประชาชนกา X ไม่เห็นชอบ เพื่อพิทักษ์รัฐธรรรมนูญหรือแก้ไขรายมาตรา
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สถานีพีซทีวี ถนนรามอินทรา 40 (นวลจันทร์) กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนไม่ให้ความเห็นชอบต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนลงคะแนน “ไม่เห็นชอบ” ในการออกเสียงประชามติวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
แถลงการณ์ระบุว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 กำหนดให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติในประเด็น “เห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ต่อมาคณะกรรมการการเลือกตั้งได้จัดให้มีการออกเสียงประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และมีการแจกจ่ายเอกสารข้อมูลแก่ประชาชน ซึ่งเนื้อหาและรูปแบบการสื่อสารก่อให้เกิดความสับสนอย่างมาก
กลุ่มรวมพลังแผ่นดินฯ เห็นว่า ความสับสนดังกล่าวเปิดช่องให้พรรคการเมืองและองค์กรพัฒนาเอกชนบางกลุ่มที่ได้รับทุนจากต่างชาติ รณรงค์ชี้นำประชาชนให้ลงคะแนนเห็นชอบ โดยใช้ข้อมูลที่บิดเบือน เช่น การกล่าวอ้างว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่สามารถแก้ไขได้ หรือกล่าวว่าจำเป็นต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยไม่ชี้แจงรายละเอียดสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญใหม่ที่จะจัดทำ
แถลงการณ์ยังระบุว่า การรณรงค์ดังกล่าวอาจมีเจตนาซ่อนเร้นเพื่อเปลี่ยนแปลงหลักการในหมวดที่รัฐธรรมนูญปัจจุบันห้ามแก้ไข ได้แก่ หมวด 1 และหมวด 2 ที่เกี่ยวข้องกับรัฐ รูปแบบการปกครอง อำนาจอธิปไตย และสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงประเด็นการใช้งบประมาณ การตรวจสอบการทุจริต มาตรฐานจริยธรรมทางการเมือง และการตัดสิทธิทางการเมืองของผู้ฝ่าฝืนกฎหมาย
กลุ่มรวมพลังแผ่นดินฯ ยืนยันว่า ข้อกล่าวอ้างที่ว่ารัฐธรรมนูญไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้นั้นไม่เป็นความจริง เนื่องจากรัฐธรรมนูญเปิดช่องให้แก้ไขเพิ่มเติมรายมาตราได้ตามหมวด 15 มาตรา 256 โดยไม่จำเป็นต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับและจัดทำฉบับใหม่
พร้อมกันนี้ กลุ่มฯ เรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันปกป้องรัฐธรรมนูญ ไม่ให้ถูก “ฉีกทำลาย” ผ่านกระบวนการประชามติที่ปิดบังเจตนาที่แท้จริง โดยขอให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิออกเสียงด้วยการกา X ไม่เห็นชอบ เพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญและผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
นอกจากนี้ กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยยังตั้งข้อสังเกตว่า การจัดประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 อาจไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 เนื่องจากการตั้งคำถามประชามติครั้งนี้เป็นการริเริ่มโดยคณะรัฐมนตรี ไม่ได้ผ่านกลไกการริเริ่มจากประธานรัฐสภาตามที่กฎหมายกำหนด
แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า การออกเสียงประชามติครั้งนี้มีผลผูกพันต่อการยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน ซึ่งผ่านการทำประชามติเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ด้วยเสียงเห็นชอบกว่า 16.7 ล้านเสียง จึงเห็นว่าเป็นการดำเนินการที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติ และคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ แถลงการณ์ดังกล่าวลงนามโดย กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569
รายละเอียดแถลงการณ์ของกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย เรื่อง การไม่ให้ความเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 คณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติ ในประเด็น “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 1 ง หน้า 1 -2 ) ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดวันออกเสียงประชามติ โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 9(2) และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568
ต่อมา คณะกรรมการการเลือกตั้งได้จัดให้มีการออกเสียงประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 และได้มีการส่งเอกสาร ข้อมูลเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติเพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้แก่ประชาชน ซึ่งเอกสารดังกล่าวประกอบกับประเด็นการออกเสียงประชามติที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ก่อให้เกิดความสับสนในหมู่ประชาชนเป็นอย่างยิ่งว่าจะออกเสียงประชามติอย่างไรและเพียงใด ทำให้มีพรรคการเมืองและกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชนที่ได้รับทุนสนับสนุนจากต่างชาติชี้นำการลงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์2569 เพื่อให้ประชาชนให้ความเห็นชอบด้วยการรณรงค์ด้วยการแสดงข้อมูลอันเป็นเท็จชี้นำการออกเสียงประชามติของประชาชน เช่น การกล่าวว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมาจากรัฐประหาร หรือกลไกการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาและองค์กรอิสระ รวมทั้งการใช้อำนาจขององค์กรอิสระที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ และมีอำนาจพิเศษของสมาชิกวุฒิสภาในการให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีได้ เป็นต้น อีกทั้งการกล่าวว่าไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นดังกล่าวได้ เพราะกลไกของการแก้ไขเพิ่มเติมไม่สามารถแก้ไขได้ และจำเป็นต้องร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นทั้งฉบับ อีกทั้งไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดประเด็นที่ประสงค์จะมีการบรรจุในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แต่อย่างใด อันเป็นการปิดบังเจตนาซ่อนเร้นของการที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับที่มีความประสงค์จะเปลี่ยนหลักการในหมวดหรือเรื่องที่ต้องห้ามไม่แก้ไขในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน อันได้แก่ หมวด 1 และหมวด 2 อันเกี่ยวกับรัฐ รูปแบบการปกครอง อำนาจอธิปไตย หลักการพื้นฐานของระบอบการปกครอง และสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ การใช้จ่ายงบประมาณที่ต้องห้ามมิให้มีการใช้จ่ายตามอำเภอใจโดยสมาชิกรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี การป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบของนักการเมือง บทบัญญัติเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และการตัดสิทธิทางการเมืองของนักการเมืองที่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายไม่ให้ต้องรับโทษทางจริยธรรมต่อไป หรือเพื่อลบล้างนิรโทษกรรมให้แก่บรรดานักการเมืองที่ถูกตัดสินรับโทษทางมาตรฐานจริยธรรมไปแล้วไม่ให้ต้องรับโทษดังกล่าวต่อไป
กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยขอเรียนว่า ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวเป็นการบิดเบือนบริบทของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่าไม่สามารถกระทำได้ ซึ่งไม่เป็นความจริงและเป็นการหลอกลวงประชาชน เพราะการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสามารถกระทำได้ด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรายมาตราตามเงื่อนไขที่ กำหนดในหมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 256 โดยไม่มีความจำเป็นต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันและให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ
ดังนั้น กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยขอแถลงจุดยืนต่อพี่น้องประชาชนคนไทยรวมกันปกป้องรัฐธรรมนูญไม่ให้ถูกฉีกทำลายด้วยการจัดทำประชามติที่ฉ้อฉลปิดบังเจตนาที่แท้จริงของบรรดาพรรคการเมืองและกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชนบางกลุ่มที่รับทุนจากต่างชาติ มาทำลายประเทศไทยด้วยการทำลายรัฐธรรมนูญเพื่อผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มและต่างชาติที่มุงทำลายประเทศไทย ด้วยการแสดงพลังลงคะแนน กา X ไม่เห็นชอบ เพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญและผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยจึงขอให้พี่น้องประชาชนไทยร่วมกันไปออกเสียงประชามติ ด้วยการออกเสียง
ถ้าจะแก้ไขรายมาตรา กา X ไม่เห็นชอบ
พิทักษ์รัฐธรรมนูญ กา X ไม่เห็นชอบ
อนึ่ง กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยมีข้อสังเกตว่า การออกเสียงประชามติที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ น่าจะเป็นการจัดให้มีการออกเสียงประชามติที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 เพราะในพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 มาตรา 9 ได้กำหนดให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไว้ในมาตรา 9(1) และกำนดกลไกของการริเริ่มแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไว้ในมาตรา 10 ซึ่งต้องมีการริเริ่มและส่งเรื่องจากประธานรัฐสภาไปยังคณะรัฐมนตรี พร้อมกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม โดยต้องมีเอกสารการอธิบายถึงเรื่องที่ต้องแก้ไขเพิ่มเติมไว้ให้ประชาชนได้รับทราบด้วย
แต่การจัดทำประชามติเพื่อให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในครั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้ริเริ่มตั้งประเด็นคำถามขึ้นเองโดยไม่ได้มีการริเริ่มจากประธานรัฐสภา ทั้งที่การออกเสียงประชามติในครั้งนี้เป็นการตั้งคำถามเพื่อยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน ที่ผ่านการออกเสียงประชามติของประชาชน เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ: 16.7 ล้านเสียง (61.35%) และคะแนนเสียงเห็นชอบ "คำถามพ่วง" (ให้ สว. ร่วมเลือกนายกฯ): 15.1 ล้านเสียง (58.07%) การออกเสียงประชามติครั้งนี้จึงเป็นการออกเสียงประชามติที่มีผลผูกพันให้มีการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564 รวมทั้งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 44/2564
กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย
5 กุมภาพันธ์ 2569


